ข่าวคนไทยในอเมริกา
รายงานหน้าหนึ่ง : อันเนื่องมาจากการลากผู้โดยสาร ทำไมสายการบินขายตั๋วเกินที่นั่ง?





ปัญหาขายตั๋วเกิน ที่เกิดขึ้นเป็นปกติของทุกสายการบิน รวมถึงยูไนเต็ดแอร์ไลน์ เที่ยวบิน 3411 ระหว่างชิคาโก้-หลุยส์วิลล์ เคนตั๊กกี้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 เมษายน 2017 จบลงด้วยการใช้กำลังลากตัวผู้โดยสารชาวเอเชีย ที่ทราบภายหลังว่าเป็นนายแพทย์ ชื่อ เดวิด เดา ลงจากเครื่อง ในสภาพ “เลือดอาบหน้า” และภาพเหตุการณ์อันทุลักทุเล (และทุเรศ) ที่เกิดขึ้น ถูกถ่ายทอดผ่านสื่อโซเชียลมีเดียของผู้โดยสารคนอื่นๆ ออกมาให้ชาวโลกได้เห็นแบบชัดเจน... จนสายการบินใหญ่ของอเมริกาเสียศูนย์ เพราะถูกรุมด่าจากทั่วโลก

นั่นทำให้เกิดคำถามขึ้นว่า การลากผู้โดยสารลงจากเครื่องแบบนั้น มีโอกาสเกิดขึ้นกับคนเอเชียแบบเราได้ไหม...

การขายตั๋วเกินจำนวนที่นั่ง เป็นเรื่องปกติของทุกสายการบิน อีกทั้งเป็นการกระทำที่กระทรวงคมนาคมรับรู้ด้วย ทั้งนี้เพื่อป้องกันที่ว่างบนเครื่องบิน เพราะการเดินทางแต่ละเที่ยวมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง การขายตั๋วเกิน หรือที่เรียกว่า “โอเวอร์บุ๊กกิ้ง” คือการเฉลี่ยความเสี่ยง โดยหวังว่าจะมีผู้โดยสารส่วนหนึ่งพลาดเที่ยวบินด้วยเหตุผลใดเหตุผลหนึ่ง

ข้อมูลจากกระทรวงคมนามคมระบุว่า ในปี 2015 มีผู้โดยสารถูกเชิญลงจากเครื่องบินทั้งที่มีตั๋วอยู่ในมือกว่า 46,000 คน ดูว่ามาก แต่เมื่อเทียบกับจำนวนผู้เดินทางด้วยเครื่องบินทั้งหมดของปีนั้น ซึ่งมีอยู่ประมาณ 613 ล้านคน ก็เหลือความเสี่ยงแค่ 0.008 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

เรียกได้ว่าหากไม่ดวงจู๋จริงๆ โอกาสที่จะถูกเชิญลงจากเครื่องก็แทบจะไม่มี

ที่ผ่านๆ มา การปฏิเสธผู้โดยสาร หรือเชิญลงจากเครื่องของสายการบินต่างๆ ไม่ค่อยปรากฎเป็นข่าวให้ได้ยินได้ฟังมากนัก ด้วยว่านโยบายของสายการบินทุกแห่งคือการเสนอข้อแลกเปลี่ยนที่น่าสนใจต่างๆ เพื่อให้โดยสารยินยอมเลื่อนตั๋วไปเดินทางในเที่ยวถัดไปแทน

แต่หากไม่มีใครยินยอมลงจากเครื่องโดยสมัครใจ ก็จะใช้วิธีบังคับ (ให้รับข้อเสนอ) โดยส่วนใหญ่จะเริ่มเลือกผู้โดยสารในชั้นที่ถูกที่สุด และเลือกเอาคนที่ขึ้นเครื่องหลังสุดก่อน

รวมถึงเที่ยวบินฉาวของยูไนเต็ดแอร์ไลน์ด้วย โดยข่าวบอกว่าในชั้นแรก ได้มีการเสนอเงินสด 400 ดอลลาร์ บวกห้องพักหนึ่งคืน เพื่อแลกกับการเลื่อนเที่ยวบินไปเป็นวันรุ่งขึ้น แต่ไม่มีใครสนใจรับข้อเสนอ และแม้ทางเจ้าหน้าที่จึงขยับเงินเป็น 800 ดอลลาร์ก็ยังไม่มีใครยอมอยู่ดี

แต่แทนที่จะเสนอเงินเพิ่มขึ้นอีก เพราะยูไนเต็ดแอร์ไลน์ มีลิมิตค่าตอบแทนในส่วนนี้ถึง 1,350 ดอลลาร์ สายการบินกลับประกาศว่าจะใช้วิธีจับฉลากรายชื่อผู้โดยสารสี่คนให้ลงจากเครื่องแทน ซึ่งเหตุการณ์หลังจากนี้ก็เป็นไปอย่างที่ทราบกัน คือมีผู้โดยสารสามราย รวมถึงภรรยาของคุณหมอชาวเวียดนามคนนี้ด้วย ยินยอมลงจากเครื่องโดยไม่ขัดขืน แม้จะไม่พอใจนักก็ตาม

