ข่าวคนไทยในอเมริกา
รายงานหน้าหนึ่ง : ไอเลิฟยู “อีริค การ์เซ็ตติ”


อีริค การ์เซ็ตติ นายกเทศมนตรีเมืองลอส แอนเจลิส




เพราะว่า อีริค การ์เซ็ตติ นายกเทศมนตรีของเมืองแอลเอ ท่าน “ไลฟ์” ผ่านเฟสบุ๊กของท่านออกมา เราจึงได้ฟังการแถลงแผนงานประจำปี ที่เรียกกันว่า State of the City ต่อสภาเมืองแอลเอ เมื่อวันพฤหัสฯ ที่ 20 เมษายน แบบไม่ได้ตั้งใจ

ฟังแล้วก็ชอบใจในความเป็นผู้นำของท่าน เพราะนอกเหนือจากการโอ่ถึงผลงาน และความสำเร็จที่ผ่านมาและกำลังเป็นไปแล้ว ท่านยังยอมรับว่าเมืองแอลเอ อันเป็นที่รักของเรายังต้อง “ทำอะไร” อีกเยอะแยะมากมาย โดยเฉพาะในช่วงที่ “ส่วนหนึ่ง” ของพวกเราที่นี่ กำลังอยู่ในสภาพที่ “เปราะบาง” อย่างยิ่ง...

นายกเทศมนตรี ที่เพิ่งชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ให้เข้ามาทำงานเป็นสมัยสอง เริ่มต้นแถลงการณ์โดยพูดถึงความสำเร็จ และความเปลี่ยนแปลงของเมืองแอลเอในทิศทางที่ดีขึ้นในช่วงที่ผ่านมา เช่นการปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำในเขตเมืองแอลเอ เป็น 15 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง, การลดภาษีการค้า (business tax) และลดอัตราคนว่างงานลงเหลือเพียงครึ่งเดียว มีการซ่อมแซมถนนหนทางในเมืองแอลเอ ได้มากกว่าที่เคยมีมา รวมถึงการ “เริ่มต้น” ซ่อมไซด์วอล์ค ที่พิกลพิการเพราะรากไม้ชอนไช เรื่อยไปจนถึงการเก็บขยะ ออกจากถนนหนทางได้มากกว่าที่เคยทำได้ในอดีต...

การพูดถึงผลงานทั้งหลายทั้งปวงที่ว่ามานั้น ท่านเริ่มต้นด้วยประโยคว่า “Together we...” คือเผื่อแผ่เครดิตให้กับชาวเมืองแอลเอ ทุกคน...  แบบว่าน่ารักอ่ะ...

ในช่วงเช้าวันเดียวกัน คือก่อนหน้าที่จะ อีริค การ์เซ็ตติ จะแถลงแผนงานต่อสภาเมืองเพียงไม่กี่ชั่วโมง ท่านได้เสนอแผนงบประมาณบริหารเมืองแอลเอ ประจำปี 2017-18 มูลค่า 92 พันล้านดอลลาร์ กับสื่อมวลชน โดยบอกว่าจะใช้งบประมาณก้อนโตไปกับการทำงานเร่งด่วนสองอย่าง อย่างแรกคือจัดสรรงบประมาณ 178 ล้านดอลลาร์กับการแก้ไขปัญหาโฮมเลส ถือว่าเพิ่มขึ้นเยอะทีเดียวจากงบของปีที่แล้ว (138 ล้าน) กับก้อนที่สอง คืองบประมาณสำหรับสร้างหรือสนับสนุนการสร้างที่พักสำหรับผู้มีรายได้น้อย (affordable housing) อีกร่วมๆ 200 ล้านดอลลาร์

โดยในส่วนของการสร้างที่พักของผู้มีรายได้น้อยนี้ นายกเทศมนตรี ได้ขอร้องผ่านไปถึงบรรดาสมาชิกสภาเมืองด้วยว่า ให้ยกมือสนับสนุนข้อเสนอของท่านเรื่องเก็บค่าธรรมเนียมที่เรียกว่า linkage fee กับโครงการอสังหาริมทรัพย์ ทั้งที่เป็นธุรกิจ (commercial) และที่พักอาศัยต่างๆ (ที่สร้างเพื่อจำหน่ายหรือให้เช่าในราคาตลาดปกติ) เพื่อนำรายได้ที่เชื่อว่าสูงถึงปีละ 100 ล้านดอลลาร์ มาบวกกับงบประมาณของเทศบาล ซึ่งจะทำให้เมืองแอลเอ มีเงินสำหรับสร้างหรือสนับสนุนการก่อสร้างที่พักสำหรับผู้มีรายได้น้อย ถึงปีละประมาณ 300 ล้านดอลลาร์

