เรื่องเล่าจากฝั่งอีสต์
โดย : มงคล วัชรางค์กุล
สองฟากฝั่งฟ้าอาฟริกา จากตะวันตกสู่ตะวันออก จากมหาสมุทรแอตแลนติก สู่มหาสมุทรอินเดีย (8)





























ท่องไปใน “เบียร่า (Biera)“ เมืองหาดสวยริมมหาสมุทรอินเดีย

 เสียเวลาซ่อมเครื่องยนต์เครื่องบินไปเกือบสองชั่วโมง จึงบินไปถึงเบียร่าช้ากว่าหมายกำหนดเวลา เอเยนต์ส่งรถมารับพาไปโรงแรมที่จองไว้กลางเมือง รถวิ่งผ่านใจกลางเมืองที่มีตลาด ท่ารถ ผู้คนเดินจับจ่ายไปมาอยู่พลุกพล่าน สิ่งหนึ่งที่เห็นคล้ายกันในหัวเมืองแอฟริกาคือ บ้านเมืองค่อนข้างสกปรก

แต่สิ่งที่สร้างความตื่นเต้นให้ผมคือ ที่หน้าโรงแรมพ่อค้าหาบผลไม้ขายเป็นลิ้นจี่เต็มสองตะกร้า หน้าตาเหมือนลิ้นจี่พันธุ์ค่อมของเมืองอัมพวาอย่างไงอย่างงั้น ทดลองซื้อมาหนึ่ง ก.ก. เขาชั่งให้แบบตาชั่งหูรูด จ่ายไป 300 MT ตกประมาณ 150 บาท ราคาพอกับลิ้นจี่ค่อม อัมพวา

ต้องบันทึกว่า ลิ้นจี่โมซัมบิกมีผิวพรรณ รูปร่าง ขนาด รสชาดหวาน อร่อย เหมือนกับลิ้นจี่ค่อม อัมพวาไม่ผิดเพี้ยน ทั้งที่ปลูกอยู่ห่างกันคนละฟากมหาสมุทรอินเดีย


เช่นเดียวกันที่ผมเคยเจอลิ้นจี่พันธุ์ค่อมปลูกจากฟลอริดา อเมริกา
        
ลิ้นจี่พันธุ์เดียวกันปรากฏใน 3 มุมโลก ชายฝั่งแอฟริกาตะวันออกริมมหาสมุทรอินเดีย ชายฝั่งแอตแลนติกอเมริกาตะวันออก และประเทศไทยชายฝั่งแปซิฟิกตะวันตก

ธรรมชาติยิ่งใหญ่เหนือคำอธิบายใดๆ

อัตราเงินของโมซัมบิกเรียกว่าเงิน Meticais หรือ Mataf (MT), $1 แลกได้ MT 61.6 และ 1 บาท = 2 MT

เป็นช่วงกลางวันที่เงียบเหงาของเมืองเบียร่า ภัตตาคารฝั่งตรงข้ามโรงแรมยังไม่เปิดให้บริการมื้อกลางวัน จึงต้องอาศัยห้องอาหารของโรงแรมไปก่อน  

เอเย่นต์มารับตอนบ่าย ขับรถพาออกไปนอกเมือง แล้วแยกเข้าซอย ปากซอยเป็นกระต๊อบร้านค้าเรียงเป็นแถว ขายเสื้อผ้า อาหาร ของแห้งต่างๆ มีผู้คนเดินจับจ่ายซื้อหาพอสมควรตามความหมายของตลาดชนบท

รถวิ่งเข้าไปตามทางลูกรังราว 3 – 4 ก.ม.ก็ถึงสถานีอนามัยที่นัดหมายกันไว้ว่าจะพบกันตอนบ่าย 3 โมงเย็นเพื่อพบปะสนทนาวิสาสะ ก่อนจะนัดหมายติดตั้งแผงโซล่ารูฟท็อป เป็นของขวัญจากภาคเอกชนไทยมอบให้สถานีอนามัยเบียร่า โมซัมบิก

แต่ปรากฏว่า ไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่ที่สถานีอนามัยเลยแม้แต่คนเดียว ทั้งๆที่พวกเราไปถึงก่อนเวลานัดหมาย

