ข่าวคนไทยในอเมริกา
เปิดตัวสี่แบรนด์ไทย ร่วมแอลเอแฟชั่นวีค19


Kanapot Aunsorn




Renim Project




มิมี เทา นางแบบข้ามเพศของไทย เดินแฟชั่นให้กับแบรนด์ Issue ของไทย ในงาน แอลเอแฟชั่นวีค 2017




แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : เปิดตัวสี่ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ของไทย ที่จะอวดผลงานใน “แอลเอแฟชั่นวีค 2019” เดือนตุลาคม ณ ปีเตอร์เซ่น ออโตโมทีฟ มิวเซียม ถนนวิลเชอร์ ประกอบไปด้วย Landmee, Kanapot Aunsorn, Renim Project และ Salisa Official

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2019 แอลเอแฟชั่นวีค (LAFW) ได้ประกาศรายชื่อของ ดีไซเนอร์ ที่จะนำผลงานออกแสดงในมหกรรมแฟชั่นโชว์ของปี 2019 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-12 ตุลาคม ณ พิพิธภัณฑ์รถยนต์โบราณ ปีตอร์เซ่น (Petersen Automotive Museum) ถนนวิลเชอร์ โดยระบุว่าเป็นการ “โชว์เคส” ความสามารถ และความคิดสร้างสรรค์ของดีไซเนอร์ จำนวนมาก ทั้งที่เป็นชาวอเมริกันและนานาชาติ

มหกรรมแฟชั่นโชว์รายการใหญ่ของอเมริการายการนี้ เป็นการแสดงคอลเล็คชั่น สปริง/ซัมเมอร์ ของปี 2020 เริ่มต้นจากรอบ exclusive invite-only show (บัตรเชิญเท่านั้น) ในวันที่ 8 ตุลาคม เป็นโชว์ของ จูเลี่ยน แม็คโดนัลด์ ดีไซเนอร์ระดับโลก อดีต ครีเอทีฟ ไดเร็คเตอร์ ของแบรนด์ Chanel และ Givenchy โดยบอกว่าจะเป็นการแสดงผลงานจากคอลเล็คชั่น “ready to wear Sping 2020” ที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน

ส่วนแฟชั่นโชว์ปกติ ที่จะมีขึ้นตลอดห้าวัน มีดีไซเนอร์ที่กำลังเป็นที่จับตาอยู่มากมาย เช่น โคเรล คาสติลโล่ (Coral Castillo) ดีไซเนอร์แคลิฟอร์เนีย เจ้าของแฟชั่นแนวโฉบเฉี่ยวแต่มีความเป็นผู้หญิง ซึ่งเพิ่งคว้ารางวัลชนะเลิศ Moss Adams Fashion Innovator (MAFI) Award. มาหมาดๆ โดย โคเรล คาสติลโล่ จะนำเสนอผลงานแฟชั่นของเธอในวันที่ 11 ตุลาคม

ในส่วนของดีไซเนอร์จากประเทศไทยนั้น LAFW ซึ่งระบุว่าต้องการสนับสนุนวัฒธรรมอันหลากหลายในวงการแฟชั่น ระบุว่าได้ร่วมมือกับสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอส แอนเจลิส ในการคัดสรรดีไซเนอร์แนวสตรีทแวร์ ระดับหัวแถวของประเทศไทย มา “เปิดตัว” ในงานปีนี้

โดยแบรนด์แฟชั่นจากประเทศไทยที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมแสดงผลงานใน แอลเอแฟชั่นวีค 2019 มีด้วยกัน 4 แบรนด์ คือ

Landmee โดยเนตรดาว วัฒนะสิมากร

Kanapot Aunsorn โดยคณาพจน์ อุ่นศร

Renim Project โดย ทรงวุฒิ ทองทั่ว

และ Salisa Official โดยศลิษา ชีวพันธ์ศรี

ทั้งนี้ การสนับสนุนดีไซเนอร์ของไทยให้มีโอกาสนำผลงานมาโชว์ในมหกรรมแฟชั่นโชว์ระดับประเทศ อย่าง แอลเอแฟชั่นวีค นี้ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอส แอนเจลิส ได้ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่สาม โดยครั้งแรก (2017) มีแบรนด์ไทยเข้าร่วมสี่แบรนด์ คือ ASV, ISSUE, MILIN และ PATINYA จัดแสดงในธีม New Shades of Thailand

