ข่าวคนไทยในอเมริกา
ชวนชาวไทยในแอลเอ ชมสารคดี ‘The Journey บันทึกทางไกล…ถึงพ่อ’





โดนัท-มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล




ขอเชิญชาวไทยในลอส แอนเจลิส ชมภาพยนตร์สารคดีเรื่อง ‘The Journey บันทึกทางไกล…ถึงพ่อ’ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้ในวันที่ 19 ธันวาคม ศกนี้ ณ โรงภาพยนตร์ของ LA Film School (6363 Sunset Blvd., Hollywood, CA 90028) โดยจัดฉายสองรอบ คือ 18.30 น. และ 20.30 น. โดยจองบัตรล่วงหน้าที่อีเมล์ thejourneydocumentaryLA@gmail.com


ส่วนชาวไทยในนิวยอร์ค รับชมภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ได้ในวันที่ 21 ธันวาคม ที่ Landmark Sunshine Cinema (143 E. Houston St., New York, NY 10002) โดยจัดฉายสองรอบ คือเวลา 19.00 น. และ 21.00 น. สามารถลงทะเบียนขอรับบัตรได้ฟรี ที่ thejourneydocumentaryNY@gmail.com

โดยหลังจากจบภาพยนตร์สารคดีเรื่อง ‘The Journey บันทึกทางไกล…ถึงพ่อ’ แล้ว ขอเชิญร่วม Q and A กับโดนัท-มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล นักแสดงชื่อดัง ซึ่งเป็นทั้งผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ และผู้เขียนบทภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ รวมถึงทีมงานของเธอด้วย.

...........

รีวิว  ‘The Journey บันทึกทางไกล…ถึงพ่อ’

จาก mangozero.com

.....

ในช่วงเวลานี้ เราจะได้เห็นข้อมูลต่างๆ มากมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวของในหลวงรัชกาลที่ 9 บ้างก็มาจากคนใกล้ตัวที่เคยได้รับใช้อย่างใกล้ชิด หรืออาจมาจากคลิปสัมภาษณ์ที่ถูกแชร์กันบนอินเตอร์เน็ต เรื่องราวต่างๆ ล้วนทำให้เราได้รู้จักท่านมากขึ้นในมุมที่ต่างกันไป

และเมื่อเราได้รับสารต่างๆ มากขึ้น เราก็อดไม่ได้ที่จะอยากรู้ให้มากขึ้นไปอีก เราอยากรู้ว่าตอนเด็กๆ ท่านเป็นเด็กแบบไหน เราอยากรู้สภาพแวดล้อมที่ท่านโตมา เราต้องการสืบค้นไปถึงแก่นที่ทำให้ท่านเติบโตมาเป็นในหลวงที่เรารัก และทรงงานหนักเพื่อเราได้มากขนาดนี้

สารคดีเรื่อง ‘The Journey บันทึกทางไกล…ถึงพ่อ’ เป็นสารคดีที่เราได้ชมและคิดว่า นี่เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์และเป็นการนำเสนอเรื่องราวของในหลวงออกมาแบบที่ทันสมัย ไม่ได้พยายามเค้นให้บรรยากาศการชมต้องมีน้ำตานอง แต่กลับนำเสนอเป็นสารคดีชีวิตของคน ’ปกติ’ ที่ทำออกมาได้เข้าถึงและเข้าใจง่าย ภายในระยะเวลา 60 นาทีเท่านั้น ที่สำคัญเมื่อดูจบเราคิดว่าเรารู้จักในหลวงท่านมากขึ้นและสามารถปะติดปะต่อความเป็นมาของตัวท่านได้มากกว่าเดิม เลยอยากจะมาแนะนำให้ทุกคนได้ไปชมกัน

The Journey แบ่งการเล่าเรื่องเป็น 3 องค์

องค์ที่ 1 : นำเสนอเรื่องราวในวัยเด็ก

การที่เราได้รู้จักใครคนนึงในสมัยเขายังเป็นเด็ก ทำให้เราได้เห็นถึงความคิด ทัศนคติ สิ่งต่างๆ ที่หล่อหลอมความเป็นตัวตนของคนๆ นั้น ซึ่งไม่ต่างกับการได้เห็นในหลวง รัชกาลที่ 9 เมื่อสมัยท่านยังเป็นเด็กเลย สารคดีเรียบเรียงเรื่องราวผ่านคุณครูวัยเด็กที่เมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงจดหมายต่างๆ ที่ท่านส่งมาให้คุณครูของท่านด้วย

ข้อความที่เห็นในจดหมายก็เป็นการบอกเล่าเรื่องราวทั่วไปเช่น ‘อาหารบนเรืออร่อยมาก’ เราได้เห็นความเป็นเด็กธรรมดาในตัวในหลวง เราเห็นว่าท่านเป็นเด็กน่ารัก และเติบโตมาในสภาพการเลี้ยงดูที่ไม่ได้วิเศษไปกว่าใครๆ เลย นั่นยิ่งทำให้เราอยากรู้และติดตามต่อในองค์ต่อไป ว่าแล้วอะไรที่ทำให้ท่านแข็งแกร่งและเก่งได้ขนาดนี้?

