ข่าวเอ็นเตอร์เทน
โดย : พล อาภร
เปิดโผหนังเด่นจากเอเชียที่ (อาจ) ผงาด “ออสก้าร์ 2015”


To the Fore ของฮ่องกง


Wolf Totem ของจีน


The Assassin ของไต้หวัน


the Throne ของเกาหลีใต้


พี่ชาย มายฮีโร่ ของไทย


ช่วงนี้ เป็นช่วงที่ประเทศต่างๆ ต้องทำการคัดเลือกภาพยนตร์ของตัวเองเพื่อส่งเข้าประกวดในหัวข้อ “ภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม” รางวัลออสก้าร์ หรือ “อคาเดมี อวอร์ด” ซึ่งยอมรับอย่างไร้ข้อกังขาว่าเป็นรางวัลที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลก

พวกเราคนไทยคงได้ข่าวกันบ้างแล้วว่า สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ได้พิจารณาเลือก "พี่ชาย มายฮีโร่” หนังดราม่าเกย์ ผลงานของผู้กำกับเกาหลี จอส คิม มาประกวด โดยเอาชนะหนัง (ที่ดังกว่า) อย่าง “ฟรีแลนซ์” และ “แม่เบี้ย” มาได้เพราะตัวหนังได้รับการยอมรับในเวทีต่างประเทศมากกว่า ด้วยว่าเดินสายฉายกวาดรางวัลตามเทศกาลหนังต่างๆ มาค่อนโลกแล้ว

ทีนี้อยากให้ดูหนังจากประเทศ “หัวแถว” ด้านอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในเอเชียกันบ้าง ว่าเขาส่งหนังเรื่องอะไรมาชิงออสก้าร์กับ “พี่ชาย มายฮีโร่” ของเรา...

เริ่มกันที่ฮ่องกง... ที่ประกาศออกมาแล้วว่าจะส่ง To the Fore หนังดราม่า/แอ๊คชั่น เกี่ยวกับกีฬาแข่งจักรยานมาออสก้าร์ หนังเรื่องนี้กำกับโดย ดังเต้ แลม นำแสดงโดย เอ็ดดี้ เผิง, ชเว ชี-วอน และ โต้ว เซียว ถือว่าเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน ที่การปั่นจักรยาน ทั้งในเชิงกีฬา ออกกำลัง และเชิงพักผ่อนหย่อนใจกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในอเมริกา... โดยองค์กรที่รับผิดชอบในการคัดเลือก คือสมาคมผุ้สร้างภาพยนตร์ของฮ่องกง บอกว่าเสียงโหวตที่ To the Fore หรือชื่อไทยว่า “ปั่นท้าโลก” ได้รับนั้น เฉือนหนังฟอร์มดีอีกสามเรื่อง คือ Wild Ciy (ของ ริงโก้ แลม) Three Cities และ Two Thumbs Up ไปแบบเฉียดฉิว

แม้ว่าฮ่องกงจะเป็น “พี่ใหญ่” ของวงการหนังจากเอเชีย เพราะก้าวสู่ตลาดสากลก่อนใครเพื่อนก็ตาม แต่ยังไม่เคยมีหนังจากฮ่องกง (แท้ๆ) ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายของเวทีออสก้าร์ ที่เรียกกันว่า shotlist มาก่อน จะมีก็เพียงหนังจากแผ่นดินใหญ่ที่แปะป้ายฮ่องกงอย่าง Raise the Red Lantern ของจางยี่โหมว และ Farewell My Concubine ของเฉินไก่เค่อ เท่านั้น... ดังนั้น To the Fore จึงเป็นความหวังของชาวฮ่องกงทั้งเกาะเลยทีเดียว

ต่อกันที่เกาหลีใต้ ที่สภาภาพยนตร์แห่งเกาหลีใต้ (Kofic) ประกาศว่าจะส่งหนังดราม่าย้อนยุคเรื่อง The Throne ของผู้กำกับ ลี จูน-อิค เข้ามา... ถือว่าเป็นผลงานเรื่องที่สองของผู้กำกับคนนี้ หลังจากหนังดราม่าย้อนยุคสไตล์เดียวกันเรื่อง The King and the Clown เคยผ่านการคัดเลือกให้เป็นตัวแทนของประเทศมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 2006 แต่ไม่ผ่านเข้ารอบ shotlist

ข่าวบอกว่าความน่าสนใจของ The Throne อยู่ที่เป็นหนังที่สร้างจากเหตุการณ์จริงในประวัติศาสตร์ เป็นเรื่องราวการหวงราชบัลลังก์ของผู้เป็นพ่อ ถึงขั้นจับลูก (เจ้าชายซาโด้) ขังในโลงไม้เพื่อให้ตายอย่างช้าๆ อะไรทำนองนั้น... ซึ่งอย่างที่รู้ๆ กัน หนังที่ดัดแปลงจากเรื่องจริง-เหตุการณ์จริงนั้น ออสก้าร์ “ให้ความสนใจ” เสมอ...ไม่เชื่อก็ลองดูหนังที่ได้รับรางวัลจากปีที่ผ่านๆ มาได้เลย...

