ข่าวคนไทยในอเมริกา
นักเคลื่อนไหวบ่นหนักใจ ’เกย์โชว์ก้น’อาจเจอคุก5ปี


ทราวิส และโจเซฟ ดาวิลว่า




นิโคล เมอร์เรย์-รามิเรซ




แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : สองคู่เกย์จากซานดิเอโก้ “โชว์ก้น” ในวัดอรุณฯ อาจไม่ได้กลับบ้านอีกนาน หลังเจอข้อหาหนัก ทั้งอนาจารและเหยียดหยามศาสนา ด้านนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิเกย์ในอเมริกาฟันธง ไม่ใช่เรื่องของการละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่เป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจของทั้งสองเอง แถมพฤติกรรม “ระรื่น” ระหว่างถูกคุมตัว อาจส่งผลร้ายให้ต้องนอนคุกยาวห้าปี


เรื่องราวของ โจเซฟ และทราวิส ดาซิลว่า คู่รักเกย์จากซานดิเอโก้ ซึ่งถูกจับกุมตัวที่สนามบินดอนเมือง เมื่อวันอังคารที่ 28 พฤศจิกายน 2017 ด้วยข้อหากระทำอนาจารต่อสาธารณชน เพราะถ่ายภาพไม่เหมาะสมในวัดอรุณราชวราราม และโพสต์ลงบนอินสตาแกรม (@traveling_butts) โดยข่าวได้อ้างคำกล่าวของโฆษกกองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองว่า ทั้งสองยอมรับว่าได้ทำการโพสต์ภาพที่ถ่ายโขว์ก้น ที่ถ่ายในวัดอรุณฯ จริง และว่าข้อหากระทำอนาจารต่อสาธารณะดังกล่าว ถือเป็นข้อหาอาญา มีโทษปรับสูงสุด 5,000 บาท หรือประมาณ 150 ดอลลาร์

แต่ต่อมา แอลเอไทมส์ ได้รายงานข่าวต่อเนื่องว่า ชาวอเมริกันทั้งสองถูกแจ้งข้อหากระทำอนาจารต่อสาธารณะเป็นข้อหาเบื้องต้นเท่านั้น โดยอ้างคำกล่าวของ พ.ต.อ.จารุภัทร ทองโกมล ผู้กำกับการสถานีตำรวจสน. บางกอกใหญ่ ที่บอกว่า โจเซฟ และทราวิส ดาซิลว่า ถูกตั้งข้อหาอาญาร้ายแรงอีกสองข้อหา คือโพสต์ภาพลามกอนาจาร เข้าข่ายความผิดตาม พรบ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดห้าปี ปรับสูงสุด 100,000 บาท (3,063 ดอลลาร์) และกระทำเหยียดหยามศาสนา อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 206 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-7 ปี หรือ ปรับตั้งแต่  2,000-14,000 บาท (61.26 ดอลลาร์ - 428.82 ดอลลาร์) หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในวัดอรุณฯ ซึ่งเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก แล้ว จากการสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า โจเซฟ และทราวิส ดาซิลว่า ยังมีพฤติกรรมแบบเดียวกันในสถานที่สำคัญทางศาสนาอื่นๆ อีก รวมถึงที่วัดไตรมิตรวิทยาราม สถานที่ประดิษฐานพระสุโขทัยไตรมิตร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย

ที่ผ่านมา โจเซฟ และทราวิส ดาซิลว่า ได้พยายามขอความช่วยเหลือจากองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนในอเมริกา รวมถึงองค์กรที่ทำงานเกี่ยวกับสิทธิและความเท่าเทียมของกลุ่ม แอลจีบีที ในซานดิเอโก้ ด้วย โดยข่าวระบุว่า ขณะนี้ เรื่องอยู่ที่ นิโคล เมอร์เรย์-รามิเรซ นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิของกลุ่ม แอลจีบีที ที่มีชื่อเสียงของซานดิเอโก้ ผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมาธิการด้านสิทธิมนุษยชน (human rights commissioner) ของเมืองซานดิเอโก้ ด้วย

โดยข่าวจากเว็บไซต์ของ San Diego Gay and Lesbian News รายงานเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ นิโคล เมอร์เรย์-รามิเรซ ได้หารือกับนักการเมืองอเมริกัน เพื่อหาทางช่วยเหลือชาวอเมริกันทั้งสองแล้ว

