ข่าวคนไทยในอเมริกา
บทความหน้าสาม : เหตผลที่ต้องไปชมผลงานของ เอ็ดการ์ เดอกาส์ ที่นอร์ตันไซม่อน














โดย : แต้เจี้ยนหมิง

พิพิธภัณฑ์ศิลปะ นอร์ตัน ไซม่อน ในพาซาดีน่า กำลังจัดนิทรรศการศิลปะเพื่อเป็นเกียรติแก่ เอ็ดการ์ เดอกาส์ (Edgar Degas) ศิลปินอิมเพรชชันนิสม์ (Impressionism) ชื่อก้องโลก ในโอกาสครบร้อยปีวันเสียชีวิตของเขา โดยใช้ชื่อนิทรรศการผลงานศิลปะครั้งนี้ว่า ‘Taking Shape: Degas as Sculptor’

กลายเป็น “เรื่องใหญ่” ของวงการศิลปะโลก โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบผลงานของ เดอกาส์ ศิลปินฝรั่งเศสที่โดดเด่นทั้งงานประติมากรรม เพ้นติ้ง และภาพลายเส้น (ดรอว์อิ่ง) ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะแม้จะเคยเห็นผลงานของเขามาจนเจนตา เพราะแขวนให้ชมอยู่มากมายในนอร์ตัน ไซม่อน แล้วก็ตาม แต่นิทรรศการผลงาน ‘Taking Shape: Degas as Sculptor’ ครั้งนี้มี “ความพิเศษ” อยู่หลายอย่างด้วยกัน

1 เป็นนิทรรศการที่นำผลงานประติมากรรมสัมฤทธิ์อันลือชื่อของเดอกาส์ มารวมเอาไว้ครบชุด แบบที่เรียกว่า complete collection เป็นครั้งแรก

ถือเป็นนิทรรศการผลงานของ เอ็ดการ์ เดอการ์ ครั้งแรก ที่สามารถเอาเอาประติมากรรมหล่อสัมฤทธิ์ของเขามาจัดแสดงได้ครบทั้ง 72 ชิ้นในเวลาเดียวกัน โดยประติมากรรมที่หล่อมาจากงานปั้นด้วยขี้ผึ้งและดินเหนียวของเดอกาส์ เหล่านี้ ว่ากันว่าสามารถที่จะ “เปลี่ยน” ความเข้าใจของเรา ต่อผลงานศิลปะของเดอกาส์ และเห็นภาพความเป็น “ประติมากร” ของเขาได้อย่างชัดเจนมากขึ้น เพราะผลงานประติมากรรมเหล่านี้ นอกจากจะเผยให้เห็นถึงแนวคิดในการทำงานศิลปะ ความทุ่มเทให้กับงานปั้นของเขาต่อเนื่องเป็นเวลานานกว่าห้าทศวรรษแล้ว ยังแสดงให้เห็นชัดเจนว่าเขาใช้งานประติมากรรม เป็นศูนย์การในการเข้าใจถึงรูปทรง (form) ท่วงท่าและการเคลื่อนไหว และนำมาใช้กับงานศิลปะประเภทอื่นๆ ของเขาด้วย

2 เป็นประติมากรรม “ต้นแบบ” ของเดอกาส์

ผลงานประติมากรรมสัมฤทธิ์ของ เดอกาส์ ในนิทรรศการ ‘Taking Shape: Degas as Sculptor’ ทุกชิ้นในนิทรรศการนี้ หล่อจากผลงานที่เดอกาส์ปั้นด้วยขี้ผึ้ง หรือดินเหนียวโดยตรง จึงถือเป็นต้นแบบของประติมากรรมของเดอกาส์ อีกหลายซีรีย์ ซึ่งกระจายอยู่ตามพิพิธภัณฑ์ดังๆ ทั่วโลก

ประติมากรรมที่ถือเป็นต้นแบบเหล่านี้ ค้นพบหลังจากที่ นอร์ตัน ไซม่อน มหาเศรษฐีนักสะสมผลงานศิลปะชาวอเมริกัน ซื้อมาเมื่อปี 1977 หรือเมื่อหนึ่งร้อยปีที่แล้ว โดยไม่ทราบว่าเป็นประติมากรรมต้นแบบ ที่หล่อจากงานปั้นของเดอกาส์ โดยตรง เพราะทุกชิ้นหุ้มมิดชิดด้วยขี้ผึ้ง

3 มีให้ชมมากกว่าประติมากรรม

เพื่อให้นิทรรศการผลงานประติมากรรมของ เดอการ์ สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ทางนอร์ตัน ไซม่อน ได้จัดแสดงเคียงคู่ไปกับภาพจิตกรรม (painting) และผลงานที่เขียนด้วยสีชอล์ก (Pastel) ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า เขามีความชำนาญชนิดหาตัวจับได้ยาก

โดยการจับคู่ผลงานศิลปะสองแขนงเช่นนี้ ทางพิพิธภัณฑ์ต้องการแสดงให้เห็นถึงวิธีการเปลี่ยนแปลง “ธีม” ของเขาระหว่างผลงานสอง และสามมิติ เช่นจะเห็นได้ชัดเจนว่าในบางครั้ง เดอกาส์ จะใช้ผลงานปั้นของตัวเอง เป็นแบบสำหรับเพนท์ หรือวาดภาพลายเส้น แทนการใช้นายแบบ หรือนางแบบที่มีชีวิต และในบางกรณี เอ็ดการ์ เดอกาส์ จะกลับมาทบทวนและแก้ไขงานปั้นของเขา หลังจากใช้มันเป็นต้นแบบภาพเขียนหรือภาพลายเส้นเสร็จแล้วด้วย

