ข่าวเอ็นเตอร์เทน
โดย : พล อาภร
ต้อนรับออสก้าร์ ว่าด้วยเรื่องการ “ฟอกขาว” บทหนังจากเอเชีย


แมทท์ เดม่อน The Great Wall 




ทิลด้า สวินตั้น Dr. Strange




ฌอน คอนเนอรี่  You Only Live Twice




แคทเทอรีน แฮปเบิร์น Dragon Seed




มิกกี้ รูนีย์  Breakfast at Tiffany’s




เดวิด คาราดีน Kung Fu




วอร์เนอร์ โอแลนด์ Charlie Chan




โนอา ริงเกอร์  Avatar: The Last Airbender




สการ์เล็ตต์ โจแฮนสัน Ghost in the Shell




แอง ลี




มิโยชิ อูเมกิ ดาราออสก้าร์ (สนับสนุนหญิงยอดเยี่ยม) จากเรื่อง Sayonara




เดือนพฤษภาคม ปีที่แล้ว เหล่าดาราและเซเลบฯ ที่เป็นคนเอเชียในฮอลลีวูด พากันออกมาเคลื่อนไหวตามแคมเปญ #WhiteWashedOut เพื่อรณรงค์ให้ฮอลลีวูดเลิกใช้ดาราผิวขาวมารับบทที่เป็นของคนเอเชีย พร้อมๆ กับขอให้ดาราผิวขาวทั้งหลายรู้จักเซย์โน ไม่รับบทที่ควรเป็นของคนเอเชียด้วย

เป็นปฏิกิริยาต่อต้านที่เกิดขึ้นหลังจากผู้สร้าง Ghost in the Shell เลือก สการ์เล็ตต์ โจแฮนสัน มาเล่นบทนำ และผู้สร้าง Dr. Strange เลือก ทิลด้า สวินตัน มารับบท the Ancient One

ปกติแล้ว คำว่า White Washed นี้ ใช้เป็นคำดูถูกคนที่ลืม “กำพืด” ตัวเอง แล้วหันไปไหลหลงวัฒนธรรมอเมริกัน แต่ความหมายในแคมเปญนี้น่าจะแปลตรงตัว คือการนำบทของคนเอเชียมา “ฟอกขาว” หรือปรับเปลี่ยนให้เป็นบทของนักแสดงอเมริกันผิวขาวนั่นเอง

คอนสแตนซ์ วู ดาราหญิงจากซิดคอม Fresh Off the Boat ทวิตถึงแฟนๆ หลังจากเห็นตัวอย่างหนัง The Great Wall ของผู้กำกับ จางยี่โหมว (Hero, House of Flying Daggers) ที่เอา แมทท์ เดม่อน มารับบทเป็นฮีโร่ผู้ยืนตระหง่านสู้กับสัตว์ประหลาดอยู่บนกำแพงเมืองจีนว่า เราต้องหยุดแนวคิดเหยียดผิวคร่ำครึที่ว่า ‘มีเพียงคนขาวเท่านั้นที่จะพิทักษ์ปกป้องโลกได้’ ซะที

“เราชอบสีผิวของเรา วัฒนธรรมของเรา ความแข็งแกร่งของเรา และเรื่องราวของเรา... ฮอลลีวูด ควรจะเป็นแหล่งผลิตเรื่องราวที่ดีเยี่ยมไม่ใช่เหรอ... ทำสิ...” เธอว่าแรง

ส่วน เวียด ตรันห์ เหงียน นักเขียนระดับพูลิตเซอร์ บอกว่า หนัง The Great Wall คือภาพสะท้อนให้เห็นชัดเจนถึงความเป็นฮอลลีวูด ที่เมื่อไหร่ตัวละครผิวขาวต้องไปผจญภัยอยู่ในต่างแดนละก็ ตัวละครที่เป็นคนพื้นถิ่นจะมีค่าแค่ “ไซด์คิ๊ก” หรือไม่ก็ได้บทเป็นเหยื่อ ต้องให้ฮีโร่ผิวขาวไปช่วย หรือไม่ก็ไปมีเพศสัมพันธ์ด้วย... แค่นั้น

ไม่เพียงแต่ภาพยนตร์เท่านั้น วงการแฟชั่นก็เป็นแบบนี้  ล่าสุด นิตยสาร Vogue เอา คาร์ลี คลอสส์ นางแบบอเมริกันเชื้อสายเยอรมันผสมเดนิส มาแต่งเป็นเกอิชา ทั้งที่นางแบบเอเชียมีเกลื่อนเมือง.... งานนี้โว๊คถูกด่าเปิง ถึงขนาดต้องเอาแฟชั่นชุดนี้ออกจากเว็บไซต์ ขณะที่ตัวนางแบบแสนสวยก็ออกมาขอโทษชาวเอเชียที่มีส่วนร่วมในขบวนการ “ฟอกขาว” ครั้งนี้ด้วย...

