ดูโลก ดูธรรม และดูใจ
โดย ดร.พระมหาจรรยา สุทธิญาโณ เจ้าอาวาสวัดพุทธปัญญา
น้ำท่วม ร่วมด้วยช่วยกัน











ประวัติศาสตร์จะต้องจารึกไว้อีกคราว่า ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมต่อกับเดือนกันยายน 2562 หลังจากพายุโพดุลและคาจิกิถล่มอย่างหนัก เป็นเหตุให้น้ำท่วมขยายวงกว้างครอบคลุมพื้นที่ทั้งในภาคเหนือและภาคอิสานหลายจังหวัด นับเป็นน้ำท่วมใหญ่ครั้งสำคัญในรอบ 50 ปี คนแก่ๆเรียกฝนตกจนน้ำท่วมใหญ่คราวนี้ว่า ฝนแสนห่า คนที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า น้ำมาอย่างรวดเร็ว จากแค่ตาตุ่มขึ้นถึงคอภายในไม่กี่ชั่วโมง น้ำท่วมเร็วมากจนไม่มีเวลาเก็บข้าวของเครื่องใช้ใดๆ ต้องทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลังเพื่อหนีเอาชีวิตรอด เครื่องใช้ไม้สอยต่างๆ ภายในบ้านที่จมน้ำหลายวันก็พากันเสียหาย สัตว์เลี้ยงต่างๆ ก็พากันล้มตายสูญหายไปกับน้ำนับไม่ถ้วน เรือกสวนไร่นาก็พากันจมอยู่ในน้ำ นาข้าวที่กำลังรอการเก็บเกี่ยวก็จมหายไปต่อหน้าต่อตา สถานที่ราชการ วัด โรงเรียนก็ต้องเผชิญน้ำท่วมอย่างหนักหนาไม่แตกต่างกัน ผู้ประสบอุทกภัยต้องระทมทุกข์แสนสาหัสชนิดสิ้นเนื้อประดาตัวจริงๆ

ทุกครั้งที่เพื่อนร่วมชาติร่วมแผ่นดิน พบกับภัยพิบัติ เพื่อนร่วมชาติที่ยังปลอดภัยล้วนมีน้ำใจไม่เคยทอดทิ้ง ไม่เคยนิ่งดูดาย กระตือรือร้นช่วยเหลือกันอย่างสุดจิตสุดใจ นับตั้งแต่เพื่อนพ้องพี่น้องประสบภัยทั้งองค์กรศาสนา องค์กรสาธารณกุศล องค์กรเอกชน หน่ายงานของรัฐ ทุ่มเทเรี่ยวแรงอย่างแข็งขันช่วยเหลือกันอย่างไม่เห็นแก่ตัว จากการติดตามข่าวจากโซเชียลมีเดียปรากฏธารน้ำใจที่หลั่งไหลไม่ขาดสายจากหลายหน่วยงานดั่งพอจะประมวลมาโดยสังเขปดังนี้

1 สภาผู้แทนราษฎร นับตั้งแต่น้ำท่วมเป็นต้นมา สภาผู้แทนราษฎร ได้เปิดให้มีการอภิปรายปรึกษาหารือกันอย่างกว้างขวางจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย เพื่อสะท้อนปัญหาจากท้องที่ไปสู่การรับรู้ของรัฐบาล เพื่อจะได้เตรียมการช่วยเหลือแก้ปัญหาอย่างถูกต้องตรงประเด็นต่อไป ส่วนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลก็ได้ขวนขวายช่วยเหลือเป็นการส่วนตัวและส่วนพรรคในหลายรูปแบบ ก่อนจะลงมือเขียนบทความวันนี้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 50 กว่าคน แสดงความจำนงบริจาคเงินเดือนของตนหนึ่งเดือน เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย นาทีแห่งความเดือดร้อนนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกฝ่ายคงจะต้องผนึกกำลังเป็นหนึ่งเดียวช่วยประชาชนกันอย่างจริงจัง ไม่เห็นแก่ตัว ไม่เห็นแก่พรรค ไม่เห็นแก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง สวมวิญญาณพระโพธิสัตว์ ไม่เห็นแก่ตัว ไม่กลัวเสียเปรียบลุยงานจนกว่าจะพ้นวิกฤติ

