สาระน่ารู๋
หน้าบวม เกิดจากอะไร รู้สาเหตุไว้ก็รักษาได้ถูกทาง


 อาการบวม เกิดที่ส่วนอื่น ๆ ของร่างกายก็ว่าเครียดพอตัวแล้ว ยิ่งถ้ามาเกิดบนใบหน้าอีกละก็ ยิ่งปวดหัวไปกันใหญ่ แบบนี้ต้องรีบหาสาเหตุ

หลายคนอาจจะคิดว่าหน้าบวมเกิดจากอาการพื้น ๆ อย่างอาการบวมน้ำ ซึ่งอยากให้รู้กันไว้เลยว่าไม่ใช่แค่อาการบวมน้ำเท่านั้น แต่อาจเกิดได้จากการป่วยด้วยโรคบางอย่าง หากละเลยอาจจะทำให้ล่วงรู้อาการป่วยช้าเกินไปจนบางครั้งก็สายเกินแก้ ถ้าไม่อยากเจอกับปัญหาสุขภาพที่น่าหนักใจ ต้องมาเรียนรู้สัญญาณสุขภาพจากอาการหน้าบวม พ่วงด้วยวิธีลดหน้าบวมที่รับรองว่าได้ผลดีแบบไม่เจ็บตัวอีกด้วย

อาการหน้าบวม เป็นอาการที่เกิดขึ้นจากของเหลวต่าง ๆ ไหลกลับเข้าไปอยู่ในเซลล์เนื้อเยื่อบนใบหน้า ทำให้เซลล์เกิดการบวมน้ำหรือเกิดการอักเสบขึ้นที่เนื้อเยื่อบริเวณใบหน้า อาการบวมนี้สามารถเป็นได้ทุกส่วนบนใบหน้า แต่จะสังเกตได้ชัดเจนที่บริเวณริมฝีปาก แก้ม และขอบตา และยังสามารถลุกลามลงมายังบริเวณคอได้อีกด้วย ซึ่งหลายคนมักจะเข้าใจว่าอาการบวมนั้นจะเป็นอาการบวมน้ำเพียงอย่างเดียว ทั้งที่จริงแล้วยังมีอีกหลายสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการบวมบริเวณใบหน้าค่ะ

หน้าบวมเกิดจากอะไร ?

          อาการหน้าบวมแม้ว่าจะดูเหมือนไม่มีอันตรายอะไรมากนัก แต่ขอบอกว่าอาการนี้มีสาเหตุค่ะ ซึ่งก็อาจจะเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพบางอย่าง หรือเป็นอาการของโรคที่ร้ายแรงได้ โดยอาการหน้าบวมนั้นมีสาเหตุอยู่ 11 สาเหตุใหญ่ ๆ ดังนี้

1. การบวมน้ำ

          อาการบวมน้ำนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติ เนื่องจากเป็นภาวะที่ร่างกายรักษาสมดุลของน้ำร่างกาย ซึ่งก็มีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การดื่มแอลกอฮอล์ การรับประทานอาหารรสจัด นอกจากนี้ก็ยังอาจจะเกิดจากโรคอย่างเช่น โรคไต โรคตับ หรือภาวะหัวใจล้มเหลวอีกด้วย แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูอาการอื่น ๆ ร่วมด้วยจึงจะตัดสินได้ค่ะ

          อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงบางคนอาจมีอาการหน้าบวมในช่วงก่อนมีรอบเดือน เพราะเป็นช่วงที่ฮอร์โมนที่ควบคุมน้ำและเกลือแร่ในร่างกายเปลี่ยนแปลง ดังนั้นช่วงนี้ควรเลี่ยงการกินเค็ม เพราะจะยิ่งทำให้บวมน้ำมากขึ้น

2. โรคอ้วน

          โรคอ้วนคือ ภาวะการมีน้ำหนักตัวและมีค่าดัชนีมวลกายสูงกว่า 30 ขึ้นไป ซึ่งเมื่อมีน้ำหนักมากก็จะทำให้เกิดอาการบวมบริเวณใบหน้าได้ โรคอ้วนมีสาเหตุได้ทั้งจากโรคบางชนิด หรือนิสัยการรับประทานอาหาร รวมทั้งไลฟ์สไตล์ที่ไม่ดี และออกกำลังกายน้อย ซึ่งถ้ามาจากสาเหตุนี้อาการหน้าบวมจะไม่อันตรายนัก และอาการจะหายไปก็ต่อเมื่อน้ำหนักลดลงอยู่ในเกณฑ์ปกติค่ะ

