หลวงปู่เณรคำ





ธุดงค์เดินทางรอนแรมเลาะเลียบไปตามริมฝั่งแม่น้ำโขง ครั้งหนึ่งได้มีโอกาสไปพักภาวนา ณ วัดภูจ้อก้อ จ.มุกดาหาร

               และได้กราบนมัสการพ่อแม่ครูบาอาจารย์ หลวงปู่หล้า เขมปัตโต อริยสงฆ์ผู้เป็นโลกนาถของชาวไทย มีโอกาสได้ถวายนวดให้แก่ท่านและมีโอกาสสนทนาธรรมกับท่าน ต่อมาหลวงปู่หล้าได้นำพาสามเณรวิรพลไปกราบท่าน หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ณ วัดหินหมากเป้ง จ.หนองคาย เมื่อได้พบและฟังธรรมโอวาทจากหลวงปู่เทสก์ แล้วท่านได้พูดสนทนากับหลวงปู่หล้าว่า เณรองค์นี้สำคัญนะ อนาคตจะได้เป็นหมายเลข 1 ของสายกรรมฐานน่ะ

            จากนั้นได้เดินธุดงค์ไปถึง จ.มุกดาหาร คืนหนึ่งสามเณรวิรพลได้ปักกลดอยู่โคนต้นโพธิ์ แล้วเกิดปรากฏการณ์ มีฟ้าผ่าเปรี้ยงๆ ลงมา ชาวบ้านต่างพากันวิ่งหนี ฟ้าผ่าลงมาแสงไฟรอบตัวลุกบึ้ม จิตไม่สะทกสะท้านแต่อาการทางกายมีแต่ขนลุก เณรน้อยตายแล้ว ต่างรีบเข้ามาดูพบว่ายังไม่ตาย เหตุที่ไม่ตายเพราะว่าจิตสละตาย หากไม่สละตายก็อาจตายได้ จากนั้นจึงบอกลาชาวบ้าน

            สามเณรธุดงค์ปักกลดไปตามธารแม่น้ำสายต่างๆ พอปักกลดที่ใดจะมีเหล่าพญานาคขึ้นมากราบไหว้เสมอ บางครั้งถูกเหล่าหมอธรรม ผู้มีวิชาอาคมหมายทดลองภูมิจิตภูมิธรรม จะปล่อยคุณไสยต่างๆ ใส่สามเณร เพื่อจะทำให้ป่วยไม่สบายต่างๆ ขณะหมอธรรมกำลังบริกรรมคาถาอยู่นั้น มิทันจะเพ่งพลังคุณไสยต่างๆ ออกมาใส่สามเณร ปรากฏว่าตนเองกลับดิ้นชักกระแด่วๆๆ ลงไปกองกับพื้นทันที เนื่องเพราะเจอยันด้วยฝ่าเท้าของสามเณรเข้าหน้าอกอย่างจัง ทำให้หมอธรรม ต้องหนีเตลิดกลับไป...พอเดินมาถึงริมฝั่งโขง เห็นต้นหญ้าสูงๆ ยาวๆ จึงหักออกมาจากกอ แล้วโยนลงไปในน้ำ ทดลองค่อยๆ เหยียบลงบนหญ้า เราจะไปฝั่งโน้น กำหนดจิตจบสักพัก ตัวของสามเณรก็ได้ไหลไปกับต้นหญ้าได้ อัศจรรย์ดี ทั้งสัตว์พิษ สัตว์ต่างๆ ก็ไม่ได้ทำร้ายอะไร ธุดงค์ไปเรื่อยๆ และได้ไปกราบหลวงปู่เหรียญ วรลาโก, หลวงปู่สิบ พุทธาจาโร, หลวงปู่แหวน สุจิณโณ

ความเป็นมาที่มีการเรียกขาน นามสมมติว่า หลวงปู่เณรคำ

ธุดงค์ไปอยู่ที่ใด ก็มักจะมีคนมาขอหวย ท่านนั่งอยู่ในกลด ก็มีคนมองเห็นท่านเป็นคนแก่ พอเปิดกลดออกมา กลดบางๆ เปิดมุ้งออกมาเป็นเณรน้อย ไปบิณฑบาตคนก็มองเห็นเป็นเณรน้อย ไปบิณฑบาต แต่พอเดินกลับออกมาก็เป็นพระชราอายุ 8090 ปี หัวหงอก หลังค่อม เหี่ยวย่น หนังยานก็มี

