ข่าวคนไทยในอเมริกา
เชื่อส่งออกสินค้าประมงเพิ่ม หลังไทยพ้นจับตา’ค้ามนุษย์’


จันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์







แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : พาณิชย์เร่งสร้างภาพลักษณ์สินค้าอาหารทะเลแปรรูปไทย เพื่อกระตุ้นตลาดโลก หลังสหรัฐฯ ยกระดับประเทศไทยมาอยู่กลุ่มที่ 2 หลังอยู่ในกลุ่มที่ 2 บัญชีรายชื่อประเทศที่ต้องจับตามอง (เทียร์ ทู วอทช์ลิสต์) ติดกันมา 2 ปี

สัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยรายงานการค้ามนุษย์ หรือ Trafficking in Persons Report 2018 ระบุว่า แม้รัฐบาลไทยไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำอย่างเต็มที่ ในการขจัดปัญหาการค้ามนุษย์ แต่รัฐบาลไทยได้พยายามอย่างมีนัยสำคัญในการดำเนินการดังกล่าว

"รัฐบาลไทยได้แสดงความพยายามอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับการรายงานครั้งก่อน ดังนั้น ประเทศไทยจึงได้รับการยกระดับมาสู่กลุ่มที่ 2"

ความพยายาม ดังกล่าวได้แก่ การดำเนินคดีและการพิพากษาลงโทษนักค้ามนุษย์เพิ่มขึ้น ลดระยะเวลากระบวนการการ ดำเนินคดีค้ามนุษย์โดยจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะทางปราบปรามการค้ามนุษย์ รัฐบาลยังเข้าสืบสวนสอบสวนคดีเจ้าหน้าที่ต้องสงสัย ว่าพัวพันกับอาชญกรรมค้ามนุษย์ และ ตัดสินลงโทษเจ้าหน้าที่ 12 ราย ในปี 2017 ซึ่งรวมเจ้าหน้าที่ 11 คน ที่เกี่ยวข้องกับการค้าผู้อพยพโรฮิงญา

อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลไทยพยายามอย่างต่อเนื่องในการตรวจสอบแรงงานในอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูง ทว่า จำนวนคดีและเหยื่อ กลับไม่มากขึ้นอย่างเป็นสัดส่วนที่สำคัญ การสมรู้ร่วมคิดของเจ้าหน้าที่รัฐ ยังคงเป็นอุปสรรค ต่อความพยายามปราบปรามการค้ามนุษย์ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ยังจับกุม คุมขัง และเนรเทศเหยื่อซึ่งทำผิดกฎหมายอันเป็นผลมาจากการค้ามนุษย์

ข้อเสนอแนะสำหรับประเทศไทยในรายงานปีนี้ไม่ต่างจากของปีก่อน เช่น เสนอให้ไทยสอบสวนและดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนสมรู้ร่วมคิดในการค้ามนุษย์ พร้อมทั้งดำเนินการพิพากษาและลงโทษเจ้าหน้าที่ที่พบว่ามีความผิดจริงอย่างเข้มงวด ไทยควรเพิ่มความพยายามในการระบุอัตลักษณ์เหยื่อค้ามนุษย์ในกลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยง ซึ่งได้แก่ผู้อพยพ ชาวประมง บุคคลไร้สัญชาติ เด็กและผู้ลี้ภัย ไทยควรดำเนินคดีและพิพากษาลงโทษนักค้ามนุษย์ด้วยการใช้แนวทางที่เน้นผู้ตกเป็นเหยื่อเป็นศูนย์กลาง

ทั้งนี้ ไทยได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่มที่ 2 บัญชีรายชื่อประเทศที่ต้องจับตามอง (เทียร์ ทู วอทช์ลิสต์) ในรายงานปี 2011, 2012 และ 2013 ก่อนถูกลดระดับไปอยู่ในกลุ่มที่แย่ที่สุด คือบัญชีประเภท 3 (เทียร์ 3) เมื่อปี 2014 และ 2015 จากนั้นก็ถูกยกกลับมาอยู่ในกลุ่มทีสอง ที่จะต้องจับตามอง อีกครั้งในปี 2016 และ 2017 ก่อนจะหลุดมาอยู่ในกล่มที่สอง ปกติ ในปีนี้

นางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า  รายงานการค้ามนุษย์ หรือ TIP Report 2018 ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ที่จัดอันดับให้ไทยดีขึ้นจากเทียร์ 2 ที่เป็นประเทศที่ถูกจับตาเฝ้าระวังพิเศษ เป็นระดับเทียร์ 2 ปกติ ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของสินค้าดีขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มอาหารทะเล ทั้งอาหารทะเลกระป๋อง และแปรรูป ที่จะได้รับอานิสงส์มากไม่เพียงแต่ในตลาดสหรัฐ แต่ยังรวมถึงตลาดในแถบยุโรป และตลาดอื่นๆ ด้วย