3. การอักเสบที่เกิดจากเซลลูไลท์

          ศัตรูตัวฉกาจของคุณสาว ๆ อย่างเซลลูไลท์เป็นอีกสาเหตุหนึ่งของอาการหน้าบวมได้ เนื่องจากเซลล์ลูไลท์คือไขมันใต้ผิวหนังซึ่งทำให้เกิดอาการนูนบวมของผิว และในบางครั้งก็ทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียได้อีกด้วย และถ้าหากเกิดการติดเชื้อก็จะทำให้เกิดอาการใบหน้าบวม แต่อาการบวมที่เกิดจากสาเหตุนี้จะปรากฏอาการอื่น ๆ ให้เห็นร่วมด้วย ได้แก่ บริเวณที่บวมจะมีสีแดง จับแล้วจะรู้สึกอุ่น ๆ ทั้งนี้อาการอักเสบสามารถเกิดได้จากการอักเสบที่มาจากการติดเชื้อที่รากฟัน การติดเชื้อของเนื้อเยื่อบริเวณรอบดวงตาจนทำให้เกิดเยื่อบุตาอักเสบ หรือแม้แต่เกิดการลุกลามของโรคไซนัสอักเสบด้วยค่ะ

4. อาการแพ้ 

          อาการแพ้บางชนิดสามารถทำให้หน้าบวมได้ เนื่องจากอาการบวมเป็นหนึ่งในอาการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายที่มีต่อสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งมีสาเหตุได้จากหลาย ๆ อย่าง นอกจากนี้อาการบวมของใบหน้าทีเกิดจากการแพ้จะมีผื่นลมพิษ อาการคัดจมูก น้ำมูกไหล หรือ จาม ร่วมด้วย แต่ควรต้องระวังให้ดี เพราะอาการแพ้สามารถทวีความรุนแรงได้ หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องก็อาจจะทำให้ถึงแก่ชีวิตได้เช่นกัน

5. โรคภูมิแพ้ชนิดรุนแรง

          โรคภูมิแพ้ชนิดร้ายแรง เป็นอาการแพ้ที่มีความรุนแรงและอาจถึงแก่ชีวิตได้ ซึ่งจะเกิดขึ้นกับผู้ที่มีความไวต่อสารก่อภูมิแพ้ โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการแพ้ถั่วลิสง อาหารทะเล เหล็กในของผึ้ง ยาแอสไพริน หรือยาปฏิชีวนะ โดยอาการหน้าบวมนั้นถือเป็นสัญญาณเตือนที่อันตรายร่วมกับการหายใจถี่ เกิดผื่นคัน ปวดท้อง เกิดอาการสับสนมึนงง และอาการไอ ดังนั้นหากมีอาการหน้าบวมและมีอาการเหล่านี้ควรรีบไปพบแพทย์หรือรับประทานยาแก้แพ้โดยด่วนเลย

6. โรคตาแดง 

          โรคตาแดง เป็นอาการอักเสบหรือติดเชื้อที่เกิดในเยื่อหุ้มเซลล์และเยื่อบุเปลือกตา ทำให้เกิดอาการบวมบริเวณเปลือกตาและอาจลุกลามจนบวมไปทั้งใบหน้าได้ อย่างไรก็ตาม โรคตาแดงไม่ได้เกิดจากเชื้อแบคทีเรียเท่านั้น แต่การใส่คอนแทคเลนส์ที่ไม่สะอาด หรือการสัมผัสกับสารเคมีบางชนิดก็สามารถทำให้ตาแดงได้ 

7. คางทูม

          อาการติดเชื้อไวรัสอย่างคางทูมเป็นโรคที่จะมีอาการบวมบริเวณลำคออย่างเห็นได้ชัด และในบางครั้งก็ลุกลามมาที่บริเวณแก้มอีกด้วย โดยอาการนี้จะเกิดที่บริเวณต่อมน้ำลายทั้งสองข้าง ส่งผลให้เกิดอาการเหนื่อยล้าง่าย มีไข้สูง และไม่ค่อยหิวน้ำ ดังนั้น หากเริ่มมีอาการบวมที่ลำคอบริเวณใต้ติ่งหูละก็ สันนิษฐานได้เลยว่าคุณอาจจะเป็นคางทูมเข้าแล้ว

8. ไซนัสอักเสบ

          ไซนัสอักเสบเป็นอาการติดเชื้อที่เกิดขึ้นบริเวณช่องว่างภายในกระดูกและบริเวณรอบ ๆ จมูกซึ่งอาจจะทำให้เกิดอาการบวมและปวดอย่างรุนแรง รวมทั้งจะมีความดันบริเวณรอบดวงตาและกระดูกแก้มมากขึ้น แต่ก็จะไม่ทำให้เกิดอาการบวมบริเวณใบหน้ามากนัก ไซนัสอักเสบสามารถเกิดขึ้นได้อย่างเฉียบพลัน โดยอาการจะเริ่มต้นจากปวดหัวและติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน ดังนั้นถ้ามีอาการดังกล่าว ควรไปพบแพทย์เพื่อรักษาค่ะ

