ข่าวคนไทยในอเมริกา
เตือน’โรบินฮูด’เตรียมพร้อม รับนโยบาย’บุกจับ’ของทรัมป์











แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : ยืนยันยังไม่มีการ “บุกจับ” โรบินฮูดตามคำขู่ แต่ขอให้ผู้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเตรียมพร้อม และ “รู้สิทธิของตัวเอง” เช่นไม่ต้องเปิดประตู ไม่ต้องตอบคำถาม และไม่ยอมให้ค้นตัว หากต้องการคำปรึกษา หรือความช่วยเหลือจากนักกฎหมายด้านอิมมิเกรชั่น ในกรณีถูกจับ ให้โทรเบอร์ “ฮอทไลน์ภาษาไทย” ของ “ศูนย์กฎหมายเอเชียน” ได้เลย

หลังจากที่มีกระแสข่าวว่า เจ้าหน้าที่จากสำนักงานอิมมิเกรชั่น (ICE) จะทำการ “บุกจับกุม” ผู้อยู่แบบไม่ถูกต้องในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาในหลายเมืองใหญ่ทั่วประเทศ เช่น แอทแลนต้า, บัลติมอร์, ชิคาโก้, เดนเวอร์, ไมอามี, นิวยอร์ค, ซานฟรานซิสโก, ฮิวส์ตัน, นิวออร์ลีน รวมถึงลอส แอนเจลิส ตามคำสั่งของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ นั้น ข่าวระบุว่าจนถึงวันพุธที่ 17 กรกฎาคม 2019 ยังไม่มีเหตุการณ์บุกจับกุมเกิดขึ้นแต่อย่างใด

ทั้งนี้ แผนของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในการบุกจับกุมผู้อยู่อย่างผิดกฎหมายที่มีประวัติคดีอาญา และเคยถูกคำสั่งเนรเทศมาแล้ว ซึ่งประเมินว่ามีอยู่ประมาณ 2,000 คนนั้น จะมีขึ้นตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม โดยไม่ได้ระบุเวลาสิ้นสุด  ดังนั้นจึงไม่มีใครทราบได้ว่า แผนการบุกจับกุมครั้งใหญ่ ถูกยกเลิกไปแล้ว หรือเพียงแค่ถูกเลื่อนออกไปเท่านั้น

“เป็นการสร้างความกลัวครั้งใหญ่ให้กับชุมชน และชุมชนจะต้องอยู่กับความกลัวต่อไป ตราบใดที่การบุกจับกุมยังคงเป็นภัยคุกคามอยู่แบบนี้ ดังนั้น ไม่ว่าเวลาใดก็ตาม ห้ามปล่อยให้การ์ดตก อย่างเด็ดขาด”  ทนายความ คามิลล่า อัลวาเรซ แห่งองค์กร CARECEN ที่ทำงานเพื่อสิทธิของชนกลุ่มน้อย กล่าว

แม้จะมีการยืนยันว่า แผนการบุกจับกุมครั้งใหญ่ของอิมมิเกรชั่นครั้งนี้ เป็นการจับกุมผู้มีชื่อในหมายจับ โดยไม่มีการจับกุมผู้ที่บังเอิญอยู่ในพื้นที่ (collaterals) ก็ตาม แต่ข่าวนี้ สร้างความตื่นตระหนกอย่างมากในชุมชนผู้อพยพทุกเชื้อชาติ รวมถึงชุมชนไทยในลอส แอนเจลิส ด้วย โดยเฉพาะหลังจากมี “ผู้ไม่หวังดี” พยายามปล่อยข่าวปลอมผ่านโซเชียลมีเดียต่างๆ ว่า มีเจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นบุกร้านอาหารไทยหลายร้านในย่านไทยทาวน์ ทั้งที่ไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด

ฌอน พอททส์ ทนายความผู้เชี่ยวชาญกฎหมายอิมมิเกรชั่น ให้สัมภาษณ์ เอบีซี เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ว่าแผนการบุกจับกุมของหน่วยงานอิมมิเกรชั่นครั้งนี้ เน้นการบุกไปยังบ้านพักของเป้าหมาย มากกว่าการบุกจับกุมตามสถานที่ทำงานเหมือนที่ผ่านมา

“มันคือการบุกเข้าไปในชุมชน บุกบ้านของประชาชน เคาะประตู ค้นบ้านและจับกุมทุกคนที่อยู่ในบ้านนั้น” เขากล่าว “สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ชุมชนทั้งหมดได้รับผลกระทบ ครอบครัวทั้งหมด ตกเป็นเป้าหมาย” ฌอน พอททส์ กล่าว

ขณะที่กลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิของผู้อพยพ รวมถึงบรรดานักการเมืองท้องถิ่นหลายคน ออกมาเตือนให้ประชาชนอย่าประมาท เพราะการบุกจับกุมอาจจะเกิดขึ้นได้ทุกขณะ โดยย้ำว่าผู้อพยพทุกคน จะต้องรับรู้ถึงสิทธิ์ของตัวเอง (know their rights)

