อเมริกาและแคลิฟอร์เนีย
ซูเปอร์โวลคาโน่ ภูเขาไฟยักษ์อาจระเบิดล้างโลก














แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) ภูเขาไฟยักษ์ ซูเปอร์โวลคาโน่ (Supervolcano)ที่อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน (Yellow Stone National Park)ประเทศสหรัฐอเมริกา อาจจะเกิดระเบิดได้ก่อนเวลาที่เราคิดเอาไว้และอาจจะทำลายล้างชีวิตมนุษย์บนโลกนี้ นักวิจัยได้ออกมาเตือนสัปดาห์นี้ ซึ่งเคยเกิดการระเบิดของซูเปอร์โวลคาโน่ มาแล้วอย่างน้อย 3 ครั้งแต่ละครั้งห่างกันเป็นเวลาประมาณ 600,000 ปี

นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐแอริโซนาผู้ซึ่งทำการวิเคราะห์แร่ธาตุในซากฟอสซิลซึ่งเป็นซากจากการปะทุล่าสุดเมื่อ 630,000 ปีที่ผ่านมาที่พบขณะที่หินหนืดหรือหินแม็กมา (magma) ไหลลงไปในหลุมปล่องภูเขาไฟขนาดใหญ่ กว้างเป็นรูปชามขนาด 40 ไมล์

ซึ่งการระเบิดก่อนหน้าเหตุการครั้งล่าสุดนั้นเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน 1.3 ล้านปีก่อนซึ่งทำให้เชื่อว่าถึงเวลาที่จะเกิดการระเบิดอีกครั้ง ซึ่งมันจะไม่เหมือนครั้งก่อน เรียกได้ว่าอาจเป็นวันโลกาวินาศ

ภูเขาไฟยักษ์ระเบิดสามารถที่จะเบ่งขยายหินและเถ้าถ่านได้มากกว่า 1,000 คิวบิคกิโลเมตร หรือเป็น 2,500 เท่าที่เขาเมาท์เซนต์เฮเลนส์ (Mount St. Helens) เคยระเบิดมาในปี 1980 แรงระเบิดซึ่งคาดว่าจะรุนแรงกว่าภูเขาไฟธรรมดาหลายร้อยเท่า

ซูเปอร์โวลคาโน่แตกต่างจากภูเขาไฟทั่วไป คือไม่ได้มีลักษณะเป็นปล่องภูเขาไฟ แต่มันซ่อนตัวอยู่ลึกใต้พื้นดิน และยากต่อการตรวจพบ ภูเขาไฟโดยทั่วไปเกิดจากการที่หินละลายใต้ผิวโลก แต่สำหรับซูเปอร์โวลคาโน่นั้นแทนที่หินละลายเหล่านี้จะระเบิดออกมาที่ผิวโลกเปลือกโลก ถูกแรงดันมหาศาลภายในโลกผลักดันให้ปะทุออกมาบน มันกลับเกิดการสะสมกันก่อนเป็นเวลาหลายพันปีเกิดเป็นบ่อหินละลายขนาดยักษ์ ซึ่งอยู่ใต้พื้นโลกลึกลงไป นักธรณีวิทยาเรียกว่าบ่อหินละลายใต้ดินนี้ว่าแม็กมาแชมเบอร์

หินละลายหรือแม็กมา ที่สะสมอยู่ในแม็กมาแชมเบอร์ นั้นจะทับถมกันจนหนาหลายสิบกิโลเมตร ซึ่งมันจะดูดซับเอาก๊าซต่างๆ เช่น ก๊าซซัลเฟอร์ไดอ๊อกไซด์ และ คารบอนไดอ๊อกไซด์ไว้ ก๊าซเหล่านี้เมื่อสะสมกันเวลาหลายๆ พันปีก็จะเกิดแรงดันมหาศาล และเมื่อถึงจุดๆหนึ่งก็จะระเบิดประทุขึ้นมาเหนือผิวโลก ด้วยความรุนแรงมากกว่าการระเบิดจากภูเขาไฟธรรมดาหลายร้อยเท่า

การระเบิดของซูเปอร์โวลคาโน่ นี้จะไม่เหมือนการระเบิดของภูเขาไฟธรรมดาออกมาจากปล่องภูเขาไฟ เมื่อซูเปอร์โวลคาโน่ ประทุขึ้นมันจะพ่นหินละลายออกสู่ผิวโลกด้วยความเร็วสูงแม็กมา ที่สะสมอยู่ในแม็กมาแชมเบอร์ ใต้ดินจะถูกพ่นออกมาและหมดไปอย่างรวดเร็วทำให้เปลือกโลกที่อยู่ข้างบนยุบตัวลงไป เกิดเป็นหลุมขนาดยักษ์ เหมือนกับหลุมที่เกิดจากการพุ่งชน ของอุกกาบาต ซึ่งนักธรณีวิทยาเรียกหลุมที่เกิดจากการระเบิดของ ซูเปอร์โวลคาโน่ว่า Caldora

นอกจากนั้นเถ้าถ่านภูเขาไฟจากการระเบิดครั้งใหญ่นี้จะปกคลุมบรรยากาศ ก๊าซจำพวกซัลเฟอร์ไดออกไซด์จะสะท้อนแสงอาทิตย์ไม่ให้ตกลงมาสู่พื้นโลกได้เต็มที่ ทำให้อุณหภมิโลกลดลง อย่างรวดเร็ว เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่าฤดูหนาวนิวเคลียร์ ( nuclear winter) 

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก โอเคเนชั่น
(Photo / แฟนเพจ @Kob Napakorn)

 




นำเสนอข่าวโดย : สุภกิจ ภัทรธีรานนท์,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส
06-12-2017 ยังคุม’ไฟป่า’ไม่สำเร็จ ปิดโรงเรียนเกือบ300แห่ง (0/1122) 
29-11-2017 รายงานหน้าหนึ่ง : หากทรัมป์สั่งยิงนิวเคลียร์ กองทัพจะปฏิเสธได้หรือไม่ ? (0/1679) 
28-11-2017 ช็อคสาวร้านนวดโดนล่วงละเมิดทางเพศจากเพื่อนร่วมงาน (0/7684) 
26-11-2017 มงลงสาวงามจากแอฟริกาใต้ มิสยูนิเวิร์สคนที่ 66 (0/851) 
16-11-2017 คลั่งกราดยิงใส่โรงเรียนประถม (0/1531) 

แสดงความคิดเห็น

Name :
 
Detail :
 



ฉบับที่
375
siamtownus newspaper







Hots Clip VDO ดูทั้งหมด

ขออภัยสัญญาณ VDO มีปัญหากำลังดำเนินการแก้ไข