            ครั้งหนึ่งโยมจากอำเภอหนองกรุงศรี จ.กาฬสินธุ์ เข้าไปปักกลดในเช้าเดียวกัน บอกว่า ได้ใส่บาตรให้เณรน้อยเมื่อเช้านี้ และก็บอกให้มาที่นี่จึงออกมาตามมา ในเวลาเดียวกัน แต่พอญาติธรรมทั้ง 3 อำเภอ พอมาถึงต่างพูดกันทุกคน อ้าว!... ผมก็ใส่บาตรที่ตลาด อ.เมืองกาฬสินธุ์ อ้าว! ... ผมก็ใส่บาตรที่ตลาด อ.สหัสขันธ์ อ้าว!... ผมก็ใส่บาตรที่ตลาด อ.หนองกรุงศรี อ้าว!...ทำไมเป็นอย่างนั้น พอหันมามองอีกทีเห็นเป็นคนแก่ตอนนี้ บางคนได้เข้ามาเล่าให้ฟัง ฝันเห็นว่าท่านไปยืนอยู่บนหัวเตียง เดี๋ยวก็เป็นเณรน้อย อายุน้อยๆ เดี๋ยวก็กลายเป็นคนแก่ นับแต่นั้นมา ผู้คนจึงเรียกตามสิ่งที่เขาเห็น เรียกขานสรรพนามนำหน้าให้บ้างเรียก หลวงปู่ จากนั้นมีคนเห็นรูปร่างผิวพรรณเหลืองผ่องสว่างคล้ายผิวทองคำ จึงเรียกว่า หลวงปู่เณรคำ

ความเป็นอริยะ

แม้แต่ถ้าใครชอบอิทธิปาฏิหาริย์ พระพุทธศาสนาก็สอนให้เขาทำอิทธิปาฏิหาริย์นั้นได้ด้วยตนเอง ไม่ใช่ไปหวังพึ่งอิทธิปาฏิหาริย์ของคนอื่น อย่างไรก็ตาม พระพุทธเจ้าต้องการให้คนมีปัญญาเห็นความจริง อิทธิปาฏิหาริย์ไม่เป็นเครื่องหมายที่จะวัดความเป็นพระอรหันต์ คนที่มีอิทธิปาฏิหาริย์จะเรียกได้แค่ว่าเป็นผู้วิเศษ ความเป็นผู้วิเศษไม่ทำให้เกิดปัญญารู้ธรรม ไม่ทำให้หมดกิเลสหรือหมดความทุกข์ได้ ความเป็นพระอริยะจริงๆ อยู่ที่การกำจัดกิเลส ทำลายโมหะลงจากจิต จึงถือว่าเป็นพระอริยะ

บทพิสูจน์จิตธรรม

สามเณรหลวงปู่เณรคำเดินธุดงค์มาทาง จ.กาฬสินธุ์ ผู้คนต่างเล่าลือในบุญฤทธิ์ต่างๆ ของท่านและด้วยความคึกคะนองตามประสาเด็กกำลังโต เวลาออกบิณฑบาตก็นึกอยากหยอกล้อญาติโยม เห็นปลาช่อนตัวใหญ่จับใส่ลงไปในบาตร เวลาแม่ออกจะใส่บาตร เมื่อเปิดฝาครอบบาตรออกมาก็เจอปลาช่อนดิ้นออกมาต่างร้องเสียงหลง และนำเหตุการณ์ไปตีเป็นตัวเลข บังเอิญฟลุก ถูกตรงเป๊ะ ก็ได้เล่าลือกล่าวขานกันไป คราวนั้น เจ้ามือหวยแถบนั้น อาฆาตแค้น เนื่องเพราะชาวบ้านถูกหวยเป็นจำนวนมาก ทำให้เจ้ามือหวยขาดทุน เอ! ใครมาจุดประทัดแถวนี้หนอ?” ครั้นพอก้มดูจีวร ก็ปรากฏมีแต่รูเต็มจีวรไปหมด จึงลุกขึ้นนำไฟฉายไปส่องดูต้นเสียง มองเห็นคนที่มาลอบยิง อยู่ในอาการตกใจ และได้วิ่งหนีเตลิดหายไป