ส่วนจีนแผ่นดินใหญ่ บอกว่าจะส่งหนังดราม่า-ผจญภัย เรื่อง Wolf Totem ของผู้กำกับฝรั่งเศส ฌอง-ฌากส์ อานโนด์ เข้าประกวด ซึ่งผู้กำกับฝรั่งเศสคนนี้ ชาวอเมริกันรู้จักค่อนข้างดี เพราะข้ามมาทำหนังอเมริกันบ่อยๆ แถมมีผลงานระดับ “ขึ้นหิ้ง” หลายเรื่อง เช่น Quest for Fire (1981), The Bear (1988) และหนังที่ไม่ข้ึนหิ้ง (แต่หวิว) เรื่อง The Lover (1991) ด้วย แถมยังเคยรับรางวัลออสก้าร์หนังภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมมาแล้วเมื่อปี 1982 จากเรื่อง Black and White in Color

เขาเป็นผู้กำกับจากฝรั่งคนที่สองที่ข้ามมาทำหนังให้กับจีนแดง แล้วผลงานได้รับเลือกเป็นตัวแทนส่งเข้าประกวดออสก้าร์ โดยคนแรกคือ Philippe Muyl จากเรื่อง The Nightingale เมื่อปีที่แล้ว แต่ไม่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย

ความน่าสนใจของ “Wolf Totem” ส่วนหนึ่งน่าจะอยู่ที่ความดังของวรรณกรรมต้นฉบับด้วย เพราะเป็นวรรณกรรมที่ติดโผเบสเซลเล่อร์ ทั้งในเมืองจีนและหลายๆ ประเทศ มีการแปลออกไปหลายสิบภาษา รวมถึงภาษาไทยด้วย ในชื่อ “หมาป่า”

Wolf Totem นำแสดงโดย เฝิง เส้าเฟิง และ โต้ว เซียว เป็นเรื่องราวในยุคปฏิวัติวัฒนธรรม (Cultural Revolution) ที่ตัวเอก คือ "เฉินเจิ้น" หนึ่งในปัญญาชนจากปักกิ่งถูกส่งไปใช้แรงงานในมองโกเลียตามนโยบายของรัฐบาลในยุคนั้น...

ส่วนไต้หวัน.. สมาคมภาพยนตร์ฯ ได้เลือกหนังแอ๊คชั่นฟอร์มดีเรื่อง The Assassin ของผู้กำกับ โหว เสี่ยว เซี่ยน เข้าประกวด ถือเป็นผลงานเรื่องที่สามของเขา หลังจาก A City of Sadness (1989) และ Flowers of Shanghai (1998) ที่มีโอกาสได้ลุ้นรางวัลออสก้าร์... และที่สำคัญคือ ผลงาน (แสนสวย) เรื่อง The Assassin นี้ ทำให้เขาเพิ่งคว้ารางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมมาจากเทศกาลหนังเมืองคานส์ไปเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี่เอง

The Assassin หรือชื่อไทยเก๋ไก๋ว่า “ประกาศิตหงส์สังหาร” เป็นเรื่องราวของนักฆ่าแสนสวยนาม “เหยาชี” (ซูฉี) ที่ถูกส่งไปสังหารเพื่อนสนิทในวัยเด็ก จนพัวพันเป็นเรื่องราวรักสามเส้าอันงดงามท่ามกลางฉากบู๊สุดมัน... (และงดงามไม่แพ้กัน) โดยสมาคมภาพยนตร์ของไต้หวัน ประกาศสรรพคุณของ The Assassin ว่า เลอเลิศด้วยคุณค่าของงานสร้าง และสไตล์การถ่ายภาพที่ล้ำหน้า...

กลับมาที่ “พี่ชาย มายฮีโร่” หรือชื่ออังกฤษว่า How to Win at Checkers - Every Time ของประเทศไทยอีกครั้ง... เพราะฟังๆ ดูจากความเห็นของบุคคลในวงการภาพยนตร์บ้านเราแล้วก็เห็นว่าหนังเรื่องนี้มี “โอกาส” มากพอสมควรทีเดียวที่จะทะลุผ่านเข้ารอบ shotlist หรือห้าเรื่องสุดท้าย...  ด้วยว่าเป็นหนังที่ได้รับความสนใจจากสื่อบันเทิงต่างชาติเยอะมาก และถูกเลือกไปฉายโชว์​ (และประกวด) ในเทศกาลหนังใหญ่น้อยทั่วโลกมาแล้วมากกว่า 37 ประเทศ แถมยังมีคิวรอฉายอีกหลายแห่งด้วย

แม้ว่าจะยังไม่ได้ดูหนังเรื่อง “พี่ชาย มายฮีโร่” แต่เท่าที่เห็นตัวอย่างบนยูทูป และอ่านบทวิจารณ์ทั้งเวอร์ชันไทยและอังกฤษ ทำให้ทราบว่าหนังเรื่องนี้ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว...

สรุปว่าแม้จะอยู่ท่ามกลาง “สุดยอด” หนังจากเอเชีย และจากทั่วโลกนับร้อยเรื่อง แต่หนังจากไทยแลนด์ของเราปีนี้ ก็น่าจะมีสิทธิ์ลุ้นบนเวทีออสก้าร์ครั้งที่ 88 ไม่น้อยไปกว่าหนังเรื่องอื่นใด...

รอลุ้นกันในวันที่ 14 มกราคม 2016 ว่า “พี่ชาย มายฮีโร่” จะผ่านเข้ารอบ shotlist หรือไม่... หากผ่านก็เท่ากับเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการภาพยนตร์ไทย เพราะจะเป็นครั้งแรกที่หนังไทยของเราผ่านเข้าถึงรอบนี้....

ซึ่งถ้าหากฝันเป็นจริง การดูถ่ายทอดสดการประกาศผลและมอบรางวัลออสก้าร์ครั้งที่ 88 ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2016 คงจะเป็นการดูออสก้าร์ครั้งที่ “สนุกที่สุด” ของคนไทยทั่วประเทศเลยทีเดียว...

 




นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส
ฉบับที่
375
siamtownus newspaper







Hots Clip VDO ดูทั้งหมด

ขออภัยสัญญาณ VDO มีปัญหากำลังดำเนินการแก้ไข