เมื่อไม่สนใจจะต้อนรับ จึงยกเลิกการมอบของขวัญทั้งหมดโดยสิ้นเชิง

ใช้แผงโซล่ารูฟท็อปเก่าคร่ำคร่าที่จีนมอบให้เป็นของขวัญติดตั้งอยู่ข้างสถานีอนามัยกันต่อไปก็แล้วกัน

มื้อเย็นวันนั้นจึงกินอาหารที่ภัตตาคารหน้าโรงแรมกันได้ไม่อร่อยเท่าที่ควร

ประเทศโมซัมบิกประกอบด้วย 26 ชนเผ่า ชนเผ่าหลักคือ Sena ภาษาราขการใช้ของชนเผ่านี้และภาษาโปรตุกิส

นอกจากนั้นคือ ชนเผ่า Ndau , Chuabo , Lomue ,และ Nianja

ในอดีต ชนเผ่า Sena เคยสู้รบกับเผ่า Ndau ที่เมือง Beira และเมือง Sofala

Beira เคยเป็นเมืองหลวงสมัยที่ โปรตุเกสปกครอง

โมซัมบิกเคยอยู่ภายใต้รัฐบาลทหาร 16 ปี สิ้นสุดยุคทหารครองเมืองในปี 2004 หันมาปกครองโดยพรรคการเมืองชิ่อ Renamo Party และทุกวันนี้ พรรค Renamo ก็มีกองกำลังของตัวเอง

 เบียร่า เป็นเมืองท่องเที่ยวริมทะเลของโมซัมบิกที่กำลังเจริญเติบโต มีโรงแรมเกิดใหม่หลายแห่งตามริมทะเล ประชากรในเบียร่า 3 ล้านคนเทียบกับประชากรทั้งประเทศ 24 ล้านคน

เมืองเบียร่ามีโรงงาน 7 โรง เป็นโรงงานน้ำตาล 3 โรง ยังไม่มีโรงงานไหนมี Solar Roof Top หรือกล่าวอีกที ทั้งประเทศโมซัมบิกยังไม่มีกิจการไหนติดตั้ง Solar Roof Top

มีคนจีนมาตั้งบริษัทซื้อ “ ไม้ “ ในเบียร่า 7 บริษัท ซื้อไม้จากปางไม้ที่เมือง  5 แห่ง อยู่ห่างจากเบียร่า 120 ก.ม. 220 ก.ม. 250 ก.ม. จนไกลสุดถีง 550 ก.ม.และ 600 ก.ม.

 ในช่วงที่การค้าไม้รุ่งเรือง เบียร่าส่งออกไม้ไปเมืองจีนเดือนละกว่า 200 คอนเทนเนอร์

คนแขกอินเดียก็เข้ามาเบียร่าด้วยเหมือนกัน มาซื้อถั่วและน้ำมันดอกทานตะวัน

ความเจริญของเบียร่าถึงขั้นมีมหาวิทยาลัย 4 แห่งคือ Universidade Pedagogica , ISTAC , UCM , Unipiegt

วันที่สองในเบียร่า จึงเป็นวันสบายสบาย สำรวจบรรยากาศริมทะเลด้วยการนั่งรถเลาะไปตามถนนเลียบชายหาด เลือกกินมื้อกลางวันที่ภัตตาคารติดทะเลชื่อ Sun Light Club เจ้าของร้านออกมารับออร์เดอร์เอง เป็นคนจีน เซ้งร้านนี้มา 12 ปีแล้ว

คนจีนทำมาหากินไปทั่วสองฟากฝั่งแอฟริกา

มื้อนั้นสั่งอาหารทะเลเกือบล้วน ที่ต้องบันทึกไว้คือ

ปลาเก๋านึ่ง 750 MT

กุ้งใหญ่ Tiger ทอด 1,350 MT

ซุป  350 MT

ผัดพริกกับไข่  250 MT

ต้องไม่ลืมว่าอัตราแลกเปลี่ยนคือ 2 MT = 1 บาท

ค่าอาหารคิดเป็นเงินไทยด้วยการหารครึ่ง อาหารทะเลจะออกมาราคาถูกมาก


ตอนบ่ายเราไปเยี่ยมอ๊อฟฟิตของเอเยนต์ ปรึกษาหารือเรื่องดูงานภาคเช้าวันรุ่งขึ้น

ตอนค่ำเอเยนต์พาไปดินเนอร์ (ฝ่ายเราเป็นผู้จ่าย) ที่ร้านริมทะเลวิ่งออกไปไกลกว่าร้านเดิม เป็นร้านอร่อยที่คนพื้นเมืองมากินกัน ขอบันทึกรายการอาหารไว้เพื่อความทรงจำดังนี้
      
