ดูโลก ดูธรรม และดูใจ
โดย ดร.พระมหาจรรยา สุทธิญาโณ เจ้าอาวาสวัดพุทธปัญญา
พระเจ้าแผ่นดิน





วันที่ 13 ตุลาคม 2560 เป็นวันครบรอบ 1 ปี การเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พสกนิกรผู้จงรักภักดีต่างร่วมกันถวายอาลัยและบำเพ็ญบุญกุศลถวายแก่พระองค์ท่านอย่างกว้างขวางทั้งภายในประเทศไทยและทุกมุมโลก นับเป็นบุคคลสำคัญที่มีคนรักมาก และทำบุญถวายเป็นราชกุศลมากที่สุดคนหนึ่งของโลก


วัดไทยในต่างแดนแทบจะทุกวัด และวัดในประเทศไทยล้วนตั้งใจบำเพ็ญถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่านด้วยความตั้งใจและเต็มใจอย่างยิ่ง เพราะปวงชนชาวไทยต่างน้อมนึกระลึกถึงคุณูปการที่พระองค์ท่านมีแก่ปวงชนชาวไทย ไม่มีที่สุดไม่มีประมาณมานานถึง 70 กว่าปี

ด้วยความรู้สึกรักและผูกพันอย่างลึกซึ้งเช่นนี้ เวลาผ่านไป 1 ปี ประชาชนชาวไทยผู้จงรักภักดีจะอยู่ส่วนไหนของประเทศไทย หรือส่วนไหนของโลก ล้วนตั้งใจมาถวายสักการะกราบพระบรมศพให้ได้อย่างน้อยครั้งหนึ่ง บางท่านที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร การเดินทางไปมาสะดวกได้มีโอกาสเข้ากราบพระบรมศพถึง 400 กว่าครั้ง แสดงถึงความจงรักและภักดีอย่างลึกซึ้งเหนือคำพรรณนาใดๆ เพราะเป็นเรื่องของหัวใจล้วนๆ

พสกนิกรไทยที่มีความจงรักภักดีในพระองค์ท่านได้แสดงความจงรักภักดีให้เป็นที่ปรากฏหลายรูปแบบ แต่เป้าหมายการทำความดีเหล่านั้นคือ การตามรอยความดีที่พระองค์ท่านได้ทรงปฏิบัติ เพื่อประเทศชาติ เพื่อประชาชน โดยมิเห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยด้วยความอุทิศและทุ่มเทตลอดพระชนม์ชีพ

วันครบรอบวันสวรรคตหนึ่งปีที่ผ่านมา จึงเป็นวันเวลาที่พสกนิกรของพระองค์ท่าน ร่วมกันสร้างความดีอย่างถึงที่สุดเต็มสติกำลังที่ตนมีอยู่ แม้แต่ผู้ที่เดิน วิ่งหรือแม้แต่พระธุดงค์ยังทำกิจกรรมเหล่านี้เพื่อถวายพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน

บริเวณท้องสนามหน้าพระบรมมหาราชวังกลายเป็นลานปฏิบัติธรรมขนาดใหญ่ของโลกตลอดทั้งปีที่ผ่านมา ณ ที่นี่ กลิ่นอายและบรรยากาศแห่งมิตรภาพ ความเสียสละ จิตอาสาเพื่อขจัดความเห็นแก่ตัวให้ลดน้อยถอยลงดังที่พระองค์ทรงปฏิบัติเป็นต้นแบบ ขจรขจายอยู่โดยทั่ว ตั้งแต่วันที่พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัยจนถึงวันนี้

70 ปีต้นไม้ที่พ่อปลูกและรดน้ำพรวนดินด้วยความรักทะนุถนอมเท่าชีวิตพ่อ บัดนี้เติบโต แผ่กิ่งก้านสาขาขยายกว้างออกไปทั่วประเทศและทั่วโลก ต่างผลิดอกออกผลสร้างความชุ่มชื่นเย็นกายเย็นใจให้แก่ผู้ที่ได้เข้าใกล้อาศัยพักพิง

ต้นไม้ของพ่อ คือ ต้นไม้แห่งความดีที่พ่อปลูกด้วยความความขยันหมั่นเพียร รดน้ำลงไปด้วยความเมตตากรุณา หยาดเหงื่อของพ่อทุกหยดที่หลั่งรดลงดินคือ ปุ๋ยชั้นเลิศที่บำรุงความดีงามต่างๆอย่างยั่งยืน

