ข่าวเด่นเมืองไทย
ข่าวเด่นเมืองไทย
‘เณรคำ’ยอมสละจีวร หลังดีเอสไอแจ้ง5ข้อหา


นายวิรพล สุขผล อดีตพระภิกษุชื่อพระวิรพล ฉัตติโก หรือเณรคำ ยังครองจีวรขณะถูกคุมตัวถึงประเทศไทย




นายวิรพล สุขผล ยอมสละจีวร




แอลเอ (มติชน) : “เณรคำ” ยอมสึกหลังอัยการลงความเห็นให้สั่งฟ้องห้าข้อหา แต่หลุด “อนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15” เพราะคดีหมดอายุความ ขณะศาลแพ่งสั่งให้ “เณรคำ” และพวกคืนเงินเกือบสามสิบล้านบาทให้ผู้เสียหาย 29 ราย โดยไม่ให้ประกันตัวเพราะเกรงหลบหนีอีก


หลังจากเมื่อช่วง เวลา 23.30 น. วันที่ 19 กรกฎาคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดีเอสไอ ได้ควบคุม นายวิรพล สุขผล อดีตพระภิกษุชื่อพระวิรพล ฉัตติโก หรือเณรคำ อดีตประธานสงฆ์สำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม จ.ศรีสะเกษ กลับมาดำเนินคดีในข้อหาพรากผู้เยาว์, กระทำชำเราเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์, ฉ้อโกงประชาชน และฟอกเงิน เดินทางมายังดีเอสไอ หลังศาลของรัฐเเคลิฟอร์เนียมีคำสั่งให้ส่งตัวนายวิรพลเป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทย เพื่อมาทำการสอบปากคำ และดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ทั้งนี้ นายวิรพลยังคงแต่งกายเป็นสงฆ์อยู่นั้น

ต่อมา พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วย นายทวีวัฒน์ สุรสิทธิ์ รอง ผบ.สำนักคดีความมั่นคง ดีเอสไอ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ และ นายณัฐกิตติ ไชยวรรณรัตน์ นักวิชาการศาสนา ชำนาญการ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ออกมาแถลงข่าวที่หน้าประตูทางเข้าอาคาร โดยพ.ต.อ.ไพสิฐ เปิดเผยว่า หลังรับตัวนายวิรพลมาที่สำนักงานดีเอสไอ จะทำตามขั้นตอนทางกฎหมาย เช่น ตรวจร่างกาย ทำประวัติ พิมพ์ลายนิ้วมือ สอบปากคำ และแจ้งข้อหาที่ดำเนินคดี 6 ข้อหา ซึ่งผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธหรือรับสารภาพก็เป็นสิทธิทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่มีการจัดทนายอาสา และทนายความส่วนตัวของนายวิรพล และเจ้าหน้าที่ พศ.มาร่วมในการสอบปากคำด้วย ส่วนญาติพี่น้องของนายวิรพล เจ้าหน้าที่ได้ประสานไปแล้ว แต่ญาติบอกว่าวันนี้ยังไม่สะดวกมาเยี่ยม ได้สอบถามนายวิรพลซึ่งก็ยอมสละจีวรและสมณเพศด้วยตัวเองภายในคืนนี้ ส่วนการสอบสวนในคืนนี้ ดีเอสไอได้เตรียมทนายและแพทย์ไว้ โดยในวันที่ 20 ก.ค.นี้ พนักงานสอบสวนก็จะนำตัวนายวิรพลส่งอัยการคดีพิเศษฝากขังทันที

“ส่วนสาเหตุที่นายวิรพลไม่ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เนื่องจากให้เหตุผลว่าอยากเดินทางกลับประเทศไทย และให้อยากให้บ้านเมืองสงบสุข โดยจากการที่เจ้าหน้าที่ พศ.ได้แจ้งว่าหากมีการมีการแต่งกายเป็นพระจะโดนดำเนินคดีอีก ซึ่งนายวิรพลยินยอมที่จะถอดจีวร สละสมณเพศในคืนนี้ ส่วนเรื่องความปลอดภัย ได้ตรวจเช็คกล้องวงจรปิด ซึ่งพร้อมใช้งานทุกตัว รวมทั้งมีการเตรียมทีมแพทย์ คอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง” พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าว