ปูทะเลตัวใหญ่นึ่ง 700 MT = 350 บาท ปูทะเลตัวใหญ่ขนาดนี้ร้านที่แม่กลองตัวละหลายพันบาท

กุ้ง Lobster 1,200 MT = 600 บาท ราคาถูกจนเหลือเชื่อ

หอยตลับตัวโต 250 MT = 125 บาท

อาหารทะเลที่นี่สด อร่อยมาก ทำให้ต้องระลึกถึงเบียร่าอยู่ไม่วาย โดยเฉพาะความทรงจำที่เดินทอดน่องบามราตรีหลังดินเนอร์บนเขื่อนริมถนนเลียบมหาสมุทรอินเดีย

วันรุ่งขึ้น นัดประชุมตอน 10 โมงเช้ากับ Governor เมือง Beira เป็นการประชุมเต็มคณะคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ศึกษาโอกาสการเปิด Solar Roof Top ในเบียร่า เป็นสิ่งที่เป็นไปได้อย่างยิ่งเพราะกระแสไฟฟ้าในเบียร่า (และทุกเมืองในโมซัมบิก) ยังมีไม่พอใช้

กรรมการฝ่ายอนามัยกล่าวขอโทษที่เมื่อเย็นวันก่อนไม่มีเจ้าหน้าที่รอต้อนรับที่สถานีอนามัยตามที่นัดกันไว้ และขอให้ทางเราช่วยพิจารณามอบแผง Solar Roof ให้เหมือนเดิม อย่าเพิ่งยกเลิก

เราแบ่งรับแบ่งสู้ว่า อาจจะมีการพิจารณาอีกครั้ง

หมายเหตุ เมือง Beira โดนพายุไซโคลน “ อิดาอี “ พัดถล่มเมื่อเดือน มี.ค.2019 สร้างความเสียหายอย่างหนัก มีคนตาย 900 คน ประชาชนนับล้านคนต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

ปลายเดือนถัดมา เมษายน 2019 พายุไซโคลนลูกที่สอง ชื่อ “ เคนเนธ “ ขึ้นฝั่งในบริเวณใกล้เมืองเบียร่า สร้างความเสียหายยับเยินซ้ำเติมในเวลาหนึ่งเดือนถัดมา ประชาชน 1 ล้าน 5 แสนคนขาดแคลนอาหาร

รัฐบาลไทยส่งข้าวบรรจุถุง 1,000 ตันช่วยเหลือโมซัมบิก เมื่อ 8 พ.ค. 2019

เราไม่ทิ้งกัน.

      
    
   

 




นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส
20-11-2019 คริสเตียน พูลิซิช นักเตะสายเลือดอเมริกัน ขวัญใจคนใหม่แห่งทีมเชลซี (0/7)   
12-11-2019 ทำบุญวันออกพรรษาที่วัดลาวฟิลาเดลเฟีย (2/247) 
29-10-2019 เที่ยวงาน “ ไทยแฟร์ “ เก่าแก่ที่สุดในอเมริกา (0/632) 
23-10-2019 สองฟากฝั่งฟ้าอาฟริกา จากตะวันตกสู่ตะวันออก จากมหาสมุทรแอตแลนติก สู่มหาสมุทรอินเดีย (9) (0/318) 
16-10-2019 สองฟากฝั่งฟ้าอาฟริกา จากตะวันตกสู่ตะวันออก จากมหาสมุทรแอตแลนติก สู่มหาสมุทรอินเดีย (8) (0/347) 

แสดงความคิดเห็น

Name :
 
Detail :
 



ฉบับที่
473
siamtownus newspaper






Hots Clip VDO ดูทั้งหมด

ขออภัยสัญญาณ VDO มีปัญหากำลังดำเนินการแก้ไข