เรื่องเล่าจากฝั่งอีสต์
โดย : มงคล วัชรางค์กุล
สองฟากฝั่งฟ้าอาฟริกา จากตะวันตกสู่ตะวันออก จากมหาสมุทรแอตแลนติก สู่มหาสมุทรอินเดีย (7)








เบียร่า และนาทีชีวิตเครื่องบินเบรคสุดชีวิตก่อนเทคอ๊อฟ


ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับโมซัมบิกมีมาตั้งแต่ปี 2532 แต่มากระชับแน่นเมื่อนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เดินทางไปเยือนมาปูโต เมืองหลวงของโมซัมบิกอย่างเป็นทางการในปี 2556 ก่อให้เกิดการเซ็นสัญญาระหว่างประเทศ แล้วไทยเปิดสถานเอกอัครราชฑูตที่มาปูโตปี 2559
                
คนไทยน้อยคนนักที่จะรู้ว่า โมซัมบิกคือประเทศที่ทุนไทยไปลงทุนมากที่สุดในแอฟริกา
               
มีทั้ง ปตทสผ.ไปลงทุนแท่นขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ โมซัมบิกมีก๊าซธรรมชาติสำรองอันดับ 11 ของโลก การลงทุนก่อสร้างของอิตาเลี่ยนไทย การลงทุนโรงแรมของกลุ่มไมเนอร์ การลงทุนร้านอาหารไทย 3 แห่งในมาปูโต การทำเหมืองพลอย
             
 ต้องรู้ว่าทับทิมเกินกว่าครึ่งของโลกขุดขึ้นมาจากเหมืองในโมซัมบิก
               
นอกจากนี้ยังมีสปิเนลสีชมพู ทัวร์มาลีนและพลอยชนิดต่างๆจำนวนมาก
               
อัญมณีไทยส่งออกในยุคหลัง ล้วนมาจากเหมืองโมซัมปิกทั้งนั้น
              
มูลค่าการลงทุนของไทยในโมซัมบิกเกินกว่า 6,500 ล้านเหรียญ
              
จึงไม่ผิดที่อดีตนายกยิ่งลักษณ์ฯ เคยกล่าวไว้ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับแอฟริกาไม่ใช่สิ่งที่ไกลเกินจริง แต่จะเกิดขึ้นและเป็นจริงในภายภาคหน้า
               
นอกจากนี้โมซัมบิกยังอุดมด้วยป่าไม้ คู่ค้ารายใหญ่คือจีน ที่เข้ามาซื้อไม้ จนป่าโมซัมบิกแทบหมดไป
               
ทรัพยากรทางทะเลของโมซัมบิกก็อุดมสมบูรณ์ แต่ก่อนเรือที่เข้ามาใช้ไลเซ่นต์จับปลาคือเรือประมงไทย แต่ตอนนี้เป็นเรือจีน สวมตั๋วกันน่าดู ไลเซ่นต์ใบเดียวใช้กับเรือเป็นสิบลำ นี่คือเล่ห์เหลี่ยมของจีน
             
โมซัมบิกคืออดีตเมืองขึ้นของโปรตุเกส ภาษาราชการคือภาษาโปรตุกิสเหมือนบราซิล และภาษาพื้นเมือง อีมากูวา ประชากร 23 ล้านคน ตั้งอยู่ทางแอฟริกาตะวันออกเฉียงใต้ เหนือประเทศแอฟริกาใต้และสวาซิแลนด์ ทางทิศเหนือจรดแทนซาเนีย ด้านตะวันตกติดกับมาลาวี แซมเบียและซิมบับเว สามประเทศนี้ต้องใช้โมซัมบิกเป็นทางออกทางทะเล
             
โมซัมบิคมีชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกติดมหาสมุทรอินเดียยาว 1,540 ไมล์ เท่ากับชายฝั่งทะเลตะวันตกของอเมริกา
              
ฉายาของโมซัมบิกคือ “ ไข่มุกแห่งมหาสมุทรอินเดีย“
           
โมซัมบิกเป็นหนึ่งในสิบของประเทศที่มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจดีที่สุดในโลก
              
ส่วนไทยนั้นเป็นประเทศที่ชาวโมซัมบิกกันชื่นชอบ เพราะเข้าไปเริ่มต้นการค้าขายด้วยความจริงใจ มีการจัดตั้ง “สมาคมหอการค้าไทย – โมซัมบิก“  เป็นศูนย์กลางการค้าขายระหว่างกัน     

เช้าวันรุ่งขึ้น เรารีบออกจากโรงแรมตั้งแต่ตอนตีห้า เพื่อขึ้นเครื่องบินเที่ยวเช้า 6โมงครึ่งไปเมืองเบียร่า (Beira) – BEW เมืองริมมหาสมุทรอินเดียทางเหนือของโมซัมบิก เป็นสาย Domestic  ชื่อ Mozambique Ethiopian Airlines พ่นสีลำตัวเครื่องบินเหมือนกับของ Ethiopian Airlines เป็นเครื่องบินตัวเล็กรุ่น DHC-8 Dash สร้างในคานาดา เที่ยวบิน ET 88 มีแอร์โฮสเตสคนเดียว ใช้เวลาบิน 1 ช.ม.ครึ่ง
            