            สามเณรหลวงปู่เณรคำวิเวกมาเรื่อยๆ จนถึงปากห้วยสำราญ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ได้พักที่นั่น 7 เดือน บำเพ็ญภาวนาโดยมีช่วงหนึ่งเป็นวันโกน สามเณรได้ปลงผมเอง เพื่อให้เกิดความแน่ใจในนิมิต จึงได้อธิษฐานหลังจากปลงผมเสร็จว่า ถ้าหากว่าเราจะได้พำนักถาวรอยู่ที่ จ.ศรีสะเกษ ก็ขอให้เส้นผมจงลอยทวนน้ำ เสร็จแล้วสามเณรจึงวางเส้นผมลงบนผิวน้ำแม่น้ำมูล ปรากฏว่า เส้นผมได้วิ่งทวนน้ำที่กำลังไหลขึ้นไป เป็นที่อัศจรรย์มาก

            จากนั้น หลวงพ่อท่านเจ้าคุณพระราชวรลังการ เจ้าคณะ จ.ศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุต ทราบข่าวจากชาวบ้านจึงได้พาพระสงฆ์มา 9 รูป หลวงปู่เณรคำมาแล้วก็ดีนะ มาอยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทร ให้ จ.ศรีสะเกษ ด้วยกันจะได้ไหม ซึ่งตอนนี้มีสำนักสงฆ์ร้างอยู่เป็นป่าช้า ชาวบ้านต้องการให้มีพระไปอยู่ที่นั่น ปู่เณรคำไปอยู่นะ ท่านเข้ามาพบสองสามครั้ง สามเณรจึงได้รับไว้พิจารณา

            สามเณรหลวงปู่เณรคำได้โดยสารนั่งรถมากับหลวงพ่อเจ้าคุณเพื่อไปดูที่ในระหว่างที่รถวิ่งมาได้มองเห็นลำแสงสว่างไสวจากจุดที่ตั้งวัด ป่าช้าบ้านยางนี้ตลอด พอมาใกล้ป่าช้าความสว่างนั้นโล่งขาวนวลสว่างไสวไปหมด แต่ในจิตรู้ว่า ที่ตรงนี้แหละคือที่ที่เราจะอยู่ได้ตลอดไป จึงได้ตอบรับไปว่า หลวงพ่อครับ งั้นผมจะมาอยู่ที่นี่นะ

            ในคืนแรกได้มีเทวดา จำนวนมากมายเข้ามากราบ และกราบเรียนว่า พญามารเยอะนะพระคุณเจ้าหลวงปู่ แต่ว่าพระคุณเจ้าต้องอยู่ได้ ข้าพเจ้าทั้งหลายจะอยู่โดยรอบ แต่พญามารก็เป็นเรื่องของโลกธรรมดา การมาอยู่ในครั้งแรกๆ ก็ได้ถูกชาวบ้านกลุ่มหนึ่งตั้งตัวขึ้นมาต่อต้าน ขับไล่ต่างๆ นานา ให้ออกไปพ้นจากสถานที่นี้ เนื่องเพราะไม่ศรัทธา ทั้งเจอผู้คนถือจอบเสียมมาขับไล่ ถือปืนมาข่มขู่

ท้าวสักกะเทวราช มาเยือน

สามเณรหลวงปู่เณรคำถือปฏิบัติในวันที่ 7 ทั้งคืนจนสว่าง พอทำวัตรไหว้พระ สวดมนต์เย็นเสร็จจึงลงมาเดินจงกรม เมื่อจิตนิ่งสงบเย็นมากแล้ว ได้นิมิตเห็นเกวียนทองคำเล่มใหญ่โตมโหฬารวิ่งมาในอากาส พอมองขึ้นไปได้เห็นพระอินทร์เสด็จมาแล้ว ข้าพเจ้ามีนามว่าสักกะเทวราช มาสักการะขอนมัสการพระคุณเจ้าผู้เจริญ มาขออาราธนาพระคุณเจ้าไปกับข้าพเจ้า เพื่อไปดูสถานที่วิมานต่างๆ ที่พระคุณเจ้าเคยอยู่เสวย พระคุณเจ้าจะไปด้วยหรือไม่

