อเมริกาและแคลิฟอร์เนีย
‘วุฒิ-แอมเนสตี้’โดดขวาง ทรัมป์ตั้ง’แฮสเปล’คุมซีไอเอ





แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : องค์การนิรโทษกรรมสากล สำนักงานยูเอส และวุฒิสภา ประสานเสียงไม่ต้อนรับ ว่าที่ผอ.ซีไอเอ คนใหม่ของ “ทรัมป์” จากประวัติโหด กรณีตั้งคุกลับในไทยทรมานนักโทษ อัลกออิดะห์ในปี 2002

สืบเนื่องจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศปลดนาย เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศเมื่อวันที่ 12 มีนาคม พร้อมกับแต่งตั้งให้นายไมค์ ปอมเปโอ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ (ซีไอเอ) เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศคนใหม่ และให้นางจีน่า แฮสเปล รองผอ.ซีไอเอ ขึ้นมาเป็นผอ.ซีไอเอ แทน นั้น ซึ่งจะเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว

คำสั่งแต่งตั้งนางแฮสเปล ผู้หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ให้ขึ้นมาดำรงตำแหน่ง ผอ. ซีไอเอ ของทรัมป์ ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง ทั้งนี้เพราะเธอมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตั้งคุกลับในประเทศไทย ในปี 2002 โดยใช้โค้ดลับ "Cat’s Eye" เพื่อคุมขังนักโทษของ ซีไอเอ ที่พัวพันกับการก่อการร้าย โดยเฉพาะกลุ่มอัลกออิดะห์

รายงานข่าวระบุว่า นางแฮสเปลให้การสนับสนุนการทรมานนักโทษในคุกลับดังกล่าวเพื่อให้คายความลับออกมา โดยวิธีซึ่งเป็นที่นิยมคือการทำ waterboarding โดยให้นักโทษนอนหงายบนกระดาน และผู้คุมจะเอาผ้าชุบน้ำวางบนหน้านักโทษ พร้อมกับเทน้ำลงบนหน้าอย่างต่อเนื่องให้ไหลเข้าสู่จมูกและปาก ซึ่งจะทำให้นักโทษอยู่ในสภาพเหมือนกับกำลังจมน้ำ โดย ซีไอเอ เชื่อว่าเมื่อนักโทษทนการทรมานด้วยวิธีนี้ไม่ไหว ก็จะยอมเปิดเผยความลับทุกอย่างที่ ซีไอเอ ต้องการ

ต่อมา ในปี 2005 นางแฮสเปลมีคำสั่งให้ทำลายวิดีเทปที่มีการบันทึกเหตุการณ์ทรมานนักโทษทั้งหมด

การแต่งตั้งนางแฮสเปลเป็นผอ.ซีไอเอ จำเป็นต้องได้รับการรับรองจากวุฒิสภาสหรัฐ และขณะนี้มีวุฒิสมาชิกจำนวนหนึ่งแสดงท่าทีคัดค้านการแต่งตั้งนางแฮสเปล เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตั้งคุกลับในไทยเพื่อทรมานนักโทษ โดยวุฒิสมาชิกเหล่านี้เตรียมซักถามนางแฮสเปลเกี่ยวกับการตั้งคุกลับดังกล่าวในการประชุมซึ่งจะจัดขึ้นเพื่อพิจารณาคุณสมบัติของนางแฮสเปล ซึ่งหากนางแฮสเปลไม่ได้รับการรับรองจากวุฒิสภา ก็จะส่งผลให้ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องเลือกบุคคลใหม่มาดำรงตำแหน่งผอ.ซีไอเอ.

ขณะเดียวกัน นางมาร์กาเรต หวง ผู้อำนวยการ องค์การนิรโทษกรรมสากล สำนักงานสหรัฐฯ แถลงว่าทั้งสองคน คือทั้ง ไมค์ ปอมเปโอ (ว่าที่รมว.ต่างประเทศ) และนางแฮสเปล ต่างมีประวัติด้านสิทธิมนุษยชนที่ย่ำแย่ ซึ่งควรได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดโดยวุฒิสภา ก่อนเข้ารับตำแหน่ง

"ปอมเปโอเคยให้เสียงสนับสนุนการสอบสวนโดยใช้เทคนิคการทรมาน เช่น waterboarding ยังมีรายงานว่า ฮาสเปลเคยกำกับดูแลคุกลับของ ซีไอเอ ในประเทศไทย ซึ่งมีผู้ถูกคุมขังตกเป็นเหยื่อการทรมานและการอุ้มหาย นอกจากนี้ เธอยังถูกต้องสงสัยว่าเป็นคนสั่งให้ทำลายหลักฐานเกี่ยวกับการทรมานที่อาจเข้าข่ายอาชญากรรมต่อมนุษยชาติภายใต้กฏหมายระหว่างประเทศด้วย” มาร์กาเรต หวง ระบุ

องค์การนิรโทษกรรมสากล ได้เรียกร้องให้ผู้ถูกเสนอชื่อเข้ารับตำแหน่งทั้งสองคนออกมาชี้แจง รวมถึงประกาศยุติท่าทีสนับสนุนการสอบสวนโดยวิธีทรมานโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ตลอดจนเรียกร้องให้วุฒิสภาสหรัฐฯ ตรวจสอบคุณสมบัติของทั้งคู่โดยละเอียดก่อนรับตำแหน่ง เพราะการทรมาน การสอบสวนในคุกลับ และการคุมขังอย่างไม่มีกำหนด เป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้

มาร์กาเรต หวง กล่าวปิดท้ายด้วยว่าการละเมิดสิทธิมนุษยชนในนามความมั่นคงของชาติเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และการไว้วางใจให้ปอมเปโอและแฮสเปล ซึ่งต่างไม่ให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชนในอดีต มาเข้ารับบทบาทสำคัญๆ เช่นนี้ถือเป็นความเสี่ยงของสังคมสหรัฐฯ อย่างยิ่ง.

 




นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส

แสดงความคิดเห็น

Name :
 
Detail :
 



ฉบับที่
393
siamtownus newspaper







Hots Clip VDO ดูทั้งหมด

ขออภัยสัญญาณ VDO มีปัญหากำลังดำเนินการแก้ไข