ข่าวคนไทยในอเมริกา
ไทยติดเทียร์2ค้ามนุษย์ ต่อเนื่องอีกเป็นปีที่สอง


บูม โมสบี้ นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสตรีจากเชียงใหม่ ได้รับรางวัล "ฮีโร่" จาก อิวานกา ทรัมป์ ที่ปรึกษาประจำตัวประธานาธิบดีและ เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2017 ระหว่างการแถลงข่าวรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ ประจำปี 2017




แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : สหรัฐฯ จัดอันดับสถานการณ์การค้ามนุษย์ปีนี้ให้ไทยยังคงอยู่ “เทียร์ 2” ถือเป็นประเทศต้องจับตามองต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 แต่ยกย่องหญิงไทย “บูน บีม” แห่งโครงการฮัก เชียงใหม่ เป็นหนึ่งในแปด “ฮีโร่ผู้ต่อต้านการค้ามนุษย์” ของโลกประจำปีนี้


เมื่อเช้าวันที่ 27 มิถุนายน 2017 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้เผยแพร่รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ ประจำปี 2017 (Trafficking in Persons (TIP) Report) ซึ่งปรากฎผลว่าประเทศไทยได้รับการจัดสถานะให้อยู่ใน Tier 2 Watch List หรือกลุ่มประเทศที่ต้องจับตามอง ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 หลังจากอยู่ที่ระดับ "เทียร์ 3" เป็นเวลา 2 ปีติดต่อกันก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ดี ในช่วงการแถลงข่าวที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐนั้น นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รมว.ต่างประเทศ และนางอิวานกา ทรัมป์ บุตรสาวคนโตของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในฐานะที่ปรึกษาประจำตัวประธานาธิบดี ได้ประกาศเชิดชูเกียรติให้กับบรรดาบุคคลที่อุทิศตนให้กับการต่อสู้กับการค้ามนุษย์ (TIP Report Hero) ทั้งสิ้น 8 รายจากประเทศต่างๆ โดยหนึ่งในนั้น คือนางบูม บีน หรือ บูม โมสบี ผู้ก่อตั้งโครงการฮัก จ.เชียงใหม่ ซึ่งได้รับการประกาศเกียรติคุณในงานแก้ปัญหาโสเภณีเด็กในประเทศไทย รวมทั้งให้ความช่วยเหลือต่อเหยื่อจากการค้ามนุษย์ให้สามารถกลับเข้าสู่สังคม โดยร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐ และองค์กรต่างๆในสังคม

โดยคำประกาศเกียรติคุณของนาง บูม บีน บอกด้วยว่าศูนย์ช่วยเหลือเด็กของเธอที่เชียงใหม่ช่วยให้มีการช่วยเหลือโสเภณีเด็กมากกว่า 81 ราย และมีการจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการค้ามนุษย์มากกว่า 20 คน และว่าศูนย์ช่วยเหลือเด็กของนางบูม บีน นี้ถือเป็นแห่งแรกของเอเชียที่ทำงานในลักษณะนี้

นอกจาก บูม บีน แล้ว TIP Report Hero ที่เหลืออีกเจ็ดรายเป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อช่วยเหลือเหยื่อของการค้ามนุษย์ในจากอาร์เจนติน่า, บราซิล, คาเมอรูน, ฮังการี่, โมร็อคโค, อินเดีย และไตหวัน

นอกจากนี้ สหรัฐยังได้ตัดสินใจปรับลดอันดับของจีนสู่ระดับ "เทียร์ 3" ซึ่งเป็นระดับเดียวกับอิหร่าน เกาหลีเหนือ ซีเรีย คองโก กินี และมาลี

ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวได้ประเมินความพยายามของรัฐบาลทั่วโลกจำนวน 187 ประเทศในการจัดการกับการค้าทาสยุคใหม่ โดยรายงานได้จัดอันดับการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ของประเทศต่างๆ เป็น 4 ระดับ คือ เทียร์ 1 สำหรับประเทศที่ปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำของสหรัฐ ส่วนเทียร์ 2 สำหรับประเทศที่ไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำของสหรัฐ แต่ได้ใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อให้บรรลุมาตรฐานดังกล่าว ขณะที่เทียร์ 2 ที่ต้องจับตามอง สำหรับประเทศที่ไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำของสหรัฐ และจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบอย่างใกล้ชิด และเทียร์ 3 สำหรับประเทศที่ไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำของสหรัฐ และไม่ได้ใช้ความพยายามที่จะบรรลุมาตรฐานดังกล่าว