2 รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีประกาศชัดเจนว่า เตรียมพร้อมตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ แต่เมื่อน้ำท่วมมากมายเกินคาดก็ต้องบริหารสถานการณ์เป็นการเฉพาะหน้าให้สำเร็จเป็นเรื่องๆไป โดยให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับประชาชนเตรียมพร้อมที่จะช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าทันที หากติดตามทางโซเชียลก็จะพบว่า ทหารที่อยู่ตามหน่วยต่างๆทั้งในจังหวัดที่ประสบเหตุและจังหวัดใกล้เคียงได้เสริมกำลังพล รถและเรือท้องแบนที่มีอยู่พร้อมปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนออกมาจากพื้นที่น้ำท่วมขึ้นสู่สถานที่พักที่จัดไว้อย่างฉุกเฉินเบื้องต้น จากนั้นรถทหารและรถราชการจำนวนมากก็ลำเลียง ข้าวน้ำปัจจัยเครื่องยังชีพเบื้องต้นและช่วยประชาชนคนแก่ เด็ก ผู้ป่วย ให้อยู่ในที่ปลอดภัย ข้าราชการและหน่วยงานของรัฐก็ทำงานกันอย่างหามรุ่งหามค่ำเพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วนทันเหตุการณ์

3 ครัวหลวง ทุกครั้งที่มีวิกฤตกาลใดๆเกิดขึ้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 พระราชทานครัวหลวงที่มีกลุ่มจิตอาสาในพระองค์ซึ่งมีอยู่ทุกที่คอยปรุงอาหาร เพื่อนำไปเลี้ยงผู้ประสบภัยและดูแลเจ้าหน้าที่ที่อาสาทำงานไม่ให้ขาดแคลน นับเป็นการส่งบำรุงกำลังทั้งกำลังกายและกำลังใจ ในภาวะที่ฉุกเฉินที่สุดพระองค์ทรงพระราชทานถุงยังชีพและน้ำอย่างเพียงพอ พระกรุณาของพระองค์ท่านนำความปลาบปลื้มมาสู่ทั้งผู้ประสบภัยและผู้กู้ภัยจิตอาสาทุกฝ่าย

4 มูลนิธิร่วมกตัญญูและหน่วยกู้ภัยสาธารณกุศลประจำจังหวัดและประจำถิ่น เป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็วแบบหัวหมู่ทะลวงฟัน จุดใดเดือดร้อนที่สุดหน่วยงานนี้ไม่เคยหวาดหวั่นเข้าสู่ที่เกิดเหตุได้เฉียบพลันทันที คุณบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เริ่มออกช่วยประชาชนที่เดือดร้อนตั้งแต่เริ่มน้ำท่วม เป็นที่รู้กันง่ายๆว่า คุณบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์และคณะอยู่ที่ไหน ตรงนั้นต้องเป็นจุดที่ยากลำบากที่สุด ล่าสุดขณะที่น้ำท่วมหนักที่สุดมาตกอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี คุณบิณฑ์เข้าไปช่วยเหลืออยู่หลายวัน ก็พบปัญหาต่างๆเฉพาะหน้าเรื่องน้ำและอาหารก็แก้ไขลุล่วงไปด้วยดี แต่คุณบิณฑ์ พบปัญหาใหม่ว่า ประชาชนที่หนีน้ำมา ไม่มีเงินติดตัวเลย จึงประกาศทางเฟสบุ๊คว่า จะไปเบิกเงินส่วนตัว 1 ล้านบาทเพื่อแจกพี่น้องที่ไม่มีเงินติดตัวเลยคนละ 1 พันบาทเพื่อจะได้ใช้จ่ายยามจำเป็นก่อน แต่พอข่าวนี้ได้รับการแพร่ออกไป เพียงครึ่งวันของวันที่ 16 กันยายน 2562 ยอดเงินรับบริจาคพุ่งกระฉูดถึง 140 ล้านบาท คุณบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ นำไปแจกประชาชนผู้เดือดร้อนทันที เนื่องจากได้รับบริจาคเงินมาก คุณบิณฑ์บอกว่าจะแจกชาวบ้านที่เดือดร้อนได้ครอบครัวละ 5,000 บาท ส่วนเงินบริจาคที่เหลือเก็บไว้เพื่อการซ่อมแซมบ้าน หรือ เครื่องใช้ไม้สอยที่จำเป็นในบ้านเมื่อถึงคราวน้ำลดต่อไป ปรากฏว่า ยอดเงินบริจาคเข้าบัญชีคุณบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ไหลแรงดั่งน้ำหลากไม่ยอมหยุดนิ่งเช้าวันนี้ที่ 17 กันยายน 2562 ยอดเงินพุ่งสู่ 246 ล้าน คาดการณ์กันว่า ยอดเงินบริจาคคราวนี้จะพุ่งถึง 300 ล้านไม่ยากนัก บางฝ่ายคาดคะเนไปไกลว่า ยอดเงินบริจาคน่าจะไปแตะ 500 ล้านทีเดียว ขอเอาใจช่วย เพราะนั่นหมายถึงพี่น้องที่ลำบากขาดแคลนจากพิษน้ำท่วมใหญ่นี้จะได้รับเงินเพื่อใช้จ่ายเบื้องต้นคนละ 5,000 บาทอีกจำนวน 20,000-30,000 ครอบครัว