“เมื่อ ICE มาเคาะประตู พวกเขาจะต้องรู้ว่ามีสิทธิ์ที่จะไม่เปิดประตู และขอดูหมายค้น หรือหมายจับ ซึ่งจะต้องเป็นหมายที่มีลายเซ็นของผู้พิพากษาเท่านั้น” แอนนา ฟิกเกอโรว์ ตัวแทนเขตของ ส.ส.ลูซิลล์ รอยบอล-อัลลาร์ด กล่าว

ขณะที่องค์กรที่ทำงานเพื่อชนกลุ่มน้อยต่างๆ ก็ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมให้ความรู้กับกลุ่มเป้าหมายของการจับกุมครั้งนี้กันอย่างเต็มที่ เช่นองค์กร CARECEN-LA ได้จัด “เวิร์คช้อป” know their rights ที่สำนักงานในโคเรียนทาวน์ ของเมืองแอลเอ โดยมีการถ่ายทอดสดผ่านเฟสบุ๊กขององค์กรด้วย

ทั้งนี้ รัฐแคลิฟอร์เนีย ได้ประกาศตัวเป็นรัฐหลบภัย (Sanctuary state) ไม่อนุญาตให้ผู้รักษากฎหมาย ทั้งระดับรัฐและระดับท้องที่ ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานอิมมิเกรชั่น (ICE) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลกลาง ในการจับกุมผู้อพยพที่อยู่ในประเทศแบบไม่ถูกต้อง หากบุคคลนั้นไม่กระทำผิดกฎหมายอาญาร้ายแรง และเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา นายอีริค การ์เซ็ตติ นายกเทศมนตรีของนครลอส แอนเจลิส ได้ประกาศตำหนิพฤติกรรมของประธานาธิบดีทรัมป์ และย้ำชัดว่า เมืองแอลเอ จะไม่ให้ความร่วมมือใดๆ กับปฏิบัติการบุกจับ ของหน่วยงานอิมมิเกรชั่นครั้งนี้

“ประธานาธิบดีของเราล้มเหลวในการสร้างกำแพง ดังนั้นก็เลยกลับไปทำตามแผนเดิมในการแยกครอบครัวออกจากกัน” อีริค การ์เซ็ตติ กล่าว และย้ำว่าลอส แอนเจลิส จะไม่ยอมมีส่วนร่วมใดๆ กับการกระทำแบบนั้น

โดยที่ผ่านมา เทศบาลนครลอส แอนเจลิส ให้ความร่วมมือกับองค์กรที่ทำงานด้านสิทธิ์ของชนกลุ่มน้อย และสิทธิ์ของผู้อพยพอย่างใกล้ชิดในการให้ความช่วยเหลือ หรือให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับ “สิทธิเบื้องต้น” ที่ผู้อพยพต้องทราบ เพื่อใช้เป็นประโยชน์ในกรณีที่ถูกเจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่น เรียกหยุด เคาะประตูบ้าน โดยมีการจัดทำ “บัตรสิทธิเบื้องต้น” หรือ “Know your rights card” ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาอื่นๆ รวมถึงภาษาไทยด้วย

โดยข้อความบนบัตรสิทธิเบื้องต้น ซึ่งสามารถขอรับได้จากห้องสมุดของเทศบาลเมืองแอลเอ ทุกสาขา หรือดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ของห้องสมุด (https://www.lapl.org) ระบุข้อมูลจำเป็นสี่ข้อ ซึ่งจะใช้ประโยชน์ได้ดียามต้องเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลกลาง ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน บนรถเมล์ ริมถนน หรือสถานที่ทำงาน กล่าวคือ

-ข้าพเจ้าไม่ต้องการพูดกับท่าน ตอบคำถามของท่าน หรือเซ็นต์ หรือให้เอกสารใดๆ แก่ท่าน โดยยึด หลักตามสิทธิข้อที่ 5 ภายใต้หลักรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกา

-ข้าพเจ้าไม่อนุญาตให้ท่านเข้าบ้านของข้าพเจ้า โดยยึดหลักตามสิทธิ์ข้อที่ 4 ภายใต้หลักรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกา นอกเสียจากว่าท่านจะมีหมายค้นที่เซ็นต์โดยผู้พิพากษา หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง โดยมีชื่อของข้าพเจ้าอยู่บนหมายค้น และให้ท่านยื่นผ่านใต้ประตูเข้ามา

-ข้าพเจ้าไม่อนุญาตให้ท่านตรวจค้น สิ่งของต่างๆ ของข้าพเจ้าโดยยึดหลักตามสิทธิข้อที่ 4 ภายใต้หลักรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกา

-ข้าพเจ้าเลือกที่จะใช้สิทธิ์ของข้าพเจ้าตามหลักรัฐธรรมนูญ

ด้าน พีท เพิ่มแสงงาม นายตำรวจเชื้อสายไทยแห่งหน่วยสุนัขกู้ระเบิดของ ลอส แอนเจลิส เคยให้สัมภาษณ์กับสยามทาวน์ยูเอส ว่า หน่วยงานตำรวจของเมืองแอลเอ มีนโยบายชัดเจนว่าจะไม่ร่วมมือกับหน่วยงานอิมมิเกรชั่นในการจับกุมชาวต่างชาติที่มีเอกสารแสดงตัวไม่ครบ และจะให้ความปกป้องคุ้มครอง และช่วยเหลือคนกลุ่มนี้เหมือนกับชาวอเมริกันทั่วไป