ถึงจะเป็นเที่ยวบินรหัส ET แต่เป็นสายในประเทศจึงไม่ได้ไมล์สะสมของ Royal Orchid Plus
            
เครื่องวิ่งแท็กซี่ไปบนรันเวย์แล้วตั้งลำวิ่งเต็มที่เพื่อเชิดหัวขึ้น เสียเครื่องยนต์รัวกระหึ่ม
          
แต่พอถึงเกือบถึงปลายรันเวย์ ก่อนจังหวะสุดท้ายที่เครื่องจะเชิดหัวขึ้น กัปตันเบรคเครื่องกระทันหัน แบบเบรคสุดชีวิต เป็นการเบรคที่รุนแรงมากขนาดผู้โดยสารที่นั่งรัดเข็มขัดล้วนหัวซุกหัวซุนไปหมด
         
นั่งเครื่องบินมาตลอดชีวิตนักเดินทาง เพิ่งเจอเครื่องบินเบรคกระทันทันตอนกำลังจะเทคอ๊อฟก็ครั้งนี้
         
นี่คือนาทีชีวิต
         
ไม่มีความรู้สึกกลัว เพราะเหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในพริบตา ความรู้สึกตายด้านไปหมด ไม่ทันได้นึกกลัวอะไรทั้งสิ้น 
         
เครื่องบินเลี้ยวลำกลับ วิ่งไปจอดสนิทหน้าโรงซ่อม ช่างเครื่องขึ้นมาเช็คเครื่องบนเครื่องบิน คนโดยสารยังนั่งรัดเข็มขัดอยู่บนเครื่อง
         
จนไฟรัดเข็มขัดดับลง แอร์โฮสเตสท่าทางมากประสบการณ์เดินผ่านมา ผมถามเธอว่าเกิดอะไรขึ้น
         
เธอตอบว่า ไฟสัญญาณเครื่องยนต์ขัดข้องปรากฎขึ้นบนหน้าจอตอนที่เครื่องกำลังจะเทคอ๊อฟ กัปตันจึงตัดสินใจเบรคเครื่องบินทันที นำเครื่องกลับมาให้ช่างตรวจเช็ค
        
เพื่อนร่วมเดินทางเดินหน้าซีดเข้ามาหาแล้วบอกว่า
       
“พี่ ผมกลัวจนฉี่แทบราด _ _“

ขอบคุณกัปตันเที่ยวบิน ET 88 - Dec3, 2018 ที่ตัดสินใจเฉียบขาดผ่านนาทีชีวิต พาผมรอดกลับมาเขียนเล่าเรื่องสู่ผู้อ่านได้ตลอดรอดฝั่ง

หมายเหตุ : เครื่อง Lauda Air - Boeing 767 อายุใช้งาน 2 ปี เที่ยวบิน NG 004 ระเบิดกลางอากาศ ตกในไทยที่สุพรรณบุรีเมื่อ May26,1991 หลังจากบินขึ้นจากดอนเมืองได้ 16 นาที ตรวจสอบบันทึกกล่องดำพบว่า นักบินผู้ช่วยพูดว่า “ ทำไมไฟสัญญาณเบรคติดทำงาน“ กัปตันตอบว่า “ คงเป็นเพราะสายไฟช็อต”

กัปตันคือผู้ตัดสินชะตาชีวิตของผู้โดยสาร (และของตัวเอง)

สรุป Lauda Air – NG004 ตกเพราะระบบเบรคทำงานขณะเครื่องทะยานบินขึ้น และกัปตันไม่ตัดสินใจนำเครื่องกลับมาตรวจเช็คแก้ไข
          

 




นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส
23-10-2019 สองฟากฝั่งฟ้าอาฟริกา จากตะวันตกสู่ตะวันออก จากมหาสมุทรแอตแลนติก สู่มหาสมุทรอินเดีย (9) (0/16)   
16-10-2019 สองฟากฝั่งฟ้าอาฟริกา จากตะวันตกสู่ตะวันออก จากมหาสมุทรแอตแลนติก สู่มหาสมุทรอินเดีย (8) (0/241) 
11-09-2019 Experience Thailand 2019 กระหึ่มกลางมหานครนิวยอร์ค (0/966) 
04-09-2019 กู้ศักดิ์ศรี “วิโรจน์ นวลแข“ (1/3777) 
28-08-2019 สองฟากฝั่งฟ้าอาฟริกา จากตะวันตกสู่ตะวันออก จากมหาสมุทรแอตแลนติก สู่มหาสมุทรอินเดีย (7) (0/413) 

แสดงความคิดเห็น

Name :
 
Detail :
 



ฉบับที่
469
siamtownus newspaper






Hots Clip VDO ดูทั้งหมด

ขออภัยสัญญาณ VDO มีปัญหากำลังดำเนินการแก้ไข