ล่าสุดได้สั่งการให้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ประชาสัมพันธ์แก่ผู้นำเข้าสินค้าอาหารทะเลของไทย ถึงกรณีนี้ เพื่อเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี และสร้างความเชื่อมั่นให้กับสินค้าไทยในตลาดโลกเพิ่มขึ้น ยังสามารถสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือ และการให้ความสำคัญในการเร่งแก้ไขปัญหาของไทย นอกเหนือจากเรื่องการรักษามาตรฐานสินค้าไทยให้ที่เป็นที่ยอมรับจากต่างชาติ

“ถือเป็นข่าวดีของประเทศไทยอย่างมากที่สหรัฐฯ ปรับสถานะไทยขึ้นมาอยู่ที่ระดับเทียร์ 2 ซึ่งเป็นผลมาจากความมุ่งมั่นตั้งใจของรัฐบาลนำโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญโดยกำหนดให้ปัญหาการค้ามนุษย์เป็นวาระแห่งชาติที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมและเป็นสากล พร้อมทั้งยังได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคมเร่งแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง อีกทั้งสหรัฐฯ ต้องการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างไทย-สหรัฐฯ ให้กลับมาดีขึ้น ลดช่องว่างความสัมพันธ์ที่เป็นปัญหามาอย่างยาวนาน เชื่อว่าการส่งออกสินค้าเกี่ยวกับประมงจะปรับเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ไม่ใช่แค่เฉพาะตลาดสหรัฐฯ”

ทั้งนี้ ในปี 2560 ไทยส่งออกสินค้าดังกล่าวไปสหรัฐฯ มูลค่า 997 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 15.45% และในช่วง 5 เดือนแรกปี 2561 มีมูลค่าส่งออกเป็น 343 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 3.99%

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาได้มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ในประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้ง 5 สำนักงาน ได้แก่ วอชิงตันดีซี นิวยอร์ก ลอส แอนเจลิส ชิคาโก และไมอามี เดินสายชี้แจงในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ของรัฐบาลไทยต่อบริษัทผู้นำเข้ารายใหญ่ของสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเร่งเสริมสร้างการบูรณาการกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ในการชี้แจงประเด็นที่ถูกกล่าวหา และประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมของไทยให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้าง จนทำให้ผู้นำเข้าสหรัฐฯ เกิดความเชื่อมั่นในการดำเนินงานของรัฐบาล ภาคเอกชนไทย และคุณภาพอาหารทะเลจากประเทศไทย

ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศคู่ค้าอีกหลายประเทศ ที่กำลังจะกลายเป็น “สงครามการค้า” นั้นก็ทำให้รัฐบาลไทย โดยกระทรวงพาณิชย์ มีความวิตกว่าจะส่งผลกระทบรุนแรงกับไทยเช่นกัน

โดยน.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยเมื่อวันที่ 26 มิถุนายนว่า ได้เชิญเอกชนจากสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) , สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย , สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, สมาคมธนาคารไทย รวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร เหล็ก อะลูมิเนียม ยานยนต์และชิ้นส่วน ร่วมประเมินสถานการณ์การออกมาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ รวมถึงมาตรการตอบโต้ของประเทศที่ได้รับผลกระทบ เพื่อประเมินผลกระทบต่อประเทศไทย เพื่อเตรียมรับมือ

ทั้งนี้ มาตรการของสหรัฐฯ เริ่มส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยแล้ว เช่น การขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าเครื่องซักผ้าและโซลาร์เซลล์ ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ช่วงต้นปี ทำให้ไทยส่งออกสินค้าดังกล่าวไปยังสหรัฐฯ ได้ลดลง เปรียบเทียบมูลค่าส่งออกในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ กับปีก่อนหน้า พบว่า มูลค่าการส่งออกเครื่องซักผ้าลดลงมากกว่า 30% และโซลาร์เซลล์ลดลงมากกว่า 50% ส่วนในสินค้าเหล็กและอะลูมิเนียมก็มีแนวโน้มว่าจะส่งออกไปสหรัฐฯ ลดลงเช่นกัน

"สำหรับการขึ้นภาษีในกลุ่มทรัพย์สินทางปัญญาของจีน จะเริ่มบังคับใช้ในเดือน ก.ค. ซึ่งจากการประเมินของกระทรวงพาณิชย์ในภาพรวมแล้ว ไทยยังไม่ได้รับผลกระทบทางลบ"

ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ยังไม่พบการส่งออกสินค้าที่เข้าข่ายถูกขึ้นภาษีระหว่างสหรัฐฯ และจีน ทะลักเข้ามาไทยสูงขึ้นกว่าปกติ แต่ได้เตรียมการรองรับไว้แล้ว โดยกำหนดยุทธศาสตร์ทั้งเชิงรุกและเชิงรับ มาตรการเชิงรุก เช่น การหาตลาดส่งออกใหม่ ๆ เร่งเจรจา FTA หรือ สร้างหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ มาตรการเชิงรับ เช่น การป้องกันเฝ้าระวังและเตรียมมาตรการรองรับสินค้าที่จะทะลักเข้าไทย โดยได้มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) จัดประชุมรายสินค้า เพื่อจัดทำแผนการดำเนินงาน (Action Plan) ต่อไป

