ดูโลก ดูธรรม และดูใจ
โดย ดร.พระมหาจรรยา สุทธิญาโณ เจ้าอาวาสวัดพุทธปัญญา
"ชีวิตนี้มีแต่คำขอบคุณ".บันทึกไว้ในวันที่อายุครบ 60 ปี ตอนที่ 1





แม้ใครๆ มักจะพูดว่า วันเกิดหรือวันไหนๆก็คล้ายๆกันไม่มีอะไรแตกต่างกัน แต่สำหรับอาตมาวันเกิดแต่ละปีมีความหมายเสมอ โดยเฉพาะวันเกิดในปีที่อายุครบ 60 ปี ย่อมมีความหมายมากกว่าวันเกิดในปีที่ผ่านมา เพราะหากถือตามคติไทยหรือชาวเอเซียของเรา คนมีอายุ 60 ปี ย่างเข้าเขตวัยชราอย่างเต็มตัว จะเห็นได้จากคนที่รับราชการตั้งแต่ยังหนุ่มสาวก็จะเกษียณกันในปีที่มีอายุครบ 60 ปีนี้เอง วันเกิดที่อายุครบ 60 ปีจึงมีความหมายเป็นพิเศษว่า ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปมากจริงๆไม่ว่า กายภาพ หรือความคิดเห็นมุมมองชีวิตและโลกเปลี่ยนไปเช่นกัน


วันนี้วันที่ 2 มกราคม 2562 ตื่นนอนมาตั้งแต่ตี 4กว่าๆ เปิดธรรมะเรื่องอริยสัจ 4 ฟังเพื่อเตือนใจว่า ชีวิตนี้ เกิดมาพร้อมกับความทุกข์ ความเกิด ความแก่ ความเจ็บและความตาย ล้วนเป็นหุ้นส่วนชีวิตที่ติดมาตามธรรมชาติ เมื่อสิ่งหนึ่งปรากฏ สิ่งหนึ่งอาจจะซ่อนเร้นอยู่จนกว่าจะถึงเวลาอันสมควร เช่น ความแก่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด ความแก่จะปกปิดระยะหนึ่งในช่วงต้นๆ จากนั้นค่อยๆเผยตัวออกมาอย่างช้าๆจนชัดเจนขึ้นทุกขณะๆ ก่อนที่ความเจ็บและความตายจะปรากฎตัวออกมาสมทบกันในภายหลัง

อริยสัจ 4 ได้บอกความจริงแท้ของชีวิตไว้ครบถ้วนว่า ชีวิตวนเวียนอยู่อย่างนี้ตามคำที่ชาวบ้านทั่วไปพูดกันว่า สุขบ้าง ทุกข์บ้างนั่นแหละปรากฏการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตจะมากมายปานใด แต่สรุปแล้ว ความทุกข์ แปลว่า ทนยาก และความสุข แปลว่า ทนง่าย สุดท้ายทั้งสุข และทุกข์ ล้วนต้องทนพอๆกัน ส่วนจะทนมาก หรือ ทนน้อย ก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่อริยสัจ 4 นี้เป็นธรรมชาติแท้ๆจริงๆเพราะบุคคลใดๆไม่จำกัด เชื้อชาติ ชนชั้น ศาสนา วัฒนธรรมความเชื่อใดๆล้วนเป็นไปอย่างนี้ คือ สุขบ้าง ทุกข์บ้างสลับกันไป

เมื่อถึงเวลาใกล้ตี 5 จึงลงทำวัตรเช้าร่วมกับคณะสงฆ์ นั่งสมาธิจนถึง 6 โมงเช้าแล้วเตรียมตัวจัดรายการธรรมทานจากวัดพุทธปัญญาตั้งแต่เวลา 6.30-7.00 น. หัวข้อเรื่องที่พูดในวันนี้ คือ เรื่องขอบคุณ คิดขึ้นมาได้ขณะนั่งสมาธิ โดยเรียบเรียงถ้อยคำได้ความว่า