ผลการศึกษาวิจัยของสถาบัน the Annenberg School for Communications and Journalism แห่งมหาวิทยาลัยรัฐแคลิฟอร์เนีย (UC) เมื่อปีที่แล้วพบว่า ในบรรดาภาพยนตร์และละครทีวีที่ผลิตออกมาทั้งหมดในปี 2016 นั้น มีเพียงไม่ถึงครึ่งที่มีบทแบบ speaking role ให้คนเอเชีย แถมเป็นบทแบบตัวประกอบเกือบทั้งหมดเสียด้วย

ที่ผ่านมา บรรดาผู้สร้างมักจะอ้างว่าบทภาพยนตร์ที่มี “ตัวนำ” เป็นคนเอเชียมีน้อย นักแสดงเอเชียก็เลยมีงานทำน้อยไปด้วย ซึ่งจะว่าไปก็เป็นข้ออ้างที่ฟังขึ้น แต่ที่ทำให้บรรดานักแสดงเอเชีย รวมถึงคนเอเชียโดยภาพรวมไม่พอใจอย่างมากก็คือ เมื่อไหร่ที่มีสร้างภาพยนตร์ที่มีตัวนำเป็นคนเอเชีย บรรดาผู้สร้างก็มักหาดาราผิวขาวมาเล่น บางทีก็มีการแก้บทให้ตัวละครเป็นคนขาวซะเลย แบบที่เรียกว่า whitewashing นั่นแหละ

ประเด็นของ The Great Wall, Ghost in the Shell และ Dr. Strange นั้น ถือเป็นปรากฎการณ์ “ฟอกขาว” ครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นเท่านั้น เพราะที่ผ่านมา มีปรากฎการณ์ที่ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์แบบนี้ เยอะมาก...

-1926
ปี 1926 น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของปรากฎการณ์ “ฟอกขาว” ในฮอลลีวูด เพราะเป็นปีที่หนัง Charlie Chan เรื่องแรกออกฉาย โดยเรื่องแรกที่ว่านี้มีดาราญี่ปุ่น จอร์จ คูวะ รับบทเป็นยอดนักสืบชาวจีนคนนี้ แต่ปรากฎว่าหนังไม่ทำเงิน จึงมีการเปลี่ยนเอาดาราอเมริกัน วอร์เนอร์ โอแลนด์ มาแต่งหน้าเป็นคนจีน ปรากฎว่า Charlie Chan เวอร์ชั่นนี้ประสบความสำเร็จสูงมาก ขนาดมีการสร้างภาคต่อมากกว่า 40 เรื่องทีเดียว
 
-1935
เป็นปีที่ มารี โอบีรอน ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสก้าร์ดารานำหญิง (จากเรื่อง The Dark Angel) ซึ่งอีกหลายปีต่อมา ถึงทราบกันว่าเธอคือดาราเชื้อสายเอเชียคนแรก (และคนเดียว) ที่ได้รับการเสนอชื่อชิงออสก้าร์จากหัวข้อนี้... เพราะขณะที่ยัง “แอ๊คทีฟ” อยู่ในฮอลลีวูดนั้น เธอปิดบังมิดชิดว่าเป็นลูกครึ่งอินเดีย เพราะเกรงว่าจะมีผลกับอาชีพการงานของเธอนั่นเอง

-1944
หนังเรื่อง Dragon Seed สร้างจากวรรณกรรมคลาสสิกของ เพิร์ล เอส บั๊ค ได้ซูเปอร์สตาร์ของยุค แคทเทอรีน แฮปเบิร์น มารับบทเป็น “เจด” หญิงจีนที่ลุกขึ้นต้านการรุกรานของญี่ปุ่น ขณะที่ ทูฮัน เบย์ นักแสดงอเมริกันเชื้อสายตุรกีผสมเชก รับบทเป็น หลิวเอ้อตัน สามีของเธอ