ต่อมา กระทรวงการต่างประเทศของไทย ได้ออกเอกสารสารนิเทศแสดงท่าทีต่อรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ ประจำปี 2017 ซึ่งประเทศไทยได้รับการจัดสถานะให้อยู่ใน Tier 2 Watch List เช่นเดียวกับปี 2016 ความว่า

“รัฐบาลไทยยืนยันความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการต่อต้านการค้ามนุษย์อย่างจริงจังต่อไป รวมทั้งจะร่วมมือกับฝ่ายต่าง ๆ ที่ให้ความสนใจกับการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริงและสร้างสรรค์ เพื่อเพิ่มพูนประสิทธิภาพการทำงานในเรื่องดังกล่าวให้เกิดผลสำเร็จที่สมบูรณ์ขึ้น ทั้งนี้ การดำเนินการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ของรัฐบาลไทยมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อตอบสนองต่อการประเมินใด ๆ แต่เป็นไปเพื่อปกป้องคุ้มครองชาวไทยและชาวต่างชาติในไทย ซึ่งเสมอกันด้วยศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และธำรงไว้ซึ่งหลักการด้านมนุษยธรรมที่ไทยยึดถือตลอดมา

อนึ่ง การที่สหรัฐอเมริกาคงสถานะประเทศไทยที่ Tier 2 Watch List ไม่สะท้อนและไม่สอดคล้องต่อความพยายามอย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ที่ทางการไทยได้สร้างขึ้นในปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบ การดำเนินคดีผู้กระทำผิดและเจ้าหน้าที่ผู้ทุจริต การป้องกันผู้ที่อาจตกเป็นเหยื่อ การคุ้มครองเหยื่อและพยาน และการสร้างความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศ”

และก่อนหน้านั้น นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัญฯ ว่าเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญมาตั้งแต่ต้น ถือเป็นวาระแห่งชาติ ตั้งแต่เดือนกันยายน ปี 2015

"การจัดอันดับในวันนี้จะเป็นอย่างไร จะดีขึ้นหรือไม่ เราจะไม่ติดใจ เพราะที่ผ่านมา ยืนยันว่าประเทศไทยได้ทำอย่างเต็มที่แล้ว และจะต้องเดินหน้าทำต่อไป ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร เราพยายามเน้นเรื่องการประมงให้ประสบความสำเร็จให้ได้ อีกประการสำคัญ คือ เราไม่ได้แก้ปัญหาเฉพาะในประเทศเท่านั้น แต่ต้องแก้ปัญหาคนประเทศอื่นที่เข้ามาสร้างปัญหาในประเทศด้วย" นายดอน กล่าว

นายดอน ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการเดินทางไปพบประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในเดือนกรกฏาคม ว่า กำลังอยู่ระหว่างการพูดคุยกำหนดการที่สำคัญ ๆ ของผู้นำทั้งสองประเทศ ซึ่งจะต้องมีความพร้อมของทั้งสองฝ่าย

"ตอนนี้ทั้งคู่ยังไม่นิ่ง นายโดนัลด์ ทรัมป์ มีกำหนดที่ต้องเดินทางไปประชุมจี20 ในเดือนกรกฏาคม ซึ่งไทยก็ต้องดูว่าในช่วงดังกล่าว นายโดนัลด์ ทรัมป์ อยู่ในประเทศหรือมีภารกิจเดินทางไปที่ไหน ขณะที่เราเองก็มีภารกิจเช่นกัน ดังนั้นล่าสุดจึงยังไม่สามารถระบุวันเวลาที่ชัดเจนได้" นายดอน กล่าว.

 




นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส

แสดงความคิดเห็น

Name :
 
Detail :
 



ฉบับที่
351
siamtownus newspaper







Hots Clip VDO ดูทั้งหมด

ขออภัยสัญญาณ VDO มีปัญหากำลังดำเนินการแก้ไข