5 พระภิกษุสามเณร เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เดินนำหน้าพระภิกษุสงฆ์ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ข้าราชการ ทหารพลเรือนฝ่าน้ำท่วมใหญ่เข้าไปถึงที่ประชาชนผู้ประสบภัยแทบจะทุกจุด ท่านนำทั้งสิ่งของยังชีพและกำลังใจไปให้แก่ผู้ประสบภัยด้วยความปลาบปลื้มใจยิ่ง นับว่าเป็นพระผู้ใหญ่ที่ลุกขึ้นช่วยประชาชนผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที เมื่อพระภิกษุสามเณรทั้งหลายได้เห็นเจ้าประคุณสมเด็จฯบำเพ็ญกุศลด้วยความกรุณาแก่ประชาชนด้วยมหาเถรวาทะว่า ยามปกติโยมญาติไม่เคยทอดทิ้งพระภิกษุสามเณร ยามญาติโยมลำบากพระภิกษุสามเณรก็จะไม่ทอดทิ้งญาติโยมเช่นกัน ท่านได้เป็นพระมหาเถระที่มีภาวะผู้นำสูง นำพระภิกษุระดับผู้ใหญ่ไปจนถึงสามเณรเสียสละกำลังกายกำลังใจและกำลังทรัพย์ เพื่อซับน้ำตาพี่น้องผู้ประสบอุทกภัยอย่างสุดความสามารถ เราจึงเห็นภาพพระภิกษุสามเณรนำข้าวน้ำ เครื่องยังชีพ ออกแจกจ่ายแก่พุทธศาสนิกชนในทุกพื้นที่ มีความทุกข์ที่ไหนก็เห็นพระภิกษุสามเณรที่นั่น กระแสแห่งความกรุณาพัดไปทั่วทุกถิ่นไม่แพ้น้ำป่าที่ไหลหลากเช่นกัน ภาพการที่พระภิกษุสามเณรลุกขึ้นมาหุงหาอาหารแจกจ่ายแก่ญาติโยมผู้ประสบอุทกภัยอาจจะไม่คุ้นชินสายตาพุทธศาสนิกชนสักเท่าไร แต่ขอให้เข้าใจพร้อมกันว่า นั่นคือ เมตตาและกรุณาในภาคปฏิบัติของพระภิกษุสามเณรทั้งหลาย ขอให้ถือว่า พระภิกษุสามเณรทั้งหลายที่ออกจากวัดไปช่วยเหลือประชาชนที่กำลังประสบอุทกภัย กำลังปฏิบัติธรรมเพื่อประโยชน์สุขของมหาชนตามพระปฐมบรมพุทธโองการอย่างแท้จริง ไม่ต้องมีความเคลือบแคลงสงสัย เจอภาพอย่างนี้ที่ไหน อนุโมทนาสาธุที่นั่นก็แบ่งปันส่วนบุญด้วยกันทันที

นอกจากหน่วยงานอาสาสมัครต่างๆที่ทำกันเป็นกลุ่มเป็นก้อนชัดเจนแล้วยังมีอาสาสมัครส่วนบุคคลที่ทำงานแบบปิดทองหลังพระอีกมากมาย ทุกกลุ่มทุกหน่วยงาน ทุกคนล้วนมีเป้าหมายเดียวกันคือช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยให้ผ่านพ้นไปด้วยความปลอดภัยทุกคน ถึงเวลาที่คนดีมีใจเดียวกันคือใจกรุณาจะต้องร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจกันเปล่งรัศมีแห่งความดี ไมตรีเมตตากรุณา เหนือเหตุปัจจัยแห่งความขัดแย้งใดๆ ปัดเป่าอุทกภัยให้ผ่านพ้นไปโดยพลัน ขอให้ทุกคนมีความสุขร่วมกันใต้ร่มพระธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตลอดไปเทอญ

วันที่ 17 กันยายน 2562 เวลา 14.20 น.
วัดพุทธปัญญา เมืองโพโมน่า รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา
 

 




นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส

แสดงความคิดเห็น

Name :
 
Detail :
 



ฉบับที่
463
siamtownus newspaper






Hots Clip VDO ดูทั้งหมด

ขออภัยสัญญาณ VDO มีปัญหากำลังดำเนินการแก้ไข