            ถ้ามหาราชมานิมนต์อย่างนี้ได้อาตมภาพจะเดินทางไปพร้อมกับท่านมหาราช

            องค์อมรินทร์ผู้เป็นใหญ่ทรงฤทธิ์เดชานุภาพได้มาเยี่ยมเยียนและพาไปดูภพภูมิเก่าบุพชาติเก่าที่เคยเสวยบุญ ได้เห็นมิติหนึ่งเป็นแดนอยู่อาศัยของครุฑ มองเห็นมีรูปร่างเฉกเช่นวิญญาณเทพเทวดาทั่วๆ ไป เป็นวิญญาณคล้ายคนธรรพ์กึ่งสัตว์ ครั้นพอมาปรากฏให้ผู้คนเห็นเป็นรูปร่างกึ่งนกกึ่งมนุษย์ มองเห็นดวงวิญญาณหนาแน่นเต็มไปหมด มิตินครก็อยู่ในอากาศ มิติสวรรค์ก็อยู่ในอากาศ แต่เขามองไม่เห็นกัน บุญก็มองเห็นบุญ บาปก็มองเห็นบาป กายทิพย์สามเณร มองเห็นดินแดนไตรโลก ทั้งโลกสวรรค์ นรก มนุษย์ อบายภูมิ อสุรกาย เกิดความน่าสลดสังเวชมาก บ้างมองเห็นเปรต ลอยไปในอากาศแล้วมีฝนเป็นน้ำทองแดงบ้าง น้ำเหล็กทองแดงตกลงมา ถูกแล้วร้องโอดครวญ ทนทุกข์ทรมาน พอมองอีกฝั่งก็มองเห็นเทวดา กำลังนั่งสงบพนมมือสายบัวผูกออกมาสว่างไสว ดูแล้วน่าชื่นชมยินดี สว่างสดใสมีบริวารมากมายเยอะแยะเฝ้าแวดล้อมนี่แหละคือ มุมมืดและมุมสว่างแห่งการเวียนว่ายตายเกิด

ดินแดนสวรรค์ที่เคยได้ไปเยือน ความจริงมีหลายชั้น 17-18 ชั้น แต่ครั้งนี้ได้ขึ้นไปได้แค่ 7-8 ชั้นได้ เห็นหมดเลย นรก เปรต อสุรกาย ทั่วฟ้าทั่วแผ่นดิน เห็นตำหนักหลายอย่างอัศจรรย์มาก

สู่ความเป็น...ภิกษุ ฉัตติโก

เมื่ออายุครบ 20 ปีพอดี สามเณรวิรพล สุขผล หรือสามเณรหลวงปู่เณรคำได้อุปสมบท ณ วัดดอนธาตุ บ้านทรายมูล ต.ทรายมูล อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี เมื่อเวลา 10.17 น. ในวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ.2542 โดยมีท่านเจ้าคณะอำเภอพิบูลมังสาหาร พระครูพิพัฒน์สังฆกร เป็นพระอุปัชฌาย์ พระจีรศักดิ์ กิจสาโร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระชา อมโร เป็นพระอนุสาวนาจารย์ พอญัตติอุปสมบทเสร็จเรียบร้อยได้เดินทางลาพระอุปัชฌาย์ พ่อแม่ครูบาอาจารย์กลับมายังวัดป่าขันติธรรม จ.ศรีสะเกษ ดังเดิม

            พออยู่มาระยะหนึ่งได้มีศรัทธาญาติโยมเข้ามาเรื่อยๆ หลวงปู่ว่าที่ตรงนี้ถือว่ามีความหมายและสำคัญมาก ครั้งหนึ่งในภพหนึ่งเราก็เคยธุดงค์มาที่นี้ เคยมาอยู่ที่นี้ ปัจจุบันถือว่าเป็นบ้านหลังสุดท้ายที่เราอาศัยอยู่ชั่วคราว จากนี้ไปแล้วคงไม่มีบ้านหลังไหนให้อยู่อีกต่อไปในภายภาคหน้า

 

 




นำเสนอข่าวโดย : กนกอร เพ็ญรุ่งศศิธร,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส

แสดงความคิดเห็น

Name :
 
Detail :