ปัญหาโฮมเลส มองได้ว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดของเมืองแอลเอ ในช่วงปีที่ผ่านมา โดยอีริค การ์เซ็ตติ บอกว่าเป็นประเด็นที่เขาให้ความสนใจ และใช้เวลากับมันมากที่สุด เพราะเขาเชื่อว่าเป็น “ประเด็นศีลธรรม” ของคนยุคปัจจุบัน

“ผมโมโหมาก เมื่อต้องเห็นคนแอลเอ ไม่มีที่หลบฝนอันเย็นยะเยือก และตกใจมากเมื่อต้องเห็นคนที่เคยสวมใส่ยูนิฟอร์มของชาติ ยืนขอเศษเงินอยู่ตามมุมถนน”

นายกเทศมนตรี ขอบคุณชาวแอลเอ ที่โหวต “เยส” มาตรา HHH เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพราะจะมีผลให้การสร้างบ้านพักถาวรของเหล่าโฮมเลส ทำได้ง่ายขึ้นในช่วงสองปีต่อจากนี้ โดยบอกว่าเขาขอบคุณชาวแอลเอ ที่เห็นพ้องกับเขาว่า ปัญหาเรื่องที่พักอาศัยของเมืองแอลเอ จะต้องได้รับการแก้ไขให้ได้โดยเร็ว ก่อนที่จะส่งผลกระทบต่อไปถึงเรื่องอื่น โดยเฉพาะอัตราการจ้างงานที่ (ท่านอ้างว่า) สูงสุดในประวัติศาสตร์ เพราะหากธุรกิจต่างๆ เห็นว่าเมืองแอลเอ มีค่าครองชีพสูงเกินกว่าจะรับได้ ก็อาจจะเปลี่ยนใจ เอาตำแหน่งงานไปใส่พานให้เมืองอื่นๆ ที่นักลงทุนเห็นว่าเป็น affordable city ได้

ในประเด็นคดีอาชญากรรมที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องตลอดสามปีที่ผ่านมานั้น อีริค การ์เซ็ตติ กล่าวว่าตัวเลขเริ่มจะลดลงบ้างแล้วในช่วงสามเดือนแรกของปีนี้ คือคดีอาชญากรรมทุกประเภท ลดลง 4 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยคดีฆาตกรรมลดมากสุด คือลดลงถึง 8 เปอร์เซ็นต์

แม้จะไม่ได้พูดถึงแผนการเพิ่มจำนวนตำรวจให้มากและสมดุลกับพื้นที่ แต่นายกเทศมนตรีก็บอกว่า เขาจะทำการเก็บปืนออกจากท้องถนนในเมืองแอลเอ ให้ได้ 20,000 กระบอกภายในห้าปีข้างหน้า ผ่านโครงการซื้อปืนคืน (buy-back program) ของเทศบาล...

ใครที่ไม่คุ้นกับโครงการ buy-back ดังกล่าว คงต้องอธิบายนิดนึงว่าไม่ใช้การ “ซื้อ” ด้วยเงินงบประมาณของเทศบาล แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนเอาปืนมาแลกคูปองของซูเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ ตั้งแต่ 50 ดอลลาร์จนถึง 200 ดอลลาร์ โดยตำรวจจะไม่สอบถามถึงประวัติความเป็นมาของปืนเหล่านั้นเลย... ซึ่งกิจกรรมแต่ละครั้ง สามารถเก็บปืน ทั้งมีและไม่มีทะเบียนออกจากท้องถนน ตั้งแต่ปืนโบราณ ไปจนถึงอาวุธสงครามร้ายแรง ได้หลายร้อยกระบอกทุกครั้ง

นอกจากนี้ การแถลงถึงแผนงานประจำปีของนายกเทศมตรี เมื่อวันพฤหัสฯ ยังมีการพูดถึงอีกหลายๆ ประเด็นที่น่าสนใจ เช่น

-เทศบาลเมืองแอลเอ จะติดตั้งเครื่องเตือนภัยแผ่นดินไหวให้ทั่วทุกมุมเมืองภายในสิ้นปี 2018

-เทศบาล จะส่งเจ้าหน้าที่ออกไปลบกราฟิตี้ ทันทีที่ได้รับแจ้ง ไม่แช่เอาไว้หลายวันเหมือนที่ผ่านมา

-เทศบาลจะเริ่มใช้โปรแกรมนำร่องว่าด้วยการลดต้นทุนการผลิตสื่อบันเทิงทางเว็บไซต์ (web-based entertainment productions) ซึ่งเป็นสื่อบันเทิงแนวใหม่ ที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น แต่เทศบาลยังไม่มีแผนงานมารองรับและสนับสนุน เหมือนอุตสาหกรรมภาพยนต์และโทรทัศน์