-1945
เร็ก แฮร์ริสัน รับบทเป็น คิงมงกุฎ ในหนังเรื่อง Anna and the King of Siam มี ไอรีน ดันน์ เป็นแหม่มแอนนา ต่อมาในปี 1951 หนังเรื่องนี้ถูกสร้างอีกรอบในเวอร์ชั่น “มิวสิเคิล” ในชื่อ King and I และได้ดาราอเมริกันเลือดรัสเซีย ยูล บรินเนอร์ มาแสดงนำคู่กับ เด็บบอร่าห์ เคอร์

-1956
มาร์ลอน แบรนโด อภิมหาดาราแห่งยุค รับบท “ซากินี่” ล่ามชาวญี่ปุ่นในหนังตลกเรื่อง The Teahouse of the August Moon ซึ่งภายหลัง ดาราออสก้าร์คนนี้ออกมาบอกว่าเขาต้องนั่งให้ช่างแต่งหน้าหลายชั่วโมงต่อวัน และว่าหนังตลกเรื่องนี้เป็นหนังที่ไม่ได้เรื่อง สาเหตุหลักเพราะ I was miscast.

-1957
มิโยชิ อูเมกิ เป็นดาราหญิงเอเชียคนแรกที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสก้าร์ ดาราสนับสนุนหญิงยอดเยี่ยมจากเรื่อง Sayonara และเป็นคนเดียวที่คว้ารางวัลออสก้าร์มาครองได้สำเร็จ โดยหลังจากนั้น มีดาราหญิงเลือดเอเชียอีกสี่คนได้เข้าชิงออสก้าร์สาขานี้ คือสองพี่น้องลูกครึ่งจีน เม็ก และ เจนนิเฟอร์ ทิลลี่ โดย เม็ก (คนน้อง) เข้าชิงในปี 1985 จากเรื่อง Agnes of God ส่วน เจนนิฟอร์ ทิลลี่ เข้าชิงในปี 1994 จากหนังตลกของวูดดี้ อัลลัน เรื่อง Bullets Over Broadway ต่อมาในปี 2006 ดาราญี่ปุ่น รินโกะ คิคูชิ เข้าชิงจาก Babel และคนสุดท้ายคือ ไฮลี สแตนฟิลด์ ดาราเด็กเลือดฟิลิปปินส์ เข้าชิงเมื่อปี 2010 จากหนังคาวบอย True Grit

-1961
มิกกี้ รูนีย์ ทาหน้าเหลือง ใส่ฟันเหยิน ใช้เทปติดเปลือกตาให้เป็นชั้นเดียว เพื่อรับบทแลนด์ลอร์ดเจ้าอารมณ์ของ ออเดรย์ แฮปเบิร์น ในหนังดังเรื่อง Breakfast at Tiffany’s ถือเป็นคาแร็กเตอร์หนึ่งที่ถูกตีตราว่า “เหยียดผิว” คนเอเชียรุนแรงที่สุด... และทำให้อดีตดาราเด็กที่มีคนรักที่สุดในโลกคนนี้ เสียแฟนจากอีกซีกโลกไปเยอะเหมือนกัน

-1967
ฌอน คอนเนอรี่ สายลับ 007 ปลอมตัวเป็นชาวประมงญี่ปุ่นใน You Only Live Twice กลายเป็นหนังเจมส์ บอนด์ ที่ “หลุด” ที่สุด และเป็นอีกเรื่องที่ถูกมองว่าสะท้อนแนวคิดของฮอลลีวูด ที่คิด (ตื้นๆ)  ว่าแค่เปลี่ยนทรงผมกับทำตาให้เรียวเข้าหน่อย อเมริกันผิวขาวตัวโตก็เล่นเป็นคนเอเชียได้สบายๆ

-1972-75
ซีรีย์ กังฟู (Kung Fu) ออกแพร่ภาพด้วยเรตติ้งงดงาม... เรื่องนี้เดิมทีเป็นไอเดียของ บรู๊ซ ลี ที่หวังว่าจะได้เล่นเป็น “ไกวเชงเคน” ศิษย์เส้าหลินที่ออกผจญภัยในโลกตะวันตกเอง แต่ที่สุด บทนี้กลับตกเป็นของ เดวิด คาราดีน แทน... เล่นเอา บรู๊ซ ลี ของเราอกหักเป็นเสี่ยงๆ เลยทีเดียว

