SiamtownUS SIAMTOWN US | CLASSIFIED ADS. | YELLOWPAGES | WEBBOARD | CONTACT    siamtownus facebook siamtownus classifield facebook siamtownus twitter

Contact Advertising : 1.800.494.1798
หน้าแรกเว็บบอร์ด  |  สมัครสมาชิก  |  หัวข้อล่าสุด  |  รายชื่อสมาชิก  |  ค้นหา


SiamtownUS Forum >> Thai People In USA >> กรีนการ์ด, พาสปอร์ต, การเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา >> วีซ่านักลงทุน สำหรับคนที่สนใจซื้อร้านอาหาร ตั้งร้านอาหารและธุรกิจอื่นๆ
วีซ่านักลงทุน สำหรับคนที่สนใจซื้อร้านอาหาร ตั้งร้านอาหารและธุรกิจอื่นๆ
ผู้โพสต์ หัวข้อ
LexLaw Immigration


Beginner

Join Date: 8/28/2013
Posts: 22

Posted: 10/17/2014 12:44:45 PM

ในเดือนที่ผ่านมามีลูกค้าจำนวนมากที่ให้ความสนใจในการยื่นขอวีซ่านักลงทุน เหตุผลหนึ่งเป็นเพราะการยื่นขอกรีนการ์ดใช้เวลานานและโควต้าที่จำกัดจำนวนของวีซ่าทำงาน ทำให้วีซ่านักลงทุนได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
หลังจากที่เราได้พูดคุยกับลูกค้าหลายๆท่านทำให้เราเข้าใจถึงข้อสงสัยที่ลูกค้าหลายๆท่านมีเกี่ยวกับการยื่นขอวีซ่านักลงทุน
ข้อสงสัยที่ 1 จริงหรือไม่ที่คุณต้องมีเงินลงทุนอย่างน้อย $100,000 หรือมากกว่าในการยื่นขอวีซ่านักลงทุน
ไม่จริง ข้อกำหนดที่อิมมิเกรชั่นเขียนไว้คือ ต้องเป็นเงินลงทุนจำนวนมาก แต่ไม่มีการระบุตัวเลขว่าต้องเป็นจำนวนเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นต้องดูว่าเป็นการลงทุนในธุรกิจประเภทใดและสัดส่วนการลงทุนเป็นจำนวนเท่าไหร่เมื่อเทียบกับมูลค่าของธุรกิจนั้นๆ สำนักงานเราเคยยื่นวีซ่านักลงทุนให้กับลูกค้าที่มีเงินลงทุนเพียง 35,000 ผ่านมาแล้วค่ะ
ข้อสงสัยที่ 2 จริงหรือไม่ที่ธุรกิจบางประเภทเท่านั้นที่สามารถยื่นขอวีซ่านักลงทุนได้
ไม่จริงค่ะ ไม่ว่าจะธุรกิจอะไรก็สามารถยื่นขอวีซ่านักลงทุนได้ตราบใดที่เป็นธุรกิจที่ตั้งขึ้นหรือกำลังจะตั้งขึ้นจริง ถูกกฎหมายและมีขึ้นเพื่อค้ากำไร
ข้อสงสัยที่ 3 จริงหรือไม่ที่การยื่นขอวีซ่านักลงทุนใช้เวลานานมากๆกว่าวีซ่าจะผ่าน
ตามหลักแล้ว ระยะเวลาในการพิจารณาวีซ่านักลงทุนขึ้นอยู่กับว่ายื่นที่ใด หากผู้ยื่นอยู่ที่อเมริกา สามารถยื่นให้มีการพิจารณาแบบด่วนได้ภายใน 15 วันหลังจากที่ยื่น หากผู้ยื่นอยู่ที่ประเทศไทย เรื่องต้องยื่นไปที่สถานฑูตอเมริกาในประเทศไทยซึ่งมีระยะเวลาพิจารณาที่หลากหลาย โดยปกติแล้วสิ่งที่ใช้เวลานานที่สุดคือการหาธุรกิจที่น่าสนใจในการลงทุนและการต่อรองราคาซื้อขาย
ข้อสงสัยที่ 4 จริงหรือไม่ที่การยื่นขอวีซ่านักลงทุนต้องทำที่ประเทศไทยเท่านั้น
ไม่จริง ท่านที่เดินทางเข้ามาอเมริกาแล้ว ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด เช่นนักเรียนหรือนักท่องเที่ยว ก็สามารถยื่นเรื่องขอเปลี่ยนสถานะเป็นนักลงทุนได้
ข้อสงสัยที่ 5 จริงหรือไม่ที่ค่าทนายความสำหรับการยื่นขอวีซ่านักลงทุนสูงมาก
ไม่จริง ค่าทนายความสำหรับการยื่นวีซ่านักลงทุนค่อนข้างต่ำ นอกจากนี้ วีซ่านักลงทุนยังให้ประโยชน์กับลูกค้าหลายๆด้าน ลูกท่านสามารถเรียนโรงเรียนรัฐบาลได้ฟรี ส่วนสามีภรรยาที่ถือวีซ่าติดตามก็สามารถทำงานได้ด้วย โดยหลักแล้วค่าทนายความจะสูงขึ้นหากรวมการบริการดังต่อไปนี้ด้วย การซื้อขายธุรกิจ การจัดทำแผนธุรกิจ การจัดตั้งบริษัท สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ลูกค้าต้องคำนึงถึงคือ ควรจะปรึกษาทนายความตั้งแต่เริ่มเจรจาต่อรองราคาซื้อขายธุรกิจ หรือตั้งแต่เริ่มคิดที่จะตั้งธุรกิจขึ้นมาใหม่ เนื่องจากอิมมิเกรชั่นกำหนดวิธีซื้อขาย การโอนเงินเฉพาะเอาไว้สำหรับผู้ที่ต้องการยื่นขอวีซ่าประเภทนี้ ดังนั้น หลายๆท่านที่ซื้อขายธุรกิจแล้วเรียบร้อย ค่อยมาปรึกษาทนายความทีหลังจะทำให้เราต้องแก้ไขเอกสารและทำให้มีค่าใช้จ่ายมากขึ้นตามไปด้วย สรุปได้ว่าท่านควรปรึกษาทนายตั้งแต่เนิ่นๆเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายและจะได้ดำเนินเรื่องให้ถูกตั้งแต่ต้นนั่นเองค่ะ