-มีการจัดสรรงบประมาณเข้าแผนที่เรียกว่า “วิชั่น ซีโร่” หรือแผนแก้ไขปัญหาจราจรติดขัดรุนแรง ถึง 17 ล้านดอลลาร์ เพิ่มจาก 3 ล้านดอลลาร์ของงบประมาณปีที่แล้ว

ฯลฯ

ตลอดเวลาที่นั่งดูถ่ายทอดสดการแถลงแผนงานประจำปีของนายกเทศมนตรี ออกมาจากซิตี้ฮอลล์ทางเฟสบุ๊กของท่านนั้น เรา (และผู้สนใจอีกเยอะแยะ) ตั้งตาคอยฟังว่า อีริค การ์เซ็ตติ จะพูดถึงประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าอย่างไร...

เพราะในความรู้สึกแล้ว สองคนนี้เป็นเหมือน “คู่กัด” ที่ไม่มีใครยอมใครในประเด็นผู้ลักลอบเข้าเมืองแบบผิดกฎหมาย ขนาดที่ประธานาธิบดีทรัมป์ เคย “ขู่” มาถึงอีริค การ์เซ็ตติ โดยตรงว่าจะตัดงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลกลาง (federal funding) ที่เมืองแอลเอ เคยได้รับมาใช้จ่ายเป็นสวัสดิการของผู้ด้อยโอกาส-ผู้มีรายได้น้อย และทำงานแก้ไขปัญหาโฮมเลส ฯลฯ หากแอลเอ ยังคงทำตัวเป็น “เมืองหลบภัย” หรือ sanctuary city ของเหล่าโรบินฮูด ที่ประเมินว่าทำมาหากินหรือร่ำเรียนอยู่ในเมืองนี้มากกว่าหนึ่งล้านคนต่อไป

ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะในปีสุดท้ายของประธานาธิบดี บารัก โอบาม่า นั้น เมืองแอลเอ ได้งบประมาณจากส่วนกลางมาใช้ประมาณ 500 ล้านดอลลาร์ หากเงินก้อนนี้หายไป งบประมาณเมืองแอลเอ ก็คงติดลบเพิ่มขึ้นมากมายมหาศาล

แต่ อีริค การ์เซ็ตติ ไม่กลัว พร้อมตอบโต้คำขู่ของประธานาธิบดีทรัมป์ว่า ยังไงเสียเมืองแอลเอ ก็จะไม่ยอมเปลี่ยนท่าทีที่มีต่อเหล่าโรบินฮูดตามแรงกดดันของรัฐบาลกลางอย่างเด็ดขาด และว่าหากมีการตัดงบประมาณสนับสนุนของรัฐบาลกลางจริงก็ถือเป็น “ความผิดพลาดใหญ่หลวง” ของทรัมป์เลยทีเดียว เพราะเท่ากับเป็นการสร้างความเดือดร้อนใหญ่หลวงให้กับประชาชนชาวอเมริกัน ทั้งทางด้านสังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคง...

“ผมหวังว่าเราจะแยกคุยเรื่องนี้ได้ และขอให้เป็นการคุยกันโดยไม่ต้องมีการข่มขู่ด้วย” นายกเทศมนตรีเมืองแอลเอ เคยโต้ประธานาธิบดีทรัมป์ ไปแบบนี้

แต่การปราศรัยกับกับสภาเมืองเมื่อวันพฤหัสฯ ที่ผ่านมา อีริค การ์เซ็ตติ ดูเหมือนจะไม่ให้ความสนใจกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ เลย ไม่ได้พูดถึงคำขู่เรื่องการตัดงบประมาณสนับสนุนที่หลายๆ คนคอยฟังด้วย

แต่คำพูดของเขาในประเด็นนี้ เรียกเสียงเฮ (หน้าจอคอมพิวเตอร์) จากเราไปได้เต็มๆ... เขาบอกว่า

“ในเวลาที่กรุงวอชิงตัน ดูเหมือนกำลังเสียหาย (broken) อยู่ในเวลานี้ มันคือเวลาที่ลอส แอนเจลิส ต้องก้าวออกมาเป็นผู้นำ เป็นต้นแบบของการบริหารแบบมีศีลธรรม และกล้าหาญ ในขณะที่คนอื่นพยายามทำให้เราแตกแยก เราต้องพยายามรวมตัวเข้าหากัน และขณะที่คนอื่นกำลังหมกมุ่นกับบุคคลที่ทรงพลังที่สุดของประเทศนี้ เราจะสร้างเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มคนที่เปราะบางที่สุด ที่อยู่หลังบ้านของเราเอง” นายกเทศมนตรี กล่าว...

แบบว่า “สุดยอดอ่ะ”...