-1981
ดาราและศิลปินเลือดเอเชียในแคลิฟอร์เนีย พร้อมใจกันประท้วงและบอยคอตหนัง Charlie Chan and the Curse of the Dragon Queen ที่ถูกหยิบมาสร้างอีกครั้ง คราวนี้เอาดาราใหญ่จากฝั่งอังกฤษ อย่าง ปีเตอร์ อุสตินอฟ ที่เรารู้จักกันดีจากบทนักสืบปัวโรห์ มารับบทเป็น ชาร์ลี ชาน

“ฉันไม่คิดว่าการเหยียดผิวเป็นเรื่องสนุกอีกแล้ว พวกเราถูกเรียกว่า ชาร์ลี มานานหลายปีเต็มที เราถูกล้อวิธีการพูด การเดินเหิน คนเขาคิดว่าพวกเราจะต้องเหมือน ชาร์ลี ชาน... และเราจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว” อีลิซ่า ชาน คนจีนในซานฟรานฯ บอกหนังสือวอชิงตันโพสต์ ว่างั้น

-1982
ดาราอังกฤษ เบน คิงลีย์ ซึ่งมีพ่อเป็นคนอินเดีย คว้ารางวัลออสก้าร์สาขาดารานำชายยอดเยี่ยมจาก Ghandi (คานธี) ทำให้เขากลายเป็นดาราเลือดเอเชียคนแรกและคนเดียว ที่ได้เข้าชิง และคว้ารางวัลออสก้าร์ ได้สำเร็จ

-1984
เก็ดดี้ วาตานาเบ้ นักแสดงญี่ปุ่น-อเมริกัน รับบทเป็น ลอง ดั๊ค ดอง นักเรียนแลกเปลี่ยนจากจีนในหนังตลกทะลึ่งเรื่อง Sixteen Candles ถือเป็นครั้งแรกของฮอลลีวูด ที่หนังระดับเมอร์ให้ความสำคัญกับบทคนเอเชียแบบเป็นน้ำเป็นเนื้อ จนทำให้คาแร็กเตอร์ ลอง ดั๊ค ดอง ยังคงเป็นที่พูดถึง หรืออ้างอิงถึงจนถึงทุกวันนี้

นอกจากนี้ ปี 1984 ยังเป็นปีที่มีนักแสดงเอเชียถึงสองคน เข้าชิงรางวัลออสก้าร์ ดาราสนับสนุนชายยอดเยี่ยม นั่นคือ แพ็ท มอริตะ เข้าชิงจากบท มิสเตอร์มิยากิ ในหนังเรื่อง The Karate Kid และ ดร.เฮง เอส นอร์ เข้าชิงจากหนังเรื่อง The Killing Fields โดยคุณหมอชาวกัมพูชาคนนี้คว้าออสก้าร์มาครอง และกลายเป็นเอเชียคนแรกที่คว้าออสก้าร์สาขานี้ไปครองด้วย

-1990
ละครเพลง Miss Saigon ของอังกฤษเกือบไม่ได้ขึ้นบรอดเวย์ เพราะถูกสหภาพแรงงานนักแสดงบรอดเวย์ประท้วงที่เอา โจนาธาน ไพรซ์ มารับบท “เอ็นจิเนียร์” พ่อเล้าผู้น่าสงสารในเรื่อง แทนที่จะเอาดาราเอเชียที่มีอยู่เยอะแยะ แต่ที่สุด โจนาธาน ไพรซ์ ก็ได้เล่น เพราะความสามารถชนิดหาตัวจับยากของเขา และข้ออ้างที่ว่าตัวละครตัวนี้เป็นลูกครึ่งยุโรป-เวียดนาม และเขาก็เล่นได้เยี่ยมยอดจนคว้ารางวัลโทนี่มาครอง และทำให้ Miss Saigon เป็นโชว์ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดโชว์หนึ่งของบรอดเวย์ด้วย

-2005
แอง ลี เป็นผู้กำกับเอเชียคนแรกที่ได้รับรางวัลออสก้าร์ จากผลงานหนังดราม่าลุ่มลึกเรื่อง Brokeback Mountain หลังจากที่ได้รับการเสนอชื่อครั้งแรกในปี 2000 จากหนังกำลังภายในเรื่อง Crouching Tiger, Hidden Dragon และต่อมาในปี 2012 เขาก็ได้รับออสก้าร์ตัวที่สอง จากฝีมือกำกับหนังเรื่อง Life of Pi