9. ลมพิษ

          หากมีอาการบวมตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น แขนขา ใบหน้า ดวงตา หรือเปลือกตา และยังปรากฏผื่นแดงร่วมด้วย ก็เป็นไปได้ว่าอาการบวมนี้เกิดจากลมพิษ โดยโรคลมพิษนี้อาจเกิดจากอาการแพ้ทั่วไป หรือเป็นอาการที่ถ่ายทอดกันมาทางพันธุกรรมก็ได้ ไม่เพียงเท่านั้น อาการเจ็บป่วยด้วยโรคอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันก็ทำให้เป็นโรคลมพิษได้เช่นกัน

10. คุชชิงซินโดรม 

          โรคคุชชิงซินโดรมเป็นความผิดปกติของร่างกายที่ผลิตสารคอร์ติซอล ซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียดมากเกินไป โดยเกิดได้ทั้งในกลุ่มวัยรุ่นและวัยกลางคน สาเหตุอาจเกิดจากการใช้ยาสเตียรอยด์ติดต่อกันเป็นเวลานาน อันเนื่องมาจากการรักษาโรครูมาตอยด์ และอาจเกิดจากการมีเนื้องอกเกิดขึ้นที่ต่อมหมวกไต หรือต่อมใต้สมอง ซึ่งโรคคุชชิงซินโดรมจะก่อให้เกิดอาการบวมที่บริเวณใบหน้าและทำให้ผิวหน้าไม่เรียบ เกิดการสะสมไขมันที่มากผิดปกติในร่างกายส่วนบน


11. โรคไทรอยด์ 

          ต่อมไทรอยด์ คือต่อมที่คอยผลิตฮอร์โมนที่ใช้ในการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย โดยถ้าหากเกิดความผิดปกติขึ้นมาก็อาจจะทำให้เกิดอาการบวมของใบหน้าได้ เนื่องจากต่อมไทรอยด์จะอยู่บริเวณส่วนด้านหน้าของลำคอนั่นเอง แต่ทั้งนี้ก็จะต้องมีอาการของโรคไทรอยด์อื่น ๆ ร่วมด้วย  อาทิ น้ำหนักลด เหนื่อยง่าย หัวใจเต้นเร็ว หรือมีอาการบวมตามมือและเท้า ดังนั้นหากมีอาการหน้าบวมละก็ ควรสำรวจความผิดปกติของร่างกายด้วยเพื่อที่จะไปพบแพทย์ได้ทันท่วงที

หน้าบวมทำอย่างไรดี ลดหน้าบวมได้ด้วยวิธีแบบนี้

          วิธีลดหน้าบวมที่ดีที่สุดคือการสังเกตอาการให้ชัดเจนก่อนว่ามีสาเหตุมาจากอะไร หากเป็นเพียงแค่การบวมน้ำที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราก็แค่เพียงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดอาการบวม หากเกิดจากอาการแพ้ทั่วไปก็ควรรับประทานยา แต่ถ้าหากนอกเหนือจากนั้นละก็ ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน โดยเฉพาะหากเกิดอาการหน้าบวมร่วมกับอาการหายใจถี่ หัวใจเต้นแรงผิดปกติ ควรรีบเรียกหน่วยแพทย์ฉุกเฉินมา เพราะหากรักษาไม่ทันการณ์อาจะเสียชีวิตได้ 

          หน้าบวม ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ตราบใดที่เรารู้เท่าทันสุขภาพของตนเอง เพราะเรื่องเจ็บไข้ได้ป่วยนั้นไม่ใช่เรื่องไกลตัวเองอย่างที่คิด หากเรารู้รักษาตัวเอง และหมั่นสังเกตสุขภาพของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ รับรองว่าไม่มีอาการผิดปกติใดมาทำให้คุณลำบากใจได้แน่นอน



(เครดิต กระปุกดอทคอม)

 




นำเสนอข่าวโดย : Kittisuda .,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส
01-09-2017 แก้ปัญหาผมเสียด้วย 10 สูตรจากธรรมชาติ ผมเสียแบบไหนก็ซ่อมได้อยู่หมัด ! (0/973) 
25-08-2017 เครื่องปรุงโซเดียมต่ำ ดีกับทุกคนจริงหรือ? (0/385) 
18-08-2017 คนไทยรั้งอันดับที่ 25 ชนชาติที่คลั่งไคล้ด้านอาหารมากที่สุด (0/425) 
28-07-2017 10 อาหารต้านริ้วรอย ช่วยให้หน้าอ่อนกว่าวัยจนใคร ๆ ต้องทัก (0/725) 
30-06-2017 7 อาหารที่ควรหยุดทาน ถ้าอยากหายปวดหัวไมเกรน (0/1115) 

แสดงความคิดเห็น

Name :
 
Detail :
 



ฉบับที่
375
siamtownus newspaper







Hots Clip VDO ดูทั้งหมด

ขออภัยสัญญาณ VDO มีปัญหากำลังดำเนินการแก้ไข