แม้ไม้ต้นเดิม ต้นใหญ่ ใบหนา กิ่งก้านสาขากว้าง ผลหอมหวานอร่อย จะโอนเอนล้มลงไปตามกาลเวลาตามสภาวะสัจธรรมที่ว่า สรรพสิ่งล้วนเปลี่ยนแปลง แต่ต้นกล้าพันธุ์ดีที่พระองค์พากเพียรคัดสรรเก็บรักษาพันธุ์และเพาะชำเป็นล้านต้น กำลังทะยานเติบโตขึ้นอย่างสวยงามอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน พระองค์รับสั่งเสมอว่า ช่วยกันสร้างคนดีมอบให้แผ่นดิน พระองค์ทำได้สำเร็จ แม้พวกเราจะแสนเสียใจและแสนเสียดายที่พระองค์ต้องจากไป แต่พวกเราชาวไทยได้ใช้สติปัญญาพิจารณาเห็นสรรพสิ่งตามความเป็นจริงตามที่พ่อสอน เปลี่ยนความโศกเศร้ามาเป็นพลังสร้างสรรค์ได้อย่างทันท่วงที ลูกพ่อภูมิพลเข้มแข็งทุกคน ต้นไม้ของพ่อภูมิพลแข็งแรงเติบกล้าทุกต้นพร้อมท้าทายแดดลมฝนซัดสาดพัดพามาทุกทิศอย่างไม่สะทกสะท้าน

คนรุ่นอาตมาเรียกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯว่า พระเจ้าแผ่นดิน ตลอดเวลา คำว่าพระเจ้าแผ่นดินฝังแน่นในความรู้สึกมาตั้งแต่จำความได้ จนกระทั่งบัดนี้

คำว่า พระเจ้าแผ่นดิน นี้ เป็นแหล่งพลังใจ ให้ผู้ที่พลังใจอ่อนล้าได้เติมใจให้เข้มแข็ง เป็นแหล่งแห่งแรงบันดาลใจ ที่ปลุกเร้าให้คนที่เฉื่อยชาต่อการพัฒนาตนเองและสร้างความดี ได้ลุกขึ้นมาสร้างความดีอย่างกระปรี้กระเปร่าขยันขันแข็ง เป็นแรงบันดาลใจแก่ผู้ที่ยังไขว่คว้าหาทิศทางชีวิตได้พบทางชีวิตที่เหมาะสมกับตนเอง  เป็นแหล่งแห่งแรงกระตุ้นที่ขับเคลื่อนชีวิตหลายชีวิตที่หยุดนิ่งแล้ว ให้ค่อยๆก้าวไปข้างหน้าด้วยความเข้มแข็ง มั่นใจอีกครั้ง

พระองค์ทรงพระนามว่า ภูมิพล แปลว่าพลังแห่งแผ่นดิน ช่างเป็นชื่อที่เหมาะสมตามที่สมเด็จย่าท่านตั้งไว้ให้เสียจริงๆ

อาตมาเติบโตขึ้นมา คุ้นชินกับคำว่า พระเจ้าแผ่นดิน ผ่านการเรียนรู้ ผ่านการศึกษาพระราชกรณียกิจมากมาย ทำให้คำว่า พระเจ้าแผ่นดิน มีความหมายเปล่งประกายอย่างเจิดจ้าเต็มหัวใจ เข้าใจนัยต่างๆจากพระจริยวัตร พระราชกิจ พระราชกรณียกิจมากยิ่งขึ้นตามกาลเวลาที่ผ่านไป

ตามความรู้สึกของนักสังคมศาสตร์ทั่วไป พระเจ้าแผ่นดิน ย่อมหมายถึง ผู้ครองแผ่นดินนี้ ผู้เป็นใหญ่ในแผ่นนี้ที่มีกฎหมายรับรองถูกต้องทุกประการ พระองค์ทรงเป็นพระประมุข คือ ผู้นำคนทั้งแผ่นดิน ที่คนทั้งแผ่นดินปรารถนาจะเดินตามพระองค์ด้วยความเต็มใจ

เมื่อพระองค์ครองแผ่นดินตามกฎหมายได้แล้ว พระองค์ทรงครองใจคนทั้งแผ่นดินที่พระองค์ปกครอง เพราะพระองค์ปกครองแผ่นดินโดยธรรมซึ่งเปี่ยมด้วยเมตตาธรรม กรุณาธรรม ขันติธรรม ปัญญาธรรมและธรรมๆๆๆๆอื่นๆอีกมากมาย ที่พระองค์บูรณาการเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างสรรค์ประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยามได้อย่างเหมาะสม

ด้วยพระคุณลักษณะอันเปี่ยมด้วยธรรมของพระองค์นี้ พระองค์จึงประทับอยู่ในหัวใจแห่งอาณาประชาราษฎร์ไทยอย่างมิรู้วันเสื่อมคลายหรือจางหายไปจากใจ ประชาชนพสกนิกรของพระองค์ยินดีมอบใจให้พระองค์ประทับนั่งกลางใจตลอดไป

พระองค์ทรงได้รับการเรียกขานขนานพระนามว่า พระเจ้าแผ่นดิน เพราะพระองค์เสด็จเหยียบแผ่นดินที่พระองค์ปกครองเกือบทุกหย่อมหญ้า เพื่อสดับรับฟังเสียงแห่งความทุกข์ยากของอาณาประชาราษฎร์ของพระองค์ แล้วเสด็จกลับมาหาทางช่วยเหลือแก้ปัญหาอย่างถูกต้องตรงประเด็นเป็นเรื่องๆไป ที่ครอบคลุมไปหมดทั้งเรื่องน้ำ เรื่องดิน เรื่องการทำมาหากิน เรื่องการศึกษา เรื่องสุขภาพ