ขอบคุณพ่อแม่ ผู้ให้ชีวิต

ขอบคุณกัลยาณมิตร ผู้อุปถัมภ์

ขอบคุณพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ทรงชี้นำ

ให้พบธรรมนำทางห่างทุกข์ภัย

ได้ข้อคิดว่า ชีวิตทุกชีวิตในโลกนี้ล้วนผ่านการรับจากการให้ของคนอื่นมามากมาย ดูเหมือนว่า การให้ คือ พลังสำคัญที่ขับเคลื่อนโลกให้เป็นไปอย่างสันติสุข ณ ที่ใด ยุคใด สมัยใด การให้มีมาก ณ ที่นั้น ยุคนั้น สมัยนั้น ความสุขของมนุษย์จะมีอย่างสูงส่ง ในทางตรงกันข้าม หากยุคใด สมัยใด มนุษย์คิดแต่เรื่องการเอามาก โดยเฉพาะการเอาเปรียบ เกิดขึ้น ณ ที่ใด  ณ ที่นั้น สมัยนั้น สันติสุขจะลดน้อยถึงลง หรือ ถ้าคิดเอาเปรียบกันมาก เอาแต่ได้เพื่อตน หรือ ฝ่ายตน มนุษย์จะทะเลาะเบาะแว้งขัดแย้งกัน ถึงรบราฆ่าฟันเกิดสงครามระหว่างบุคคล  ระหว่างหมู่บ้าน ชุมชน ระหว่างเผ่าพันธุ์ ระหว่างชาติแล้วลามไปยังสงครามโลก เพราะอำนาจแห่ง การเอาเปรียบและเห็นแก่ตัวทั้งสิ้น

แต่เมื่อใด ณ ที่ใด สมัยใด การเอาเปรียบและความเห็นแก่ตัวลดลง ปริมาณการให้เพิ่มขึ้น สันติสุขก็มาเยือนทันทีตามปริมาณของการเอาเปรียบและเห็นแก่ตัวที่ลดลงจนหายไป เบื้องหลังการให้ ไม่ว่าจะให้วัตถุสิ่งของ ให้วิทยาการ ให้คำแนะนำ ให้แสงสว่าง ให้โอกาสและให้อภัย ล้วนมาจากความเมตตากรุณาและความเอื้อเฟื้อ เครื่องประดับใจอันสวยงามนี้ จะเปลี่ยนความร้อนเป็นความเย็น เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส และเปลี่ยนการรบราฆ่าฟันเป็นสันติภาพ ธรรมะเปลี่ยนชีวิตมนุษย์ มนุษย์เปลี่ยนโฉมหน้าของสังคม การเมือง และโลกได้ เพียงแต่จะเดินตามการให้หรือการเอา ความเห็นแก่ตัวหรือเห็นแก่ส่วนรวม ความชังหรือความรัก มนุษย์ย่อมนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ตนเองและสังคมได้เสมอ

หากอาตมาจะมองภาพชีวิตที่ผ่านมา 60 ปี ในฐานะที่เป็นพระภิกษุ ซึ่งรูปแบบชีวิตของพระภิกษุ ต้องอาศัยปัจจัย 4 คือ จีวร อาหารบิณฑบาต เสนาสนะ ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรคมาตั้งแต่เริ่มเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์บวชเป็นสามเณร เมื่อ อายุ 13 ขวบจนกระทั่งบัดนี้มีอายุครบ 60 ปีแล้ว ย่อมผ่านการรับจากการให้ของเพื่อนมนุษย์มานับไม่ถ้วน หากมองแบบย่อๆก็จะได้รับการให้มาจากพ่อแม่ เพราะพ่อแม่ เป็นผู้ให้ชีวิต เมื่อให้ชีวิตมาแล้ว ให้ปัจจัย 4 คือ อาหาร เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัย การดูแลรักษายามป่วยไข้ อย่างพอเพียงจนชีวิตอยู่รอดปลอดภัย ให้การเลี้ยงดู ด้วยการดูแลอย่างใกล้ชิดให้ชีวิตเติบโตอย่างมีสุขภาพดี แข็งแรงไม่อ่อนแอ ไม่ป่วยไม่ไข้ง่ายๆ แม่สร้างภูมิคุ้มกันจากโรคภัย สร้างความอบอุ่น และสร้างความมั่นใจให้ลูกทั้งในระยะสั้นและระยะยาวด้วยการให้ดื่มนมจนลูกแข็งแรง