แต่ท่าทีของนายกเทศมนตรีดังกล่าวนี้ ไม่ได้แปลว่าเทศบาลเมืองแอลเอ ไม่ได้ใส่ใจคำขู่ของทรัมป์ ซะเลยทีเดียว เพราะระหว่างการแถลงข่าวเรื่องแผนงบประมาณบริหารเมืองแอลเอ ประจำปี 2017-18 ในช่วงเช้าของวันเดียวกันนั้น พอล กรีโคเรียน สมาชิกสภาเมืองเขตสอง ในฐานะแชร์แมนของคณะกรรมาธิการงบประมาณและการเงินของสภาเมือง ได้แถลงชัดเจนว่า งบประมาณก้อนนี้จะ “ขาดดุล” มากขึ้นจากเดิม (224 ล้านดอลลาร์) อีกมหาศาลทันที หากเมืองแอลเอ ถูกทรัมป์ ตัดงบประมาณสนับสนุนจริงๆ

“ขณะนี้ยังไม่มีอะไรแน่นอน แต่เราก็ต้องเตรียมตัวรับมือเอาไว้บ้าง เพื่อที่ว่าบริการที่จำเป็นต่างๆ สำหรับชุมชน เช่นโปรแกรมการรักษาความปลอดภัยต่างๆ, อาหารสำหรับคนสูงอายุ, ความช่วยเหลือสำหรับเหยื่อเหตุการณ์รุนแรงในครอบครัว และบริการที่จำเป็นอื่นๆ จะไม่ได้รับผลกระทบหากมีการตัดงบประมาณสนับสนุนจากส่วนกลางจริง” สมาชิกสภาเมือง เขตวัดไทย นอร์ธ ฮอลลีวูด กล่าว

อีกเรื่องที่ อีริค การ์เซ็ตติ กล่าวในการแถลงแผนงานประจำปีครั้งนี้ ก็คือแผนเกี่ยวกับการดูแลความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ลดสภาวะโลกร้อน ที่โดนัลด์ ทรัมป์ บอกว่าเป็นเพียง “เรื่องลวงโลก” ที่ถูกกุขึ้นมาเพื่อชลอการเป็นผู้นำโลกอุตสาหกรรมของอเมริกาเท่านั้น...

“เมื่อทำเนียบขาว ถอนตัวจากความตกลงปารีส (the Paris Climate Agreement) เมืองแอลเอ จะเดินหน้าสู่เป้าหมายต่อไป นั่นคือสำนักงานประปาและไฟฟ้า จะเลิกใชถ่านหินอย่างสิ้นเชิงภายในปี 2025” นายกเทศมนตรีของเมืองแอลเอ กล่าวแบบเนิบๆ ตามสไตล์

ฟังเสร็จ เรารู้สึกภูมิใจชาวแอลเอ รวมถึงคนไทยจำนวนมาก ที่พร้อมใจกันสนับสนุนให้ “เพื่อนของชุมชนไทย” คนนี้ได้เข้าไปทำงานเป็นนายกเทศมนตรีของเมืองแอลเอ ต่อเนื่องมาเป็นสมัยที่สอง

อยากจะให้สนับสนุนกันต่อไป เพราะเส้นทางการเมืองของ “เฟรนส์ ออฟ ไทยแลนด์” คนนี้ทอดยาวไกลมาก...

ไม่ใช่แค่ทอดไปสู่ตำแหน่งผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่เห็นชัดเจนแล้วเท่านั้น แต่ฟังจากบทวิเคราะห์วิจารณ์ของสื่อมวลชนและผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคเดโมแครตแล้ว เห็นไปถึงโน่นเลย...

​ทำเนียบขาวโน่น...

 




นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส
17-08-2017 แม่ฝากบอก’มิม-กอล์ฟ’ อย่าห่วง-เข้าใจทุกอย่าง (0/1428)   
17-08-2017 ทะเบียนรถตกเหวให้ลาภ ถูกหวยทั้งไทย-อเมริกา (0/461)   
16-08-2017 รายงานหน้าหนึ่ง : เมื่อ เคเคเค ขอบคุณผู้นำสหรัฐฯ (0/94)   
15-08-2017 ชุมชนไทยรวมใจทำพิธี-ไว้อาลัยให้กอล์ฟ-มิน เข้าพบเจ้าหน้าที่เร่งช่วยกู้รถ (มีคลิป) (0/1209) 
10-08-2017 สัมภาษณ์พิเศษ : กงสุลใหญ่ฯ ธานี แสงรัตน์ กรณีความล่าช้าเก็บร่างนักศึกษาไทย (2/3638) 

แสดงความคิดเห็น

Name :
 
Detail :
 



ฉบับที่
358
siamtownus newspaper







Hots Clip VDO ดูทั้งหมด

ขออภัยสัญญาณ VDO มีปัญหากำลังดำเนินการแก้ไข