LexLaw Immigration


Beginner

Join Date: 8/28/2013
Posts: 22

Posted: 5/8/2015 6:58:48 AM

นเดือนที่ผ่านมามีลูกค้าจำนวนมากที่ให้ความสนใจในการยื่นขอวีซ่านักลงทุน เหตุผลหนึ่งเป็นเพราะการยื่นขอกรีนการ์ดใช้เวลานานและโควต้าที่จำกัดจำนวนของวีซ่าทำงาน ทำให้วีซ่านักลงทุนได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
หลังจากที่เราได้พูดคุยกับลูกค้าหลายๆท่านทำให้เราเข้าใจถึงข้อสงสัยที่ลูกค้าหลายๆท่านมีเกี่ยวกับการยื่นขอวีซ่านักลงทุน
ข้อสงสัยที่ 1 จริงหรือไม่ที่คุณต้องมีเงินลงทุนอย่างน้อย $100,000 หรือมากกว่าในการยื่นขอวีซ่านักลงทุน
ไม่จริง ข้อกำหนดที่อิมมิเกรชั่นเขียนไว้คือ ต้องเป็นเงินลงทุนจำนวนมาก แต่ไม่มีการระบุตัวเลขว่าต้องเป็นจำนวนเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นต้องดูว่าเป็นการลงทุนในธุรกิจประเภทใดและสัดส่วนการลงทุนเป็นจำนวนเท่าไหร่เมื่อเทียบกับมูลค่าของธุรกิจนั้นๆ สำนักงานเราเคยยื่นวีซ่านักลงทุนให้กับลูกค้าที่มีเงินลงทุนเพียง 35,000 ผ่านมาแล้วค่ะ
ข้อสงสัยที่ 2 จริงหรือไม่ที่ธุรกิจบางประเภทเท่านั้นที่สามารถยื่นขอวีซ่านักลงทุนได้
ไม่จริงค่ะ ไม่ว่าจะธุรกิจอะไรก็สามารถยื่นขอวีซ่านักลงทุนได้ตราบใดที่เป็นธุรกิจที่ตั้งขึ้นหรือกำลังจะตั้งขึ้นจริง ถูกกฎหมายและมีขึ้นเพื่อค้ากำไร
ข้อสงสัยที่ 3 จริงหรือไม่ที่การยื่นขอวีซ่านักลงทุนใช้เวลานานมากๆกว่าวีซ่าจะผ่าน
ตามหลักแล้ว ระยะเวลาในการพิจารณาวีซ่านักลงทุนขึ้นอยู่กับว่ายื่นที่ใด หากผู้ยื่นอยู่ที่อเมริกา สามารถยื่นให้มีการพิจารณาแบบด่วนได้ภายใน 15 วันหลังจากที่ยื่น หากผู้ยื่นอยู่ที่ประเทศไทย เรื่องต้องยื่นไปที่สถานฑูตอเมริกาในประเทศไทยซึ่งมีระยะเวลาพิจารณาที่หลากหลาย โดยปกติแล้วสิ่งที่ใช้เวลานานที่สุดคือการหาธุรกิจที่น่าสนใจในการลงทุนและการต่อรองราคาซื้อขาย
ข้อสงสัยที่ 4 จริงหรือไม่ที่การยื่นขอวีซ่านักลงทุนต้องทำที่ประเทศไทยเท่านั้น
ไม่จริง ท่านที่เดินทางเข้ามาอเมริกาแล้ว ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด เช่นนักเรียนหรือนักท่องเที่ยว ก็สามารถยื่นเรื่องขอเปลี่ยนสถานะเป็นนักลงทุนได้
ข้อสงสัยที่ 5 จริงหรือไม่ที่ค่าทนายความสำหรับการยื่นขอวีซ่านักลงทุนสูงมาก
ไม่จริง ค่าทนายความสำหรับการยื่นวีซ่านักลงทุนค่อนข้างต่ำ นอกจากนี้ วีซ่านักลงทุนยังให้ประโยชน์กับลูกค้าหลายๆด้าน ลูกท่านสามารถเรียนโรงเรียนรัฐบาลได้ฟรี ส่วนสามีภรรยาที่ถือวีซ่าติดตามก็สามารถทำงานได้ด้วย โดยหลักแล้วค่าทนายความจะสูงขึ้นหากรวมการบริการดังต่อไปนี้ด้วย การซื้อขายธุรกิจ การจัดทำแผนธุรกิจ การจัดตั้งบริษัท สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ลูกค้าต้องคำนึงถึงคือ ควรจะปรึกษาทนายความตั้งแต่เริ่มเจรจาต่อรองราคาซื้อขายธุรกิจ หรือตั้งแต่เริ่มคิดที่จะตั้งธุรกิจขึ้นมาใหม่ เนื่องจากอิมมิเกรชั่นกำหนดวิธีซื้อขาย การโอนเงินเฉพาะเอาไว้สำหรับผู้ที่ต้องการยื่นขอวีซ่าประเภทนี้ ดังนั้น หลายๆท่านที่ซื้อขายธุรกิจแล้วเรียบร้อย ค่อยมาปรึกษาทนายความทีหลังจะทำให้เราต้องแก้ไขเอกสารและทำให้มีค่าใช้จ่ายมากขึ้นตามไปด้วย สรุปได้ว่าท่านควรปรึกษาทนายตั้งแต่เนิ่นๆเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายและจะได้ดำเนินเรื่องให้ถูกตั้งแต่ต้นนั่นเองค่ะ