ก่อนหน้านั้น มีผู้กำกับเอเชียได้เข้าชิงออสก้าร์สามคน คือ ฮิโรชิ เทชิกาฮาร่า เข้าชิงในปี 1965 จากเรื่อง Woman in the Dunes, อากิระ คุโรซาว่า เข้าชิงในปี 1985 จาก Ran และ เอ็ม ไนท์ ชยามาลาน (อินเดีย) เข้าชิงในปี 1999 จาก The Sixth Sense

-2010
โนอา ริงเกอร์ ดาราเด็กอเมริกันถูกเลือกมารับบท “แอง” ในเวอร์ชั่นจอใหญ่ของ Avatar: The Last Airbender ซึ่งความเปลี่ยแปลงชนิด “หน้ามือเป็นหลังเท้า” ที่เกิดขึ้น ทำให้บรรดาสาวกของมหากาพย์การ์ตูนเรื่องนี้รับไม่ได้... ผลคือภาพยนตร์จากฝีมือกำกับของ เอ็ม ไนท์ ชยามาลาน เรื่องนี้ล้มเหลวแบบไม่เป็นท่าทั้งในแง่รายได้และเสียงวิจารณ์

-2015
เอ็มม่า สโตน ตัวเก็งรางวัลออสก้าร์ดารานำหญิงปีนี้ (La La Land) รับบทเป็นลูกครึ่งเอเชียในหนัง Aloha ที่จอดสนิทตอนออกฉาย เธอให้สัมภาษณ์ภายหลังว่าการรับงานเรื่องนี้ คือประสบการณ์ที่ถือว่า “เปิดตา” ให้เธอเห็นถึงปัญหา “ฟอกขาว” ที่ได้ยินมานาน ขณะที่ผู้กำกับ คาเมรอน โครว์ ก็กล่าวขอโทษนักแสดงเอเชียในฮอลลีวูดถึงความผิดพลาดที่เกิดขึ้นด้วยเหมือนกัน

-เมษายน 2016
ผู้สร้าง Ghost in the Shell ซึ่งดัดแปลงจากการ์ตูนญี่ปุ่น (มังงะ) และอนิเมชั่นชื่อเดียวกัน ถูกประณามแทบไม่เหลือชิ้นดีจากการเลือกซูเปอร์สตาร์ สการ์เล็ตต์ โจแฮนสัน มารับบทนำ เช่นเดียวกับที่ผู้สร้าง Dr. Strange โดนเพราะเลือกเอา ทิลด้า สวินตัน มารับบท the Ancient One ที่เป็นชาวธิเบต

-พฤศจิกายน 2016
เฉินหลง หรือแจ็กกี้ ชาน รับรางวัลออสก้าร์เกียรติยศ โดยดาราจากเอเชียที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในฮอลลีวูด กล่าวว่า “หลังจาก 56 ปีในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ สร้างหนังมามากกว่า 200 เรื่อง กระดูกหักมาแล้วมากมาย ในที่สุด นี่ (ออสก้าร์) ก็เป็นของผม”

-กุมภาพันธ์ 2017
แมทท์ เดม่อน รับบทเป็นนักรบรับจ้างจากยุโรปที่ปกป้องประเทศจีนให้รอดพ้นจากการรุกรานของสัตว์ประหลาด ในหนังแอ๊คชั่นแฟนตาซีเรื่อง The Great Wall

….

ออสก้าร์ 2017 ที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ มีดาราเลือดเอเชียเข้าชิงเพียงหนึ่งคน คือ เดฟ ปาเทล เข้าชิงรางวัลดาราสนับสนุนชายจากเรื่อง Lion ที่ดูฟอร์มแล้วก็มีหวังอยู่พอสมควรเหมือนกัน โดยหากเจ้าหนุ่มเลือดอินเดียคนนี้ทำสำเร็จ เขาก็จะเป็นเอเชียคนที่สองต่อจาก หมอ เฮง เอส นอร์ (The Killing Fields) ที่คว้าออสก้าร์ ดาราสนับสนุนชายมาครองได้สำเร็จ

อย่าลืมเปิดช่อง เอบีซี ที่ถ่ายทอดตั้งแต่ช่วงเดินพรมแดงหน้า ดอลบี้ เธียร์เตอร์ ถนนฮอลลีวูด ตอนสี่โมงเย็น เป็นต้นไป...

 




นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส

แสดงความคิดเห็น

Name :
 
Detail :
 



ฉบับที่
359
siamtownus newspaper







Hots Clip VDO ดูทั้งหมด

ขออภัยสัญญาณ VDO มีปัญหากำลังดำเนินการแก้ไข