“แม้ว่าผมจะผิดหวังกับพฤติกรรมของพวกเขาก็ตาม แต่ผมก็คุยกับเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลอเมริกัน เพื่อดูว่าเราสามารถช่วยเหลืออะไรเขาได้บ้าง”

และล่าสุด San Diego Gay and Lesbian News ได้นำเสนอบทสัมภาษณ์ นิโคล เมอร์เรย์-รามิเรซ อีกครั้ง โดยครั้งนี้ นักเคลื่อนไหวคนดัง บอกว่าค่อนข้างหนักใจ เพราะระบบศาลของประเทศไทย ไม่ใช่ระบบลูกขุน แต่เป็นระบบคณะผู้พิพากษาสามคน

โดย รามิเรซ ซึ่งอ้างว่าได้ข้อมูลจากนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิของเกย์ในประเทศไทย (ไม่เปิดเผยนาม) บอกว่าระบบยุติธรรมของไทยนั้น ผู้ต้องหาอาจเข้าสู่กระบวนการพิจารณาโดยไม่มีทนาย “ถ้าสามารถหาทนายเองได้ก็ดี แต่จะไม่มีการจัดหาทนายความให้ ซึ่งพวกเขาอาจจะต้องขึ้นศาลโดยไม่มีทนายก็เป็นได้”

นอกจากนี้ รามิเรซยังบอกด้วยว่าการต่อรอง (โดยการยอมสารภาพผิด) ซึ่งไม่ค่อยเกิดขึ้นในเมืองไทย ไม่น่าจะถูกนำมาใช้ได้ในกรณีนี้ เพราะเรื่องราวที่เกิดขึ้นกลายเป็นประเด็นระดับนานาชาติไปแล้ว

แต่สิ่งที่นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิของเกย์และเลสเบี้ยนจากซานดิเอโก้ เป็นห่วงที่สุดคือ “ท่าที” ของคู่เกย์ทั้งสองเอง โดยเขาบอกว่าวัฒนธรรมไทย รวมถึงระบบยุติธรรมของไทยนั้น จะให้ความรู้สึกที่ดีกับผู้ต้องหาที่แสดงให้เห็นว่ารู้สึกสำนึกผิด ซึ่งคู่เกย์อเมริกันทั้งสอง ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าเสียใจใดๆ เลยจากภาพถ่ายที่พวกเขาถ่ายกันเองระหว่างถูกจับกุม

“จากภาพถ่ายของพวกเขา กำลังยิ้มและมีความสุข ซึ่งแน่นอนว่ามันสร้างความเสียหาย มันแทบจะกลายเป็นหลักฐานของศาลที่จะใช้เอาผิดพวกเขาได้ เพราะระบบยุติธรรมและรัฐบาลไทยจะต้องพบภาพเหล่านั้น จากโซเชียลมีเดียของพวกเขาแน่ๆ”

นิโคล เมอร์เรย์-รามิเรซ นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิของเกย์ที่ทำงานด้านนี้มานานกว่า 40 ปี จนได้สมญานามว่า Empress Nicole the Great และ The Queen Mother กล่าวด้วยว่า จนถึงขณะนี้เขาหวังแค่เพียงว่า โจเซฟ และทราวิส ดาซิลว่า จะได้รับการพิจารณาตามกระบวนการกฎหมายที่ยุติธรรมเท่านั้น

“พูดตรงๆ คือเราเป็นห่วงว่าเขาจะได้รับโทษจำคุกหลายปี แต่ขณะเดียวกัน สองคนนี้ก็ได้สร้างภาพพจน์เลวร้าย ทำให้ผู้คนเกิดความรู้สึกไม่ดีกับนักท่องเที่ยวอเมริกัน เรื่องนี้กลายเป็นคดีที่ยุ่งยากและเป็นคดีระดับนานาชาติ ซึ่งไม่เป็นผลดีกับพวกเขาทั้งสองเลย”

แม้จะยอมรับว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่ นิโคล เมอเรย์-รามิเรซ บอกว่าเขาจะพยายามทุกวิถีทาง เพื่อช่วยเหลือชาวอเมริกันทั้งสอง ให้ได้รับความเป็นธรรมในเรื่องนี้อย่างสุดความสามารถต่อไป