ปีต่อมา คือ แอลเอแฟชั่นวีค 2018 สถานกงสุลใหญ่ฯ ได้สนับสนุนดีไซเนอร์ไทย นำผลงานเข้าร่วมห้าแบรนด์ คือลินดา เจริญลาภ (Lalalove), สุเมธ เสียงเล็ก และอัครวุฒิฎ์ พันธุมวานิช แบรนด์ ICONIC, ภูภวิศ กฤตพลนารา แบรนด์ Issue, ประพัฒน์ สมบูรณ์สิทธิ แบรนด์ Q By Design and Play และศรัณญ อยู่คงดี ดีไซเนอร์เครื่องประดับแบรนด์ Sarran โดยแฟชั่นโชว์ของดีไซเนอร์ไทย จัดแสดงในธีม Elegant Thailand

นายธานี แสงรัตน์ เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงฮานอย ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มสนับสนุนให้ดีไซเนอร์รุ่นใหม่จากประเทศไทย มีโอกาสนำผลงานมาแสดงในงาน แอลเอแฟชั่นวีค ขณะดำรงตำแหน่งเป็นกงสุลใหญ่ ณ นครลอส แอนเจลิส เคยให้สัมภาษณ์สยามทาวน์ยูเอส ว่า เป็นโครงการร่วมกันระหว่างสถานกงสุลใหญ่ฯ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่ผ้าไทยและผลงานของดีไซเนอร์ไทย ให้เป็นที่รู้จักในสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้เพื่อต่อยอดความนิยมของผ้าไทย เสน่ห์ของวัฒนธรรมไทย พร้อมยกระดับแบรนด์เสื้อผ้าและนักออกแบบไทยสู่เวทีโลก

ส่วนหลักเกณฑ์การคัดเลือกดีไซเนอร์มาร่วมแสดงผลงานใน แอลเอแฟชั่นวีค นั้น อดีตกงสุลใหญ่ฯ บอกว่าเป็นการคัดเลือกร่วมกันระหว่างทีมประเทศไทย กับทางผู้จัดแอลเอแฟชั่นวีค โดยมีหลักการสำคัญหลายประการ เช่นจะต้องเป็นคนรุ่นใหม่ เป็นแบรนด์ระดับประเทศ และมีศักยภาพในการผลิตเพื่อการส่งออกได้ทันที (หากมีคำสั่งซื้อตามมา) และที่สำคัญคือต้องมีความสามารถนำเอาผ้าไทย หรือความเป็นไทยๆ ออกมานำเสนอได้ จากนั้นจึงส่งรายชื่อให้กับทีมงานของ แอลเอ แฟชั่น วีค ทำการคัดเลือกอีกครั้ง

“เรื่องศักยภาพของแต่ละแบรนด์เป็นเรื่องสำคัญ เพราะแอลเอ แฟชั่น วีค เป็นงานใหญ่ มีพวกแฟชั่นเฮาส์ บายเยอร์ ดีไซเนอร์ เป็นคนในวงการแฟชั่นบินมาจากทั่วประเทศเลย หรือมาจากต่างประเทศก็มี” กงสุลใหญ่ฯ ธานี แสงรัตน์ กล่าว และว่าในงาน จะมีการจับคู่ธุรกิจ คือพบกับบายเยอร์ทั้งของอเมริกาและจากประเทศต่างๆ ด้วย ดังนั้นหากมีคำสั่งซื้อเกิดขึ้นก็จะต้องดำเนินการได้ทันที

ส่วนงบประมาณของโครงการนี้ อดีตกงสุลใหญ่ฯ บอกว่าโครงการในปีแรก (LAFW 2017) นั้น ใช้งบประมาณราวๆ ห้าล้านบาท.
.
.

 




นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส
14-11-2019 ชี้’ไทยทาวน์พาสปอร์ต’ ได้ผลตอบรับดีเกินคาด (1/681) 
13-11-2019 นั่งเครื่องบินไปทำงาน แค่30ดอลลาร์หนีรถติด (0/1551) 
13-11-2019 ‘ทูตธานี’ชี้ปัญหาตัด’จีเอสพี’ อยู่ที่สหภาพแรงงานต่างด้าว (0/58) 
13-11-2019 ต้องมีรายได้’แสนสอง’ ถึงมีสิทธิ์ซื้อบ้านแอลเอ (0/1330) 
12-11-2019 รายงานหน้าหนึ่ง : สหรัฐฯ เพิ่มวงเงินวีซ่านักลงทุน มีผล 21 พ.ย. นี้ (0/1253) 

แสดงความคิดเห็น

Name :
 
Detail :
 



ฉบับที่
473
siamtownus newspaper






Hots Clip VDO ดูทั้งหมด

ขออภัยสัญญาณ VDO มีปัญหากำลังดำเนินการแก้ไข