นอกจากนี้ ได้สั่งการให้กรมการค้าต่างประเทศไปดูในเรื่องมาตรการสวมสิทธิ์ รวมถึงมาตรการป้องกันการทะลักของสินค้าเข้ามาในไทย ในสินค้าที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ไม่ให้ทะลักเข้ามา ซึ่งกรมการค้าต่างประเทศจะต้องหารือกับภาคเอกชนและให้รายงานกลับมาภายใน 10 วัน ส่วนกรมการค้าภายในให้รับผิดชอบเรื่องสินค้าเกษตรที่คาดว่าน่าจะทะลักเข้ามา เช่น ข้าวโพด ถั่วเหลือง ซึ่งหากเป็นสินค้าที่ไทยขาดแคลน อาจจะไม่มีผลกระทบ แต่ถ้าเป็นสินค้าที่เข้ามาทดแทน จะต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษและหามาตรการป้องกัน ในขณะที่ กรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้สั่งการให้เฝ้าระวังเรื่องสินค้าที่เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา กรมส่งเสริมการส่งออก ให้ช่วยหาตลาดใหม่มาทดแทนในตลาดที่คาดว่าน่าจะได้รับผลกระทบ และกรมเจรจาการค้าฯ เร่งเจรจาเอฟทีเอที่เป็นประโยชน์กับไทย

ด้าน น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการ สนค. ประเมินว่า สงครามการค้าทำให้โครงสร้างความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างประเทศเปลี่ยนไป โดยกลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบมีแรงจูงใจแสวงหาพันธมิตรทางการค้าใหม่ ๆ เพื่อกระจายความเสี่ยงและรักษาเสถียรภาพการค้าในระยะยาว ซึ่งจากการวิเคราะห์ของ สนค. โดยรวมแล้ว ไทยจะยังได้ประโยชน์จาการส่งสินค้าไปขายทดแทนได้ เช่น สินค้ายานยนต์และส่วนประกอบ ไทยมีโอกาสส่งออกทดแทนจีนในตลาดสหรัฐฯ รวมถึงส่งออกสินค้าทดแทนสหรัฐฯ ในตลาดจีนมากขึ้น สินค้าเกษตร อาทิ มันสำปะหลัง มะพร้าว ชิ้นส่วนสัตว์ปีก ไทยมีโอกาสส่งออกสินค้าไปยัง 4 ประเทศ ที่ออกมาตรการตอบโต้สหรัฐฯ ได้แก่ จีน แคนาดา เม็กซิโก และสหภาพยุโรป (อียู) ปลาปรุงแต่ง เนื้อสัตว์ และส่วนประกอบ มีโอกาสทดแทนสินค้าจากสหรัฐฯ ในตลาดจีนและแคนาดา

น.ส.กัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธาน สรท. กล่าวว่า สินค้าที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้านี้จะต้องดูเป็นรายการและรายละเอียดแต่ละสินค้าไป ที่น่าห่วง คือ สินค้าเกษตรที่คาดว่าน่าจะมีสินค้าเข้าทดแทนสินค้าเกษตรของไทย เช่น ถั่วเหลือง ข้าวโพด แต่ถ้าทะลักเข้ามาในส่วนที่ไทยขาด ก็อาจจะมีผลดีในเรื่องราคา แต่ถ้าทะลักเข้ามาในช่วงที่ไทยมีสินค้าอยู่ ก็จะกระทบเรื่องราคาในประเทศได้ ทั้งนี้ ผลกระทบที่ชัดเจนน่าจะเห็นผลใน 2-3 เดือนข้างหน้า.

 




นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส
18-09-2018 ไอร์แลนด์อายัดทรัพย์ ในบัญชีแบงก์’จุฑามาศ’ (0/102)   
13-09-2018 22 กันยาฯ “ร้อง เต้น เล่น แต่ง แบ่งปันน้ำใจ” โดย “กลุ่มอนุรักษ์วัฒนธรรมและผ้าไทย” (0/394) 
12-09-2018 เปิดตัวหนัง’หมูป่า’เรื่องแรก ที่เทศกาลภาพยนตร์โตรอนโต้ (0/1828) 
12-09-2018 2ร้านนวดในซานดิเอโก้ ถูกปรับยับฐานโกงค่าแรง (0/8341) 
12-09-2018 หนังยางรัดของไทยเจอภาษี หลังเจอข้อหา’ทุ่มตลาด’สหรัฐ (0/3050) 

แสดงความคิดเห็น

Name :
 
Detail :
 



ฉบับที่
413
siamtownus newspaper







Hots Clip VDO ดูทั้งหมด

ขออภัยสัญญาณ VDO มีปัญหากำลังดำเนินการแก้ไข