องค์ที่ 2 : นำเสนอเรื่องราวสมัยหนุ่ม

ในช่วงองค์ที่สอง เรื่องราวจะนำเสนอถึงความเปลี่ยนแปลงในชีวิตท่าน หลังจากที่มีเหตุการณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 8 เกิดขึ้น การตัดสินใจต่างๆ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ก็เริ่มมีภาระหน้าที่เข้ามาเป็นปัจจัย อย่างเช่น จากที่ท่านตั้งใจจะศึกษาต่อด้านวิทยาศาสตร์ ท่านก็เปลี่ยนมาศึกษาด้านรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์แทน เพื่อจะนำความรู้ที่ได้กลับมาใช้ในหน้าที่ของกษัตริย์

และในช่วงองค์ที่สอง ก็จะเล่าถึงช่วงที่ท่านได้เจอกับพระราชินีด้วย เราจะเห็นบทสัมภาษณ์ที่ใกล้ชิดเกี่ยวกับเรื่องราวความรักของทั้งสองพระองค์ เช่นบทสัมภาษณ์ของราชินีตอนหนึ่ง ได้กล่าวว่า นี่ไม่ใช่ Love at first sight แต่เป็น Hate at first sight เพราะในหลวงท่านทรงมาหาราชินีสายกว่าที่นัดไว้ถึง 3 ชั่วโมง เป็นต้น เราก็จะได้เห็นมุมน่ารักๆ ที่อาจเคยเห็นมาบ้างแล้วจากอินเตอร์เน็ต แต่ในสารคดีเรื่องนี้ เราจะเข้าใจง่ายขึ้นและเรียบเรียงเรื่องราวตามได้ลึกขึ้นด้วย

องค์ที่ 3 : นำเสนอช่วงที่ท่านทรงงาน

องค์สุดท้าย จะนำเสนอช่วงชีวิตการทรงงานของท่านผ่านภาพถ่ายและภาพยนตร์ต่างๆ ที่ถูกบันทึกไว้ด้วยแผ่นฟิล์ม จากบทสัมภาษณ์ของนักข่าวต่างประเทศ รวมถึงการบอกเล่าจากปากของคนใกล้ชิดที่ทำงานกับท่านมาตลอดอย่าง ดร.สุเมธ ด้วย

ในหน้าที่ ‘กษัตริย์’ เป็นหน้าที่ที่มีอยู่น้อยในโลกใบนี้ ไม่มีสูตรว่ากษัตริย์ต้องทำอะไรในแต่ละวัน แต่สิ่งที่ในหลวงทำ ก็คือการทำทุกอย่างที่เกิดประโยชน์เพื่อประชาชนของท่าน มีบทสัมภาษณ์ตอนหนึ่ง นักข่าวต่างประเทศถามในหลวง ว่าแผนงานในอนาคตของท่านเป็นยังไง ท่านตอบเป็นภาษาอังกฤษด้วยใจความสั้นๆ ว่าท่านไม่มีแผนใดๆ ท่านคิดว่าต้องทำอะไรก็ทำเลย รู้แค่ว่าจะทำแต่สิ่งที่ดีมีประโยชน์

นักข่าวถามว่าท่านชอบอยู่คนเดียวหรอ ถึงชอบทรงงานอยู่ในห้องเพียงลำพัง ท่านก็ตอบว่าเราไม่ได้ชอบอยู่คนเดียวแต่เราต้องเตรียมตัวเองให้พร้อมสำหรับการทำงาน เพราะเราเป็นกษัตริย์ตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง การอยู่คนเดียวทำให้ได้โฟกัสกับสิ่งต่างๆ ได้คิด และทำให้ท่านพร้อมหากมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น

ดร.สุเมธ กล่าวว่า วันเกิดทุกปี จะไปเข้าเฝ้าในหลวงเพื่อรับคำอวยพร ครั้งสุดท้ายที่ได้เข้าเฝ้า ในหลวงพูดง่ายๆ 3 ประโยค ว่า ‘สุเมธ งานยังไม่เสร็จนะ’  ‘สุเมธ งานยังไม่เสร็จนะ’  ‘สุเมธ งานยังไม่เสร็จนะ’

สารคดีเรื่องนี้ นำเสนออย่างจริงใจ ไม่ได้ปรุงแต่งเนื้อเรื่องให้ดูฉูดฉาดหรือมีสีสัน ไม่ได้มีดนตรีเศร้าๆ ให้คนดูน้ำตาไหล กลับกันยังเลือกเพลงประกอบสารคดีที่มีจังหวะสนุกสนานด้วยซ้ำ แต่ดูไปน้ำตามันไหลออกมาไม่รู้ตัวเหมือนกัน เป็นน้ำตาที่ไม่ได้เศร้าเสียใจ แต่เป็นน้ำตาแห่งความภูมิใจที่ได้เกิดมาทันยุคท่าน จึงอยากเชิญชวนให้คนไทยไปดูสารคดีเรื่องนี้กันนะคะ และยังมีรอบชมฟรีสำหรับคนที่สนใจด้วย.


 




นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส
13-12-2017 บทความหน้าสาม : เราจะช่วยเหยื่อพระเพลิงแคลิฟอร์เนียได้อย่างไร (0/486) 
13-12-2017 ‘แม่ไทย’ถูกเวลส์ไม่ให้วีซ่า อดฉลองคริสต์มาสกับลูก (0/4641) 
13-12-2017 ภาพฝาผนังสไตล์ไทย โผล่กลางเมืองเดนเวอร์ (0/571) 
13-12-2017 สามสุดยอด’มวยไทย’ เรียงหน้าชกที่อเมริกาต้นปีหน้า (0/348) 
12-12-2017 สถานทูตโชว์ความเป็นไทย งาน’กาลาหอการค้าเอเชีย’ (0/224) 

แสดงความคิดเห็น

Name :
 
Detail :
 



ฉบับที่
375
siamtownus newspaper







Hots Clip VDO ดูทั้งหมด

ขออภัยสัญญาณ VDO มีปัญหากำลังดำเนินการแก้ไข