เรื่องเล่าจากฝั่งอีสต์
โดย : มงคล วัชรางค์กุล
FIFA World Cup RUSSIA 2018 รอยยิ้มและน้ำตา ( 2 )





เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2018 เราได้ทีมที่เข้ารอบชิงชนะเลิศหนึ่งทีม คือ ฝรั่งเศส France หรือ FRA


FRA ผ่านเข้ามาเล่นรอบ 16 ทีมสุดท้ายกับทีมอาร์เจนติน่า สู้กันสุดมัน ก่อนที่ FRA จะชนะไป 4 : 3 งานนี้ฝรั่งเศสแจ้งเกิดดาวรุ่งดวงใหม่ คือ คีเลียน เอ็มบัปเป้ (Kylian Mbappe) เบอร์ 10 จากทีม Paris Saint Germain ปารีส แซงต์ แจ๊กแมง ที่ซื้อตัวเขามาจากทีมโมนาโค เมื่อปีที่แล้วในราคา 128 ล้านยูโร เป็นสถิติการซื้อตัวแพงเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ รองจากที่ก่อนหน้านั้น ปารีส แซงต์ แจ๊กแมงซื้อเนย์มาร์ มาจาก บาร์เซลโลน่า ในราคา 222 ล้านยูโร

    เอ็มบัปเป้อายุยังไม่ครบ 19 ปีเต็ม วันที่เขายิง 2 ลูกส่งแมสซี่กลับบ้าน ผู้บรรยายของโทรทัศน์ Fox บอกว่า " teenager became a man tonight "
            
ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ฝรั่งเศสเจอกับอุรุกวัยที่ไม่เคยแพ้ใครมาเหมือนกัน นัดก่อนหน้านั้นอุรุกวัยโค่นแชมป์ยูโรฟ่า 2016 โปรตุเกส 2 : 1 ส่งโรนัลโดกลับบ้าน แต่เมื่อมาเจอกับฝรั่งเศส อุรุกวัยก็โดนฝรั่งเศสเขี่ยตกรอบด้วยสกอร์ 0 : 2
            
วันที่แข่งกับอุรุกวัย ดาวรุ่ง เอ็มบัปเป้ โดนใบเหลืองเพราะแกล้งพุ่งล้มลงไปนอนดิ้นทั้งที่ไม่มีลูกบอลหรือผู้เล่นอุรุกวัยอยู่ใกล้ๆ อีกทั้งทีมตัวเองก็นำอยู่ 2 ลูก ไม่รู้ว่าจะดราม่าให้โดนใบเหลืองไปทำไม
           
ในรอบ Semi-final ฝรั่งเศสเจอกับเบลเยี่ยมที่กำลังฟอร์มสด ไม่เคยแพ้ใคร ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายโดนญี่ปุ่นยิงนำไปก่อน 2 ลูก ยังตามมาแก้คืนยิง 3 ลูกเอาชนะได้ในเวลาราว 40 นาที แล้วในรอบ 8 ทีมสุดท้าย เบลเยี่ยมมาชนะบราซิล แชมป์โลก 2 : 1 ส่งเนย์มาร์ จอมดราม่ากลับบ้าน คนจึงมั่นใจเบลเยี่ยมกันมาก ขนาดคอมเม้นท์เตเตอร์ของฟ็อกซ์ 4 คน ในคืนก่อนแข่ง ยังวิจารณ์เป็นเอกฉันท์ให้เบลเยี่ยมชนะทุกคน
                 
แต่พอแข่งจริง ฝรั่งเศสกลับเอาชนะเบลเยี่ยมไปได้ 1 : 0 เบลเยี่ยมแพ้ครั้งนี้ครั้งเดียวในรอบ 25 นัด
            
วันนั้นทีมฝรั่งเศส เอ็มบัปเป้โดนใบเหลืองใบที่สอง ฐานแกล้งถ่วงเวลาตอนท้ายเกม แกล้งเขี่ยลูกเตะกินเปล่าของเบลเยี่ยมทิ้ง ทำให้นัดหน้าชิงชนะเลิศอดลง ไม่ได้ยืนอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ลูกหนังของฝรั่งเศส
                    
ที่จริง เอ็มบัปเป้มีสิทธิ์ได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมรองเท้าทองคำ World Cup 2018 เป็นหนึ่งในสี่ตัวเก็ง แต่การได้ใบเหลือง 2 ใบ น่าจะทำให้ชวดได้รางวัล
                
 ส่วนคู่ชิงระหว่างโครเอเธียกับอังกฤษ นั้น ถือว่าน่าสนใจมาก เพราะโครเอเธียไม่เคยแพ้ใคร เครดิตผลงานคือปราบอาร์เจนติน่า 3 : 0 ในรอบแรก ส่วนในรอบ 16 สุดท้าย ยิงจุดโทษชนะเดนมาร์ค ในนัดนี้ขอบันทึกว่าประตูเดนมาร์คชื่อแคสเปอร์ ชไมเคิล เป็นประตูของทีมเลสเตอร์ ซิตี้ เซฟลูกจุดโทษได้ 2 ลูก แต่อดเข้าชิงเพราะเดนมาร์คยิงจุดโทษแม่นสู้โครเอเธียไม่ได้ แคสเปอร์ ชไมเคิลเป็นลูกชายของปีเตอร์ ชไมเคิล อดีตประตูแมน ยูและประตูทีมชาติเดนมาร์ค หนึ่งในตำนานสุดยอดประตูระดับโลก
                  