การที่แม่วางลูกไว้บนตักแม่ กอดลูกแนบไว้กับอก ให้ดื่มนม คือ การถ่ายทอดความรักจากใจดวงหนึ่งสู่ใจดวงหนึ่ง ผ่านน้ำนมที่กลั่นมาจากใจ อ้อมกอดอันอบอุ่นแข็งแกร่งแสดงถึงการปกป้องลูกให้เติบโตอย่างปลอดภัย การที่ลูกได้มีโอกาสดื่มนมแม่อย่างพอเพียงในระยะเวลาหนึ่ง เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันทั้งกายและใจในการดำรงชีวิตทั้งในระยะสั้นและระยะยาว นี่คือ การให้ที่มอบให้ด้วยความตั้งใจ ความเอาใจใส่ จากใจสู่ใจอย่างแท้จริง การสร้างภูมิคุ้มกันชีวิตเริ่มขึ้นตั้งแต่น้ำนมหยดแรกที่หยดลงสู่ปากทารกน้อยที่ไขว่คว้าหาความรัก น้ำนมคือ สื่อความรักจากแม่บอกแก่ลูกว่า ความรักที่ลูกไขว่คว้าโหยหามาถึงลูกแล้ว กลืนความรักลงไปให้อิ่มหนำเถอะลูก

เวลาแม่ให้นมแก่ลูก แม่จะมีความสุข หยอกเย้าลูกไปด้วย แม่บางคนร้องเพลงกล่อมให้ลูกหลับไปในอ้อมแขน เมื่อคลายแขนออกจากการดื่มนม ลูกหลับอย่างมีความสุข อิ่ม อบอุ่น และผ่อนคลาย

เมื่อการให้น้ำนมอันเป็นปฐมบทแห่งการให้ จากนั้นการให้สิ่งต่างๆก็ทยอยมาอย่างไม่ขาดสาย เสื้อผ้าที่ให้ความอบอุ่นต้องเตรียมการอย่างดี ในครอบครัวที่ยากจน แม่จะนำเอาผ้าถุงที่เก่าที่สุดมาตัดเย็บ ซักให้สะอาดรองรับและห่มให้ลูกได้อบอุ่น ในครอบครัวที่ร่ำรวยพอมีพอใช้ ก็จะมีผ้าอ้อมผ้าอุ่นเสื้อกางเกงตัวน้อยไว้คอยรับลูกน้อยแขกแปลกหน้าที่มาเยือนครอบครัวอย่างพร้อมมูล

กาลเวลาผ่านไป ความรักที่พ่อแม่ปลูกไว้ตั้งแต่ทราบว่า ลูกเริ่มเข้าสู่ครรภ์ค่อยๆเติบโตขึ้นตามกาลเวลาที่ผ่านไป ความรักอันวิเศษนี้ไม่เคยจางคลายตามกาลเวลาแต่จะเหนียวแน่นมากมายเมื่อเวลาผ่านไป

รักของใครจะแน่วแน่เท่าแม่รัก

ผูกโซ่รักคล้องใจไม่หลุดหาย

กาลเวลาผ่านไปรักไม่คลาย

รักไม่หน่าย รักคงมั่น จนวันตาย

การให้ความรัก คือ การให้ที่ยิ่งใหญ่ เป็นแหล่งกำเนิดแห่งการดูแลทั้งปวงทั้งหลายที่พ่อแม่มีให้ลูก เสื้อที่ลูกสวมใส่แม้จะมีองค์ประกอบในการผลิตมากมาย แต่ทุกเส้นด้าย ล้วนผสมผสานถักทอด้วยใยรัก อาหารทุกคำที่ลูกรับจากการป้อนของแม่ ผสมผงแห่งความรักไว้ทุกเมล็ดข้าว ทุกคำแห่งอาหารที่ลูกรับประทานด้วยความสบาย บ้านที่ลูกได้อยู่อาศัยโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง การซื้อ หรือการเช่า ก็ล้วน มุง ปูลาด กั้นด้วยกำแพงแห่งความรักที่พร้อมจะปกปักรักษาให้ลูกอาศัยอย่างอบอุ่นและปลอดภัย

ยามป่วยไข้พ่อแม่พร้อมจะให้การรักษาเยียวยาอย่างใกล้ชิด ยิ่งกว่าพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ ที่พร้อมจะพยาบาลลูกเสมอ ยามพ่อแม่อาบน้ำ ดูแล ทำความสะอาดร่างกายให้ลูกน้อยวันแล้ววันเล่า ล้วนใส่ใจในทุกขั้นตอน แม่เป็นดุจเทพเจ้าผู้มีตาทิพย์ มองดูของสกปรกที่ไหลออกมาจากร่างกายของลูก คล้ายดอกไม้ที่หยิบฉวยจับต้องได้ด้วยความเต็มใจ ไม่เคยหน่ายหนี ดมกลิ่นที่ติดมากับสิ่งปฏิกูลได้ดั่งกลิ่นดอกไม้ แม่ทำได้เป็นเดือนเป็นปีไม่เคยหน่าย ปัสสาวะที่ไหลออกมาจากร่างกายโดยไม่จำกัดกาลเวลา ก็พร้อมจะเช็ดล้างให้ได้ตลอดเวลา กว่าท่านจะเลี้ยงจนเติบใหญ่ได้ผ่านการให้นับกันไม่หวาดไม่ไหว ไม่หมด ไม่สิ้น การให้แค่ปฐมบทก็นับไม่หมดไม่สิ้นแล้ว ดั่งบทกวีที่ว่า