ด้านนายนายทวีวัฒน์ กล่าวว่า ในส่วนของการสอบปากคำ จะทำการสอบให้เสร็จสิ้นภายในคืนนี้ และส่งตัวนายวิรพลให้อัยการพิเศษในเช้าวันที่ 20 ก.ค. เพื่อส่งฟ้องต่อศาล ซึ่งพนักงานสอบสวนดีเอสไอจะค้านประกันตัวในชั้นศาลด้วย ส่วนการติดตามทรัพย์สิน ทราบว่าเงินที่ประชาชนบริจาคให้นายวิรพลเปลี่ยนแปลงเป็นทรัพย์สินอื่นจะติดตามกลับมา ส่วนทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย เจ้าหน้าที่ได้ทำบัญชีและอายัดไว้หมดแล้ว

ขณะที่ นายณัฐกิตติ กล่าวว่า จะมีการแจ้งให้นายวิรพลทราบเรื่องการแต่งกายเลียนแบบสงฆ์ ว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.สงฆ์ หากท่านท่านยอมสละผ้าเหลือง ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวนดีเอสไอนำตัว นายวิรพล ไปที่ห้องประชุมชม 3 ชั้น 1 เพื่อทำประวัติ พิมพ์มือ ตรวจร่างกาย และแจ้งข้อกล่าวหา ว่าจะรับหรือปฏิเสธข้อกล่าวหา ตามขั้นตอนกฎหมาย เนื่องจากได้รวบรวมสำนวนคดีต่างๆ และได้ส่งให้พนักงานอัยเสร็จสิ้นกระบวนการไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยมีเจ้าหน้าที่ พศ.ร่วมสอบปากคำ และแจ้งให้นายวิรพลทราบว่า เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ มีคำสั่งที่ประชุมคณะสงฆ์ผู้พิจารณาอธิกรณ์ได้มีมัติปรับอาบัติให้พระวิรพล(ณ ขณะนั้น) ขาดจากความเป็นพระภิกษุสงฆ์ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ตาม พ.ร.บ.สงฆ์ มาตร 26 คือ พระภิกษุรูปใดล่วงละเมิดพระธรรมวินัย และได้มีคำวินิจฉัยถึงที่สุด ให้ได้รับนิคหกรรมให้สึก ต้องสึกภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่เวลาที่ได้ทราบคำวินิจฉัยนั้นตั้งแต่วันที่ 13 ก.ค.2556 แล้ว หากนายวิรพลยังฝ่าฝืนแต่งกายสงฆ์ จะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.สงฆ์ มาตรา 43 คือ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 15 จัตวา วรรคสอง มาตรา 26 มาตรา 27 วรรคสาม หรือมาตรา 28 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี

ต่อมาเวลา 09.30 น. วันที่ 20  กรกฎาคม พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ นำตัวนายวิรพล ที่เปลี่ยนเครื่องแต่งกาย เป็นชุดขาว พร้อมกับสำนวนการสอบสวน เดินทางไปยัง สำนักงานอัยการคดีพิเศษ  โดยมีความเห็นสมควรสั่งฟ้องเณรคำผู้ต้องหาในคดีกระทำชำเราเด็กหญิงอายุเกิน 15 ปีแต่ไม่เกิน 18 ปี ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงิน ต่ออัยการสำนักงานคดีพิเศษเพื่อส่งฟ้องต่อศาลอาญาในวันนี้

รายงานข่าวระบุว่า พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้แจ้งข้อกล่าวหากับนายวิรพล 6 ข้อกล่าวหาดังนี้

(1) “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จด้วยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (1) และ (5)

(2) “ฉ้อโกงประชาชน” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343

(3) “ฟอกเงิน” อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 มาตรา 5 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343

(4) “กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277

(5) “กระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279

(6) “ปราศจากเหตุอันสมควรพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง ผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317