เคสที่ประสบความสำเร็จเมื่อไม่นานมานี้ ได้แก่
เงินลงทุน $ 68,000.00: 3 หุ้นส่วน ร้านอาหารไทย วีซ่าผ่านภายใน 28 วัน
เงินลงทุน $ 179,000: 2 หุ้นส่วน ธุรกิจจำหน่ายอาหาร ตั้งขึ้นใหม่ วีซ่าผ่านภายใน 54 วัน
เงินลงทุน $ 43,000.00 เจ้าของท่านเดียว ซื้อธุรกิจร้านอาหารที่มีอยู่แล้ว (เซ้ง) วีซ่าผ่านภายใน 31 วัน




LexLaw Immigration


Beginner

Join Date: 8/28/2013
Posts: 22

Posted: 6/24/2015 10:36:13 AM

เรื่อง คุณสมบัติของผู้มีความประสงค์จะขอวีซ่านักลงทุนประเภท E-2
1. นักธุรกิจทีมีความประสงค์จะขอวีซ่าประเภท E-2 จะต้องมีสัญชาติไทยหรือถือสัญชาติของประเทศที่เป็นคู่สนธิสัญญาทางการค้ากับสหรัฐอเมริกา
2. นักลงทุนต้องแสดงให้ทางสหรัฐฯได้เห็นว่าได้มีการลงทุนบางส่วนไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งธุรกิจขึ้นใหม่ หรือ เข้าไปจัดซื้อธุรกิจที่มีอยู่แล้วก็ตาม
3. แม้ว่าจะไม่มีการกำหนดตัวเลขที่ตายตัวสำหรับการลงทุนขั้นต่ำ แต่เงินสดที่ใช้ในการลงทุนเริ่มต้นนั้นต้องไม่น้อยเกินไปเมื่อเทียบกับมูลค่าทางธุรกิจ
4. การลงทุนนั้นต้องมีความเสี่ยง กล่าวคือ ไม่เลือกลงทุนเฉพาะแบบมีค้ำประกันเงินคืน เงินทุนนั้นอาจเป็นเงินทุนส่วนตัว หรือ กู้ยืมจากแหล่งเงินทุนอื่นๆ
5. มีการติดต่อแลกเปลี่ยนทางการค้าระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง โดยหลักการผู้ลงทุนหลักจะประจำอยู่ในสหรัฐฯเพื่อควบคุมและพัฒนาธุรกิจด้วยตนเอง การควบคุมนี้หมายถึงมีหุ้นส่วนในธุรกิจไม่น้อยกว่า 50%
6. ในบางกรณี ให้แสดงรายงานประวัติการบริหารงาน ความสำเร็จที่เกิดขึ้นในระหว่างการลงทุนในสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นผลกำไร บัญชีการจ่ายเงินเดือน อัตราการเจริญเติบโตของธุรกิจ เหล่านี้เป็นเครื่องบ่งชี้ประสิทธิภาพการบริหารงาน
7. ประวัติการศึกษา ฝึกอบรม ประสบการณ์การทำงาน รวมถึงวิสัยทัศน์ของผู้ลงทุน เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งเสริมในการบริหารงานให้ก้าวหน้าต่อไป




  Copyright @ SiamtownUS.com 2011 DMG Forums 3.2