ทั้งนี้เพราะเดอกาส์ ก็มีชะตาชีวิตไม่แตกต่างไปจากศิลปินผู้ยิ่งใหญ่คนอื่นๆ ที่เริ่มมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก และได้รับการยกย่องอย่างสูง ภายหลังจากที่เขาเสียชีวิตไปแล้วในวันที่ 27 กันยายน 1917 ดังนั้นผลงานของเขาเกือบทั้งหมดจึงอยู่ในสตูดิโอตลอดเวลา ผลงานเก่าๆ จึงมีอิทธิพลกับงานที่สร้างขึ้นในปี หรือสิบปีให้หลังเสมอ

4 ยังมีผลงานของ เดอกาส์ ที่โลกยังไม่รู้จักอีกหลายชิ้น

ด้วยความที่พิพิธภัณฑ์นอร์ตัน ไซม่อน เป็นแหล่งรวมผลงานศิลปะของ เอ็ดการ์ เดอกาส์ ที่สมบูรณ์ที่สุดในโลก นิทรรศการ ‘Taking Shape: Degas as Sculptor’ ครั้งนี้จึงมีการนำเอาผลงานที่ยังไม่เป็นที่รู้จักของเขาออกมาจัดแสดงหลายชิ้น รวมถึงผลงาน “ก็อปปี้” ภาพ The Rape of the Sabines อันเป็นภาพเขียนยุคศตวรรษที่ 17 อันโด่งดังของศิลปินฝรั่งเศส นีกอลา ปูแซ็ง (Nicolas Poussin) ด้วย โดยภาพเขียนชิ้นนี้ เดอกาส์ วาดขึ้นตอนอายุ 18 ปี โดยคัดลอกจากภาพต้นแบบที่แขวนอยู่ในพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์

ซึ่งภาพเขียนชิ้นนี้ ทางพิพิธภัณฑ์บอกว่าจะเป็น “จุดเปรียบเทียบ” อันแสนวิเศษกับผลงานศิลปะของ เดอกาส์ในยุคหลัง

เพราะในช่วงเริ่มต้นนั้น เดอกาส์ ต้องการเป็นจิตรกรประวัติศาสตร์ เขียนภาพจากเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์คลาสสิก ประวัติศาสตร์คริสต์ศาสนา ตำนานเทพเจ้า ฯลฯ ก่อนจะเปลี่ยนตัวเองในวัยประมาณสามสิบเศษๆ โดยการนำความรู้ทางจิตรกรรมประวัติศาสตร์มาผสมกับการวาดภาพร่วมสมัย

หากท่านผู้อ่าน โดยเฉพาะพวกเราที่อาศัยอยู่ในลอส แอนเจลิส สนใจจะไปชมนิทรรศการศิลปะ ‘Taking Shape: Degas as Sculptor’ ครั้งนี้ล่ะก็ อ่านข้อมูลต่อไปนี้ได้เลย

เปิดแสดงตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2017 จนถึงวันที่ 19 เมษายน 2018
ทุกวันจันทร์-พุธ และพฤหัสฯ ระหว่าง 12.00 น. ถึง 17.00 น.
ทุกวันศุกร์ และเสาร์ ระหว่าง 11.00 น. ถึง 20.00 น.
และวันอาทิตย์ ระหว่างเวลา 11.00 น.-17.00 น.
ส่วนวันหยุดฮอลิเดย์ต่างๆ จะเปิดให้ชมระหว่างเวลา 11.00 น. ถึง 17.00 น. แต่จะปิดในวันขอบคุณพระเจ้า, คริสต์มาส และวันปีใหม่

ราคาบัตรเข้าชม 12 ดอลาร์สำหรับผู้ใหญ่, 9 ดอลลาร์สำหรับซีเนียร์ และให้ชมฟรีสำหรับเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี และทหาร (ที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่) นอกจากนี้ จะเปิดให้ชมฟรีระหว่างเวา 17.00 น. - 20.00 น. ในทุกวันศุกร์แรกของเดือนอีกด้วย

โดยพิพิธภัณฑ์นอร์ตัน ไซม่อน ตั้งอยู่ที่ 411 W. Colorado Blvd., Pasadena. ข้อมูลเพิ่มเติม สอบถามที่ 626-449-6840 และเว็บไซต์ www.nortonsimon.org.

 




นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส
13-12-2017 บทความหน้าสาม : เราจะช่วยเหยื่อพระเพลิงแคลิฟอร์เนียได้อย่างไร (0/469) 
13-12-2017 ‘แม่ไทย’ถูกเวลส์ไม่ให้วีซ่า อดฉลองคริสต์มาสกับลูก (0/4525) 
13-12-2017 ภาพฝาผนังสไตล์ไทย โผล่กลางเมืองเดนเวอร์ (0/531) 
13-12-2017 สามสุดยอด’มวยไทย’ เรียงหน้าชกที่อเมริกาต้นปีหน้า (0/281) 
12-12-2017 สถานทูตโชว์ความเป็นไทย งาน’กาลาหอการค้าเอเชีย’ (0/219) 

แสดงความคิดเห็น

Name :
 
Detail :
 



ฉบับที่
375
siamtownus newspaper







Hots Clip VDO ดูทั้งหมด

ขออภัยสัญญาณ VDO มีปัญหากำลังดำเนินการแก้ไข