จะเอาโลกมาทำปากกา

จะเอานภามาแทนกระดาษ

เอาน้ำหมึกในมหาสมุทรวาด

ประกาศพระคุณไม่พอ

พระคุณของพ่อ พระคุณของแม่

เมื่อเติบใหญ่พ่อแม่ก็ต้องให้การศึกษาสารพัดวิชา ทั้งวิชาการเอาชีวิตรอดตามสัญชาตญาณและวิชาชีพที่พ่อแม่จะต้องจ่ายเงินทองในการแสวงหาความรู้จากสถาบันการศึกษา พ่อแม่หลายคนยอมอดทน อดออม อดอยาก เก็บหอมรอมริบเพื่อนำเงินไปจ่ายเพื่อการศึกษาของลูก นี่ คือการให้ที่ยิ่งใหญ่ ให้อนาคตที่สดใส สร้างหลักประกันชีวิตให้ลูกมีอาชีพที่มั่นคงเพื่อเลี้ยงชีพอย่างมีความสุขไปตลอดชีวิต

เมื่อลูกต้องจากพ่อแม่ไปไกล ท่านก็ให้ความห่วงใย สมัยโบราณพ่อแม่ที่ห่วงลูกต้องเดินทางข้ามจังหวัด หรือข้ามประเทศไปเยี่ยมลูกที่จากบ้านไปศึกษาเล่าเรียน ความรักของพ่อแม่ไม่มีกำแพงขวางกั้นจริงๆ ปัจจุบันนี้อาจจะใช้เทคโนโลยีลดความห่วงใยด้วยการโทรศัพท์ไปหากันได้ง่าย แต่พอถึงวันสำคัญ เช่น วันปีใหม่ วันสงกรานต์ หรือเทศกาลสำคัญ ลูกได้มาอยู่ใกล้ๆจะวิเศษที่สุด ได้รับประทานอาหารร่วมกัน ทำบุญร่วมกัน ได้คุยถึงอดีตของพ่อแม่แลกเปลี่ยนกับการพูดคุยถึงอนาคตของลูก บรรยากาศเช่นนี้ ถือเป็นรางวัลใหญ่ของพ่อแม่ที่ลูกมอบให้ด้วยความใกล้ชิดและชื่นใจ

คงจะเล่าถึงท่านผู้ให้ที่จะตอบแทนบุญคุณกันไม่หมดไม่สิ้นแค่นี้ก่อน เรื่องราวสั้นๆเพียงแค่นี้ ถ้าจะถือตามมารยาทแห่งความอ่อนโยนที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาว่า ใครให้อะไร หรือ มีคุณูปการอะไรมากหรือน้อยก็ต้องขอบคุณ กว่าลูกจะโตอายุเพียงสิบสามขวบ จะขอบคุณ คุณพ่อ คุณแม่ หนึ่งหมื่นครั้งก็ยังไม่พอ ไม่ต้องกล่าวถึงคุณูปการที่ท่านให้ตั้งแต่เกิดถึงหนุ่มสาวเฒ่าแก่ว่า จะมีพระคุณที่จะขอบคุณกันอย่างหาที่สุดมิได้เพียงใด เพราะท่านเป็นทั้งผู้ให้ชีวิต ให้ลมหายใจ ให้การเลี้ยงดู ให้ทุนทรัพย์ ให้การศึกษา ให้กำลังใจ ให้ทุกอย่างที่จะหามาให้ได้จนกลายเป็นทศนิยมไม่รู้จบ.

 




นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส

แสดงความคิดเห็น

Name :
 
Detail :
 



ฉบับที่
431
siamtownus newspaper






Hots Clip VDO ดูทั้งหมด

ขออภัยสัญญาณ VDO มีปัญหากำลังดำเนินการแก้ไข