งานนี้เห็นทีเจ้าสัวคิง พาว์เวอร์เจ้าของทีมเลสเตอร์ ซิตีจะต้องขึ้นค่าเหนื่อยรายสัปดาห์ ให้แคสเปอร์ ชไมเคิลเพิ่มขึ้นแล้ว
            
ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย โครเอเธียยิงจุดโทษชนะรัสเซียเจ้าภาพที่ก่อนหน้านี้ยิงจุดโทษเอาชนะเสปนเข้ามาได้ในนัดที่มีเสียงเชียร์ถล่มทลายที่สุดในสนามมอสโคว เกมกับโครเอเธียสู้กันมันหยดเพราะโครเอเธียมายิงนำ 2 : 1 ในนาที 101 เล่นเอากองเชียร์รัสเซียช็อค เงียบกริบทั้งสนามเซ็นท์ ปีเตอร์สเบิร์ค จนโค้ชรัสเซีย Cherchesov ต้องออกมาทำมือเรียกเสียงจากกองเชียร์ แล้วนาที 112 ปฏิหารก็เกิดขึ้น เบอร์ 2 เฟอร์นันเดสของรัสเซียจากทีมซีเอสเคเอ มอสโคว พุ่งโหม่งจากลูกตั้งเตะกินเปล่านอกเขตโทษ เข้าประตูไปสวยงามมาก ผู้บรรยายบอกว่าพุ่งโหม่งเหมือนพวกบราซิเลี่ยน เรียกเสียงเชียร์สนั่นของกองเชียร์รัสเซียกลับคืน
            
แต่แล้วเฟอร์นันเดสคนนี้ก็ทำให้น้ำตาท่วมประเทศรัสเซียเพราะยิงจุดโทษเป็นลูกเลียดออกข้างเสาประตูด้านซ้าย
           
ผลงานของโครเอเธียทำให้ผู้ชมถ่ายทอดสดน้ำตานองหน้าเช่นกัน เพราะอดดูกองเชียร์สาวสวยรัสเซี่ยนบนหน้าจอทีวีอีกต่อไป
            
ส่วนอังกฤษผ่านรอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยการยิงจุดโทษเอาชนะโคลัมเบียที่วันนั้นไม่มีดาราหลุยส์ ซัวเรสเจ้าของรางวัลรองเท้าทองคำยิงได้สูงสุด 5 ประตูในฟุตบอลโลก 2014 เพราะซัวเรสเจ็บลงสนามไม่ได้ แล้วอังกฤษมาชนะสวีเดน 2 : 0 ผ่านเข้ารอบ เซมไฟนัล มาเจอกับโครเอเธีย
        
อังกฤษรอคอยวันนี้มา 52 ปี เพราะเข้ารอบเซมิไฟนัล ครั้งสุดท้ายปี 1966 น.ส.พ. Mirror ของอังกฤษพาดหัวหน้าหนึ่งลงรูปนักฟุตบอลแล้วเขียนว่า " Semi Gods "
       
 เกจิอาจารย์ให้ความเห็นว่า อังกฤษจะชนะถ้าได้เล่นลูกถนัดคือลูก Set piece หรือลูกตั้งเตะจากลูกฟรีคิกบ่อยๆ เตะโยนไปแล้วตามโหม่งหรือตามยิง อังกฤษจะถนัดเล่นลูกนี้ แล้วก็เป็นความจริงเพราะเพียง 5 นาทีแรก ENG ก็นำ 1 ประตูจาก Trippier จากทีม Spur ยิงลูก Set piece นอกเขตโทษไซด์โค้งเข้าประตู CRO
           
ครึ่งหลัง CRO ตามตีเสมอ โดย Perisic เล่นทีม Inter Milan สูง 186 ซ.ม.ถีบลูกเข้าประตูอังกฤษชื่อ Pickford เล่นเป็นประตู Everton รับไม่ได้ ต้องต่อเวลาพิเศษ 30 นาที ช่วงต่อเวลานี้ ทีม ENG วิ่งไม่ค่อยไหวแล้ว  ผิดกับ CRO ที่ผ่านการเล่น 1210 นาทีมาสองครั้งยังแข็งแกร่งกว่า วิ่งได้ดีกว่า ในช่วงที่สองนาที 110 Mandzukic ของ CRO จาก Juventus ยิงลูกดับความฝันของ ENG
        
5 นาทีสุดท้าย ENG สู้ด้วยผู้เล่น 10 คน เพราะTrippier ที่ยิงประตูแรกเจ็บต้องออกและหมดโควต้าเปลี่ยนตัวแล้ว
        
อังกฤษประชากร 55 ล้านคน โครเอเธีย 4.17 ล้านคน มีผู้เล่นในพรีเมียร์ ลีคของอังกฤษหลายคน
        
อังกฤษรอวันเข้าชิงฟุตบอลโลกมาตั้งแต่ปี 1966 นาน  52 ปีแล้ว และยังต้องรอต่อไป
        
ขอปรบมือให้ โครเอเธียที่ผ่านร้อนผ่านหนาว Thick and Thin ในบอลโลกมามากกว่าอังกฤษ จึงได้เข้าไปชิงแชมป์โลกกับฝรั่งเศส วันอาทิตย์ที่ 15 ก.ค. 2018 นี้.

 




นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส

แสดงความคิดเห็น

Name :
 
Detail :
 



ฉบับที่
406
siamtownus newspaper







Hots Clip VDO ดูทั้งหมด

ขออภัยสัญญาณ VDO มีปัญหากำลังดำเนินการแก้ไข