เช่นเดียวกับอันดับ 2 อย่าง Prometheus หนังไซ-ไฟทริลเลอร์ของ ริดลี่ย์ สกอตต์ และทำให้ยอดรวมรายได้หนัง 12 อันดับแรก สัปดาห์นี้ น้อยกว่าช่วงเวลาเดียวของปีที่ก่อนประมาณ 16%
แม้รายได้ตกลง 43.5% แต่ Madagascar 3 ก็กดไปกว่า $34.06 ล้าน ในช่วงสุดสัปดาห์ล่าสุด นับเป็นการแข็งขืนที่น่าชื่นชมสำหรับหนังการ์ตูนภาคต่อ หากเทียบกับ Cars 2 ที่รายได้หล่นลง 60%, Toy Story 3 ตกลง 46% รวมถึง Madagascar: Escape 2 Africa ที่รายได้ตกลง 44.5% โดยในส่วนเฉพาะของหนัง Madagascar เองนั้น Madagascar 3 สามารถทำรายได้จากการเข้าฉาย 10 วันแรก ไป $119 ล้าน มากกว่าที่สองภาคแรกทำได้เสียอีก
Prometheus ยังอยู่อันดับ 2 ต่อไป ด้วยรายได้ $20.7 ล้าน ตกลงจากสัปดาห์ก่อนกว่า 59% แม้มันจะพอๆ กับที่ Wanted กับ The Matrix Reloaded เคยตกลง แต่แย่กว่า Inception (32%) กับ Super 8 (39%) เยอะ ทำให้ผ่านมา 10 วันแล้ว Prometheus สอยไป $89.4 ล้าน ซึ่งในทางเทคนิคก็มากพอที่จะทำให้มันเป็นหนังแฟรนไชส์ Alien ที่ทำรายได้เยอะสุดแล้ว สาเหตุที่บอกว่าทางเทคนิค เพราะอย่าลืมว่า เอเลี่ยนภาคแรก เข้าฉายปี 1979 โน่น ทำให้หากมีการปรับรายได้จากค่าตั๋วที่เพิ่มขึ้น จากเดิมที่รายได้รวมเพียง $78.9 ล้าน จะเพิ่มเป็น $249.1 ล้านเลยทีเดียว
มาดู Rock of Ages ของพี่ทอม กันบ้าง หนังทำรายได้จิ๊บๆ $14.4 ล้าน จากโรงฉาย 3,470 โรง ในสุดสัปดาห์แรก มากสุดเป็นลำดับ 6 ในกลุ่มหนังเพลง (musical) แต่เป็นอับดับ 3 ในหนังที่ดัดแปลงมาจากละคนเวที ทั้งหมดบ่งชี้ว่า ด้วยการวางโปรแกรมเข้าฉายตอนซัมเมอร์, การมีโรงฉายรองรับมหาศาล, เพลงที่คุ้นหู, พลังดาราเพียบ มันควรทำรายได้ได้ดีกว่านี้ ไม่ใช่แค่ดีกว่าเท่านั้น แต่ต้องดีกว่านี้มาก...กกกก เพราะนี่มันไม่ใกล้เคียง Mamma Mia! ($27.8 ล้าน) หรือ Hairspray ($27.5 ล้าน) ที่เข้าฉายช่วงซัมเมอร์เหมือนกัน ด้วยซ้ำ
ต่อเนื่องกันเลยคือ That s My Boy หนังคอมเมดี้ของ อดัม แซนด์เลอร์ และ แอนดี้ แซมเบิร์ก เข้าฉายทั่วประเทศกว่า 3,030 โรง แต่ทำรายได้เพียง $13.45 ล้าน ดี-แย่คิดง่ายๆ ว่า ขนาด Jack and Jill ที่เข้าชิงรางวัลราสซี่อวอร์ดส์เพียบสาขา ยังซัดไปตั้ง $25 ล้าน ตอนเข้าฉายสัปดาห์แรกเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา แม้ว่าในท้ายที่สุดแล้ว Jack and Jill จะลงเอยด้วยการเป็นหนังที่ทำรายได้ต่ำสุดของ อดัม แซนด์เลอร์ ก็ตาม หรือจะเอา That s My Boy ไปเทียบกับ Little Nicky อีกหนึ่งหนังห่วยของ แซนด์เลอร์ ก็ยังกระเสือกกระสนเปิดตัวด้วยรายได้ $16.1 ล้าน