“ความจริงแล้ว ที่เขามาจับนี่ คนนั้นจะต้องมีคดีมาก่อน เคยถูกจับขับรถเมา หรือเคยทำอะไรมาก่อน เมื่อสิบปี ยี่สิบปี เขาก็จะย้อนกลับมาเช็คว่าคุณอยู่ไหน ที่ผมห่วงคนไทยก็คือ เวลาที่เขามาจับพวกแม็กซิกันที่อยู่ผิดกฎหมาย ถ้าคุณไปยืนดูแบบไทยมุง เขาสามารถมาเช็คได้นะว่าคุณน่ะ มีบัตรหรือเปล่า เพราะฉะนั้นผมขอเตือนคนไทยนะครับ ถ้าเกิดเรื่องอะไรนี่อย่าไปมอง อย่าไปเป็นไทยมุง ให้ออกมาซะ” นายตำรวจเชื้อสายไทยกล่าว

นางธุวดารา โกลด์แมน ผู้ช่วยทนายความประจำ ศูนย์กฎหมายเอเชียน อเมริกัน แอดแวนซิ่ง จัสติส กล่าวกับสยามทาวน์ยูเอส เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมว่า ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีคนไทยโทรศัพท์เข้าไปพูดคุยขอคำปรึกษากับทนายความประจำศูนย์เป็นจำนวนมาก ส่วนหนึ่งตกใจเพราะข่าวลือว่ามีการบุกจับกุมตามร้านอาหารไทยหลายแห่งในไทยทาวน์ ซึ่งไม่เป็นความจริง

“ทางศูนย์ยินดีให้ความช่วยเหลือเรื่องนี้นะคะ ถ้าถูกจับหรือต้องการคำปรึกษาก็โทรมาได้เลยที่เบอร์ 800-914-9583 ซึ่งเป็นเบอร์ฮอทไลน์ภาษาไทย หรือถ้าใช้ภาษาอังกฤษได้ก็ที่เบอร์ 888-349-9695 ถ้าไม่มีคนรับก็ให้ทิ้งข้อความและหมายเลขติดต่อกลับไว้ เราจะโทรศัพท์กลับไปหาโดยเร็วค่ะ” เจ้าหน้าที่คนไทยของศูนย์กฎหมายเอเชีย กล่าว.

ต้องการรับ "บัตรสิทธิเบื้องต้น" สามารถขอได้ทางไลน์ของสยามทาวน์ยูเอส โดยแอดไลน์ไอดี @SiamtownUS หรือคลิ๊ก https://line.me/R/ti/p/%40siamtownus แล้วพิมพ์คำว่า "บัตร" 
.
.

 




นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส
28-11-2019 สื่อยักษ์แอลเออาลัย ตลาดบางกอก’ปิดตัว’ (2/14399) 
27-11-2019 ร้านไทยเวกัสถูกวิพากษ์หนัก ผลักภาระเฮลท์แคร์ให้ลูกค้า (1/11928) 
27-11-2019 ลูกค้าแน่น’ร้านไทยไทย’ ให้กำลังใจหลังถูกเหยียด (0/2252) 
20-11-2019 บทความหน้าสาม : 20 ปี 'ไทยทาวน์' ก้าวสำคัญที่เดิมพันอนาคตชุมชนไทยในลอส แอนเจลิส (3/954) 
20-11-2019 ดาราคู่กรณี’เควิน สเปซี่’ ประกาศหมั้นกับ’หนุ่มไทย’ (0/10085) 

แสดงความคิดเห็น

Name :
 
Detail :
 



  • ¤ÇÒÁ¤Ô´àËç¹·Õè : 1

คนที่บ่อยข่าวครับ ช่วยคิดถึงหัวอกคนอื่นหน่อยนะครับ ถ้าพวกคนที่อยู่ผิดกฏหมายเค้ามีช่องทางให้ตนเองถูก ผมเชื่อเค้าต้องทำแน่ๆ ไม่มีใครอยากอยู่ในสถานะภาพที่กฎหมายเรียกว่า "ผิดหรอกครับ" ช่วยๆรักและดูแลกันเถอะนะครับเพื่อนคนไทยร่วมชาติ ป.ล. ถึงไม่ได้อยู่เมืองไทยแต่รักและทำเคารพคนไทยทุกคนครับ

  • ¼ÙéÊè§: คนไทยรักกันเถอะครับ
  • 73.222.67.16 Jul 17, 2019 @08:47 PM
ฉบับที่
478
siamtownus newspaper






Hots Clip VDO ดูทั้งหมด

ขออภัยสัญญาณ VDO มีปัญหากำลังดำเนินการแก้ไข