ต่อมา ร้อยโทสมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงภายหลังพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ คุมตัว นายวิรพล สุขผล หรืออดีตพระเณรคำ พร้อมสำนวน มาส่งฟ้องต่อพนักงานอัยการพิเศษคดีพิเศษ 4 เพื่อมีความเห็นทางคดี โดยระบุว่า หลังจาก รับตัวนายวิรพล มาแล้ว อัยการได้ตรวจพยานหลักฐาน การแสดงตัวว่าเป็นบุคคลตามที่ดีเอสไอส่งตัวมาเป็นผู้ต้องหาหรือไม่ และตรวจสอบคำให้การในชั้นพนักงานสอบสวน ซึ่งทั้ง 2 คดี คือ คดีพิเศษ ที่ 186/2556 ข้อหา พรากผู้เยาว์ , กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ฯ และคดีพิเศษที่ 151/2556 ข้อหา นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จฯ ตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และฐานฟอกเงิน โดยนายวิรพล ให้การปฏิเสธ และจะขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น ซึ่งอัยการได้ตรวจสำนวนคำร้องของพนักงานสอบสวน ดีเอสไอ แล้ว ได้มีความเห็นสั่งฟ้องนายวิรพล ทั้ง 2 สำนวน รวม 5 ข้อหา

ส่วนข้อหา อนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี และพาเด็กไปเพื่อการอนาจาร นั้น คดีนี้เกิดขึ้นเมื้อช่วงปี 2543-2544 ทำให้คดีนี้ ขาดอายุความไปแล้ว อัยการจึงยุติการดำเนินคดี

สำหรับข้อหาฉ้อโกงประชาชน นั้น ตามกฎหมาย กำหนดให้อัยหารร้องขอเงินคืนให้กับผู้เสียหาย เมื่ออัยการฟ้องนายวิรพล ในข้อหานี้ อัยการจึงระบุในคำฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ นานวิรพล คืนเงินกว่า 28.6 ล้านบาท แก่ผู้เสียหายรวม 29 ราย ด้วย

อย่างไรก็ตาม อัยการ จะนำตัวนายวิรพล ไปยื่นฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลอาญา ในวันนี้ พร้อมคัดค้านการประกันตัวโดยให้เหตุผลว่า จำเลยมีพฤติการณ์หลบหนี
 
วันเดียวกันในเวลา 11.58 น. ข่าวรายงานว่าศาลแพ่ง มีคำพิพากษายึดทรัพย์สินของนายวิรพล สุขผล กับพวกรวม 8 คน จำนวน 27 รายการ อาทิ รถปอร์เช่ มูลค่า 8.3 ล้านบาท รถหรูและรถจักรยานยนต์ สิ่งปลูกสร้างพร้อมที่ดินในจังหวัดอุบลราชธานี และเงินในบัญชีธนาคาร รวม 43 ล้านบาท ให้ตกเป็นของแผ่นดิน ตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

หลังศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่านายวิรพล เป็นพระภิกษุสงฆ์ที่มีรายได้มาจากเงินบริจาคของประชาชนที่มีจิตศรัทธา ไม่มีรายได้มาจากแหล่งอื่น และนายวิรพลกับพวกไม่สามารถชี้แจงที่มาของทรัพย์สินได้ และตามหลักฐานการนำสืบของอัยการเชื่อได้ว่าทรัพย์สินเหล่านี้เป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดมูลฐาน จึงพิพากษาให้ยึดทรัพย์สินทั้งหมดตกเป็นของแผ่นดิน.




 




นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส
20-07-2017 ‘เณรคำ’ยอมสละจีวร หลังดีเอสไอแจ้ง5ข้อหา (0/46) 
19-07-2017 รายงานหน้าหนึ่ง : “ฝรั่งเนท” เป็นใคร? (0/35) 
21-06-2017 สรุปสำนวน”ซินแสโชกุน”ส่งอัยการ23มิ.ย. เหยื่อ517คน สูญ51ล้าน (0/212) 
20-06-2017 ศิริราชแถลงความสำเร็จแห่งเดียวในไทย ‘มีดนาโนทางเลือกรักษามะเร็งตับ-มะเร็งตับอ่อน’ (0/119) 
15-06-2017 ‘บิ๊กตู่’เตรียมข้อมูลแน่น ก่อนนำทัพเจรจา’ทรัมป์' (0/249) 

แสดงความคิดเห็น

Name :
 
Detail :
 



ฉบับที่
355
siamtownus newspaper







Hots Clip VDO ดูทั้งหมด

ขออภัยสัญญาณ VDO มีปัญหากำลังดำเนินการแก้ไข