แต่หมอเดวิด ดาว ไม่ยอม โดยบอกว่าเขามีนัดกับคนไข้ในตอนเช้าของวันรุ่งขึ้น ขู่ด้วยว่าจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายหากบังคับให้เขาลงจากเครื่อง ซึ่งนั่นทำให้เจ้าหน้าที่บนเครื่องบินต้องเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสนามบินขึ้นมา “ลากตัว” ผู้โดยสารดื้อคนนี้ออกไป โดยระหว่างการลากตัวตัวดังกล่าว ปากของคุณหมอเคราะห์ร้ายก็กดกระแทกกับที่วางแขนอย่างแรงจนเลือดไหลอาบ และ (น่าจะ) เป็นเหตุให้คุณหมอถึงกับนิ่งสนิทขณะถูกลากถูลู่ถูกังออกไป ท่ามกลางเสียงโวยวายอย่างไม่พอใจของผู้โดยสารอีกหลายคน

เหตุการณ์เพียงเท่านั้นก็น่าจะ “เลวร้าย” เพียงพอแล้ว แต่เรื่องราวกับยิ่งเลวร้ายมากขึ้นหลังจากนั้น เมื่อทราบว่าการไล่ผู้โดยสารลงจากเครื่องบินเที่ยวดังกล่าว ไม่ใช่มาจากปัญหาการขายตั๋วเกิน หรือโอเวอร์บุ๊ก แต่เป็นการขับไล่ผู้โดยสาร เพื่อเอาที่นั่งให้กับเจ้าหน้าที่ของยูไนเต็ดแอร์ไลน์เอง

และจากนั้นอีกไม่นาน ออสก้าร์ นูนอซ ผู้บริหารระดับสูงของยูไนเต็ด แอร์ไลน์ ก็ได้ออกแถลงการณ์เข้าข้างพนักงานของตัวเอง ถึงสองฉบับ ก่อนที่จะรับรู้ถึงปฏิกิริยาด้านลบที่กระหน่ำจนหุ้นของยูไนเต็ดแอร์ไลน์ ร่วงวูบ ถึงปรับท่าทีและออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อการปฏิบัติแบบไม่ถูกต้องกับผู้โดยสารที่เกิดขึ้น...

จากนั้นก็มีเหตุการณ์เกิดขึ้นอีกมากมาย เช่นมีการพักงานและสอบสวนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ใช้กำลังแก้ไขปัญหาจนผู้โดยสารบาดเจ็บ ขณะที่ครอบครัวคุณหมอเคราะห์ร้ายก็ได้ตั้งทนายความเตรียมเรียกร้องค่าเสียหายก้อนโต ฯลฯ

เผลอๆ อาจจะมีกลุ่มนักกฎหมายชาวเอเชียออกโรงมาฟ้องร้องฐาน “เหยียดผิว” หรือ “เลือกปฏิบัติ” แถมเข้าไปด้วย เพราะฮึ่มๆ มาตั้งแต่วันแรกว่าหากเป็นผู้โดยสารชาวอเมริกันผิวขาว... เหตุการณ์ทุเรศทุรังแบบนี้จะเกิดขึ้นไหม...

ถือเป็นบาดแผล “เหวอะหวะ” ที่ยูไนเต็ด แอร์ไลน์ จะต้องแก้ไข และสร้างพจน์สายการบินที่ดี และไม่มีอันตรายกับผู้โดยสารขึ้นมาใหม่... ซึ่งดูๆ แล้วไม่น่าจะเป็นงานที่ง่ายนัก...

 




นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส
17-08-2017 แม่ฝากบอก’มิม-กอล์ฟ’ อย่าห่วง-เข้าใจทุกอย่าง (0/1427)   
17-08-2017 ทะเบียนรถตกเหวให้ลาภ ถูกหวยทั้งไทย-อเมริกา (0/461)   
16-08-2017 รายงานหน้าหนึ่ง : เมื่อ เคเคเค ขอบคุณผู้นำสหรัฐฯ (0/94)   
15-08-2017 ชุมชนไทยรวมใจทำพิธี-ไว้อาลัยให้กอล์ฟ-มิน เข้าพบเจ้าหน้าที่เร่งช่วยกู้รถ (มีคลิป) (0/1209) 
10-08-2017 สัมภาษณ์พิเศษ : กงสุลใหญ่ฯ ธานี แสงรัตน์ กรณีความล่าช้าเก็บร่างนักศึกษาไทย (2/3638) 

แสดงความคิดเห็น

Name :
 
Detail :
 



ฉบับที่
358
siamtownus newspaper







Hots Clip VDO ดูทั้งหมด

ขออภัยสัญญาณ VDO มีปัญหากำลังดำเนินการแก้ไข