ทั้งนี้ ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เรื่องนี้ได้กลายเป็นที่สนใจของสื่อมวลชนหลากหลายสาขาในสหรัฐฯ รวมถึงสื่อของกลุ่มเกย์และเลสเบี้ยน ที่มีอยู่มากมายในอเมริกาด้วย โดยส่วนใหญ่แสดงความคิดเห็นคล้ายๆ กันว่าพฤติกรรมของคู่รักเกย์ดังกล่าว คือพฤติกรรมที่น่ารังเกียจ ไม่เหมาะสม เป็นการไม่เคารพสถานที่ ศาสนา และประชาชนเจ้าของประเทศ แต่ขณะเดียวกัน ส่วนใหญ่ก็แสดงความห่วงใยว่าคู่รักเกย์ทั้งสองคนจะได้รับบทลงโทษที่ “มากเกินไป” เพราะข่าวบางกระแสบอกว่าทั้งสองอาจรับโทษจำคุกในประเทศไทยนานถึงสิบปี

“เรื่องน้ีไม่เกี่ยวอะไรกับการที่พวกเขาเป็นเกย์ แต่เกี่ยวเต็มที่กับการที่เขาทำเรื่องน่าอายในวัดศักดิ์สิทธิ์ หวังว่าพวกเขาจะติดคุกสักพัก” เจฟฟ์ ลีโบว์สกี้ นักเคลื่อนไหวเกี่ยวกับสิทธิ์ของเกย์ ทวิตข้อความดังกล่าว

ขณะที่เว็บไซต์ของนิตยสาร Edvocate ซึ่งเป็นนิตยสารชื่อดังของกลุ่มเกย์และเลสเบี้ยน ได้นำเสนอบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม โดยคอลัมนิสต์ อแมนด้า เคอร์ แสดงความเห็นว่า เหตุการณ์อันน่าอับอายที่เกิดขึ้นอาจจะมาจากแนวคิดแบบเอาตัวเองเป็นใหญ่ ไม่ให้เกียรติผู้อื่น แบบที่เรียกว่า “อั๊กลี่ อเมริกัน” ก็ได้

“ประเทศไทย ถือว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่เป็นมิตรกับกลุ่ม แอลจีบีทีคิว มากที่สุดในโลก ซึ่งความคิดแบบนี้อาจจะทำให้ ทราวิส และโจเซฟ ดาวิลว่า คิดเอาเองสามารถมีพฤติกรรมเช่นนั้นได้ หรืออาจจะเป็นแค่พฤติกรรมแบบ อักลี่ อเมริกัน ทั่วไป” อแมนด้า เคอร์ ระบุ

ท้ายบทความ อแมนด้า เคอร์ สรุปว่าเธอไม่เห็นด้วยหาก โจเซฟ และทราวิส ดาซิลว่า จะต้องติดคุกในประเทศไทยนานหลายปี แต่จะเห็นด้วยอย่างหากหากประเทศไทยจะ “แบน” ไม่ให้ทั้งสองเข้าประเทศอีกต่อไป โดยให้เหตุผลว่าการลงโทษ และความอับอายในฐานะนักท่องเที่ยวอเมริกัน จะเป็นสัญญาณเตือน (wake-up call) สำหรับชาวอเมริกันทั่วไปที่มีพฤติกรรมเข้าข่าย “อั๊กลี่ อเมริกัน” ให้ “คิดใหม่” เกี่ยวกับประเทศอื่นๆ ด้วย.



 



 




นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส
13-12-2017 บทความหน้าสาม : เราจะช่วยเหยื่อพระเพลิงแคลิฟอร์เนียได้อย่างไร (0/491) 
13-12-2017 ‘แม่ไทย’ถูกเวลส์ไม่ให้วีซ่า อดฉลองคริสต์มาสกับลูก (0/4662) 
13-12-2017 ภาพฝาผนังสไตล์ไทย โผล่กลางเมืองเดนเวอร์ (0/592) 
13-12-2017 สามสุดยอด’มวยไทย’ เรียงหน้าชกที่อเมริกาต้นปีหน้า (0/400) 
12-12-2017 สถานทูตโชว์ความเป็นไทย งาน’กาลาหอการค้าเอเชีย’ (0/224) 

แสดงความคิดเห็น

Name :
 
Detail :
 



  • ¤ÇÒÁ¤Ô´àËç¹·Õè : 1

ควร​ให้ติด​คุก​รับโทษ​สูงสุด​และห้ามเข้าประเทศ​ไทย​ตลอดชีวิต

  • ¼ÙéÊè§: ไพโรจน์​ ไชย​สิทธิ์​
  • 166.137.246.97 Dec 09, 2017 @05:14 PM
ฉบับที่
375
siamtownus newspaper







Hots Clip VDO ดูทั้งหมด

ขออภัยสัญญาณ VDO มีปัญหากำลังดำเนินการแก้ไข