นั่นคือความผิดหวังที่วัดจากตัวเลขรายได้ ขณะเดียวกัน ความผิดหวังของ Rock of Ages และ That s My Boy อาจมองได้ว่าตอนนี้พลังดาราของ ทอม ครูซ กับ อดัม แซนด์เลอร์ มันใช้ดึงดูดไม่ได้แล้ว หากหนังไม่น่าสนใจมากพอ แม้หากจะเทียบกันเฉพาะ 2 คนฝ่าย อดัม แซนด์เลอร์ จะหนักกว่า ทอม ครูซ เพราะ แซนด์เลอร์ มาพร้อมหนังแนวถนัด ส่วน ทอม ครูซ นั้น Rock of Ages ไม่ได้โฆษณาโดยเอาตัว ครูซ เป็นจุดขาย
ขณะเดียวกัน นี่อาจจะเป็นกรณีตัวอย่างความล้มเหลวของการพยายามปรับเปลี่ยนบทบาทการแสดงที่น่าสนใจ เพราะว่าในช่วงที่ผ่านมา ทอม ครูซ ติดตาในบทบาทของพระเอกหนังแอ็คชั่น ซึ่ง Mission: Impossible - Ghost Protocol โกยเงินถล่มทลาย $700 ล้านทั่วโลก ขณะที่ อดัม แซนด์เลอร์ ก็ติดภาพของการเป็นดาราคอมเมดี้ครอบครัว หมายความว่า Rock of Ages (หนังเพลง) และ That s My Boy (เรต R) คืองานหลุดกรอบของทั้งสองคน ฐานแฟนๆ กลุ่มใหญ่เลยไม่เสนอหน้ามาดู เพราะคงคิดหน้าคิดหลังแล้วว่างานนี้ไม่คุ้มถ้าจะมาดูพ่อ 2 ดาราใหญ่เล่นหนังแนวนี้ เอาเป็นว่าแฟนๆ ของ ทอม ครูซ รอมันส์กับ Jack Reacher เดือนธันวาคมนี้ ส่วน อดัม แซนด์เลอร์ ก็ Grown Ups 2 ซัมเมอร์หน้า
Snow White and the Huntsman หนังเจ้าหญิงหิมะขาวเวอร์ชั่นดาร์ค (dark) ที่มี คริสเท่น สจ๊วร์ต, ชาร์ลิซ เธียรอน และ คริส เฮมเวิร์ส นำแสดง สัปดาห์นี้ยังอยู่ที่ 4 (เหนือ That s My Boy ซะอีก) ด้วยรายได้ $13.3 ล้าน ตกจากสัปดาห์ที่แล้ว 42.5% ทำให้ผ่านมา 3 สัปดาห์ Snow White and the Huntsman ทำไป $122.1 ล้านแล้ว ต่อด้วย MIB 3 รายได้ตกลง 28% เก็บเพิ่ม $10.5 ล้าน ผ่านมา 24 วันทำไป $152.7 ล้าน
ด้าน The Avengers รายได้ตกลงนิดหน่อย 21% เก็บเพิ่มอีก $8.9 ล้าน ตอนนี้โซ้ยไป $586.7 ล้าน ส่วนที่น่าสนใจอื่นๆ อาทิ Moonrise Kingdom เพิ่มโรงฉายเป็น 178 โรง รายได้บวก 43.5 % เก็บไป $2.24 ล้าน แม้จะดูแผ่วๆ แต่ตัวเลขรายได้เฉลี่ยต่อโรงยังสูงถึง $12,571 รวมตอนนี้หนังครบรสที่มีเด็กลูกเสือชายหญิง 2 คนเป็นตัวเอก และมีดาราเพียบทั้ง บรูซ วิลลิส, เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน, บิลล์ เมอร์เรย์ ของผู้กำกับฯ เวส แอนเดอร์สัน ฟาดไป $6.84 ล้านแล้วจ้า
สยามดารา