อเมริกาและแคลิฟอร์เนีย
คุม’ลาทูน่าไฟร์’ได้แล้ว หลังผลาญต่อเนื่อง4วัน

แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : เผย “ลาทูน่าไฟร์” เกือบลบสถิติทำลายพื้นที่กว้างที่สุดในประวัติศาสตร์เมืองแอลเอ หลังกลืนกินพื้นที่บนเขา เวอร์ดูโก้ กว่า 7,000 เอเคอร์ ก่อนสภาพอากาศเป็นใจให้เจ้าหน้าที่คุมเพลิงได้ แต่ควันและเถ้าที่คละคลุ้งคลุมฟ้า จะทำให้อากาศ “ไม่เฮลท์ตี้” ไปอีกนาน

ไฟป่าครั้งใหญ่ของลอส แอนเจลิส ที่เรียกว่า “ลาทูน่า ไฟร์” เริ่มขึ้นเมื่อบ่ายวันศุกร์ที่ 1 กันยายน ซึ่งเป็นช่วงที่เมืองลอส แอนเจลิส กำลังระอุด้วยคลื่นความร้อน (ฮีทเวฟ) ที่พัดผ่าน ทำให้อุณหภูมิเกือบทุกพื้นที่สูงกว่าร้อยองศา เปลวไฟได้ลุกลามอย่างรวดเร็ว เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ต้องปิดฟรีเวย์ 210 ช่วงผ่าน ซันแลนด์-ทูฮังก้า เป็นเวลาถึงสามวัน เพราะกระแสลมที่แปรปรวน ทำให้เปลวไฟลุกลามแบบไร้การควบคุมไปทุกทิศ

“เราลงมืออย่างรวดเร็วและทำทุกอย่างเท่าที่เราทำได้ ซึ่งเราภูมิใจที่จะบอกว่า จากบ้านในพื้นที่เสี่ยงทั้งหมดเกือบ 1,400 หลังนั้น มีเพียงห้าหลังเท่านั้นที่ถูกเผาผาญไป และวันนี้ (ค่ำวันที่ 5 กันยายน) เราสามารถคุมไฟได้มากขึ้น จาก 30 เปอร์เซ็นต์ เป็น 70 เปอร์เซ็นต์แล้ว” กัปตัน อีริค สก็อตต์ แห่งสำนักงานดับเพลิงของเทศบาลเมืองแอลเอ กล่าว และว่าได้ทำการเปิดฟรีเวย์ 210 ให้มีการสัญจรตามปกติ เมื่อสายวันจันทร์ที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา

โดยไฟป่า ลาทูน่า ไฟร์ ได้เผาผลาญพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทุ่งหญ้า และพุ่มไม้ขนาดกลางบนภูเขาเวอร์ดูโก้ มากถึง 7,194 เอเคอร์ และในช่วงที่ไฟกำลังลุกอย่างหนักนั้น ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการอพยพประชาชนมากกว่า 700 คนออกจากพื้นที่ ก่อนที่คำสั่งให้อพยพจะถูกยกเลิกในวันจันทร์ที่ 4 กันยายน

ข่าวบอกว่าขณะนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุถึงต้นเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้ แต่เชื่อว่าต้นเพลิงไม่ได้มาจากการวางเพลิง และว่ารัฐแคลิฟอร์เนีย ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน (State of Emergency) เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 กันยายน เพื่อให้หน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ สามารถลดขั้นตอนในการทำให้ความช่วยเหลือแก่ผู้เดือดร้อน อีกทั้งสามารถทำเรื่องขอเงินสนับสนุนจากส่วนกลางได้ง่ายขึ้นด้วย

อีริค การ์เซ็ตติ นายกเทศมนตรี ของนครลอส แอนเจลิส บรรยายเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ เป็นไฟป่าครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เมืองลอส แอนเจลิส ในแง่พื้นที่ความเสียหาย ซึ่งต่อมา คำกล่าวดังกล่าวได้รับการถูกล้มล้างจากสำนักงานดับเพลิงของเมืองแอลเอ โดยหัวหน้าหน่วยดับเพลิง ราล์ฟ เทอร์ราซาส บอกว่า ไฟป่าครั้งใหญ่ที่สุดของเมืองแอลเอ คือ เบล-แอร์ ไฟร์ เมื่อปี 1961 เผาผลาญพื้นที่มากถึง 16,090 เอเคอร์ รวมถึงทำลายอาคารบ้านเรือนในย่านเบลแอร์ไปกว่า 484 หลัง

ข่าวบอกว่า แม้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะสามารถคุมเพลิง ลาทูน่า ไฟร์ ได้แล้วก็ตาม แต่อันตรายจากควันและเถ้าถ่านจากเพลิงป่าครั้งใหญ่ครั้งนี้ ส่งผลให้สภาพอากาศในบางพื้นที่ เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

โดยองค์กรตรวจสอบสภาพอากาศ (The South Coast Air Quality Management District) แถลงเมื่อวันที่ 2 กันยายนว่า ให้ประชาชนในซีกตะวันออกของ ซานเฟอร์นานโด้ แวลเล่ย์, เบอร์แบงก์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ถูกปกคลุมด้วยเถ้าถ่านจนขาวโพลนไปทั้งเมือง รวมถึงย่านซานเกเบรียล แวลเล่ย์ และซานเกเบรียล เมาเท่นส์ ระวังรักษาสุขภาพเป็นพิเศษ เช่นใช้เวลาอยู่นอกบ้านให้น้อยลง เพราะเป็นพื้นที่ที่ถูกปกคลุมด้วยควัน และเถ้าถ่านจากไฟป่าครั้งนี้รุนแรงที่สุด.



























 




นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส
19-07-2018 อเมริกันรุมประณาม ‘ทรัมป์’คุยหวาน’ปูติน’ (0/738) 
19-07-2018 เปิดโผสิบรัฐในอเมริกา คุณภาพชีวิตย่ำแย่ที่สุด (0/117) 
18-07-2018 อียูสั่งปรับกูเกิล5พันล้าน ผูกขาดตลาดแอนดรอยด์ (0/875) 
11-07-2018 “อีลอน มัสก์” ถอดรหัสความสำเร็จของชายผู้อยู่เหนือคำว่าอัจฉริยะ (0/658) 
04-07-2018 แอลเอเคาน์ตี้จ้างทนายอีกสี่ ช่วย’อิมมิแกรนท์’เดือดร้อน (0/1229) 

แสดงความคิดเห็น

Name :
 
Detail :
 



ฉบับที่
406
siamtownus newspaper







Hots Clip VDO ดูทั้งหมด

ขออภัยสัญญาณ VDO มีปัญหากำลังดำเนินการแก้ไข