เมื่อพระองค์เสด็จไปในถิ่นทุรกันดารห่างไกลความเจริญด้านวัตถุ พระองค์มักจะนั่งลงเหนือพื้นดิน เดินเหนือพื้นดินโดยปราศจากเครื่องปูลาดประดับประดา เพราะพระองค์ประทับยืนและประทับนั่งเหนือผืนดินอย่างคุ้นเคย ที่พสกนิกรได้เห็นจนชินตา จึงสมควรถวายพระนามว่า พระเจ้าแผ่นดิน เพราะพระองค์ประทับเหนือแผ่นดิน

นอกจากพระองค์ ทรงอยู่เหนือกว่าดินด้วยการเดินนั่งอย่างไร้เครื่องปูลาดแล้ว พระองค์ยังเข้าใจดินอย่างลึกซึ้งขั้นเทพอีกด้วย เพราะพระองค์ทรงศึกษาดินอย่างจริงจัง วิจัยดินอย่างลึกซึ้ง แยกแยะสารในดินที่เป็นคุณและโทษออกจากกัน จนขจัดดินที่เป็นโทษแก่การเพาะปลูกออกไป และพัฒนาสารในดินที่ดีให้มีความพร้อมจะรับการปลูกพืชอย่างได้ผลต่อไป

พระองค์ทรงมีพระราชดำริทั้งการพัฒนาดินเปรี้ยว พัฒนาดินเค็ม พัฒนาดินที่แห้งแล้งให้ชุ่มชื่น พัฒนาที่แฉะให้ทำประโยชน์ได้ พระองค์ทรงเชี่ยวชาญด้านดินจนสามารถแกล้งดินได้

ด้วยความเข้าใจเรื่องดิน พัฒนาดิน เปลี่ยนแปลงดิน ปรับปรุงดินจนก่อให้เกิดประโยชน์อย่างใหญ่หลวงเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านดินจนโลกยังยกย่องว่า พระองค์เป็นเจ้าแผ่นดินพระองค์จริง เพราะองค์การสหประชาชาติทรงยกย่องพระองค์ด้วยการประกาศวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี อันเป็นคล้ายวันพระราชสมภพของพระองค์ เป็นวันดินโลก นับเป็นเกียรติอันสูงส่งของพระองค์และคนไทยทั้งชาติอย่างแท้จริง

สรุปสั้นๆว่า พระเจ้าคือผู้ทรงฤทธิ์ เนรมิตผืนดินกว้างใหญ่ไพศาลให้เต็มไปด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร ดลบันดาลที่แห้งแล้งให้เขียวขจี นี่แหละคือ พระเจ้าแผ่นดิน ที่ทรงประทับยืน ประทับนั่งเหนือแผ่นดิน นำดินมารับใช้พระองค์ให้เกิดประโยชน์แก่พสกนิกรเกษตรกรของพระองค์ ได้ปลูกพืชให้งอกงามอุดมสมบูรณ์

พระองค์ทรงเป็นเพื่อนเล่นกับดินที่สนิทสนมกันจนกระทั่ง แม้จะแกล้งดิน แต่ดินไม่เคยโกรธ กลับให้ความร่วมมือทำตามพระราชประสงค์ด้วยความเต็มใจ ในโครงการแกล้งดิน จึงสมควรได้ถวายการขนานพระนามว่า พระเจ้าแผ่นดิน

เรื่องที่อยากจะเขียนถึงพระเจ้าแผ่นดิน ผู้ทรงเป็นที่รักของอาตมาก็มีเพียงแค่นี้ใครที่อ่านแล้วนำไปคิดหาคำนิยาม และเหตุผลของคำนี้หรือพระคุณของพระองค์ข้ออื่นๆต่อไปอีกได้ จะเป็นการร่วมกันแสวงหาปัญญาจากพระราชกรณียกิจร่วมกันต่อไป

แม้พระวรกายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรจะจากไปครบ 1 ปี แต่พระวิญญาณ พระวิจารณญาณ พระปรีชาญาณและพระปัญญาญาณจะสถิตย์อยู่คู่ใจไทยทั่วแผ่นดินตราบนานเท่านานชั่วกัลปาวสาน

13 ตุลาคม 2560 เวลา 22.58 น.
วัดอตัมมยตาราม เมืองวูดดินวิลล์ รัฐวอชิงตัน

 




นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส

แสดงความคิดเห็น

Name :
 
Detail :
 



ฉบับที่
368
siamtownus newspaper







Hots Clip VDO ดูทั้งหมด

ขออภัยสัญญาณ VDO มีปัญหากำลังดำเนินการแก้ไข