ข่าวเอ็นเตอร์เทน
โดย : พล อาภร
การกลับมาของ Roar





ทิปปี้ เฮเดรน กำลังช่วยลูกสาว เมลานี กริฟฟิธ จากคมเขี้ยวของสิงโต หนึ่งในฉาก "สมจริง" แบบโชกเลือดของ Roar


ทิปปี้ เฮเดรน เข้าฉากกับเสือโคร่งขนาดใหญ่




โนเอล มาร์แชลล์ ผู้กำกับและดารานำ ในฉากอันตรายฉากหนึ่ง



หนังปี 1981 เรื่อง “Roar” ได้รับฉายาแบบไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่าเป็น “หนังอันตรายที่สุดเท่าที่เคยมีการสร้างหนังกันมา” เพราะเป็นหนังที่เอานักแสดงที่มีชื่อเสียงของยุคนั้น อย่าง ทิปปี้ เฮเดรน นางเองคู่บุญของ อัลเฟรด ฮิชค็อค กับลูกสาวคือ เมลานี กริฟฟิธ ขณะเป็นวัยรุ่น มาร่วมจอกับฝูงสัตว์ร้าย 150 ตัว ทั้งสิงโต เสือโคร่ง เสือดาว เสือดำ และช้างอีกเป็นโขลง

คำโปรยบนใบปิดหนังเรื่องนี้ บอกว่า “ไม่มีสัตว์ตัวไหนได้รับอันตรายระหว่างการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Roar แต่นักแสดงละทีมงานรวม 70 คนได้รับ” (แบบเต็มๆ)

Roar เป็นเหมือนผลผลิตในครอบครัว เพราะสร้างและนำแสดงโดย ทิปปี้ เฮเดรน ลูกสาว และสามีในขณะนั้น คือ โนเอล มาร์แชลล์ (โปรดิวเซอร์ของหนังสยองขวัญเรื่อง Exorcist) ขณะที่สิงสาราสัตว์ส่วนหนึ่งก็เป็นสัตว์ในความดูแลของมูลนิธิ Shambala Preserve ที่ทิปปี้ เฮเดรน เป็นผู้ก่อตั้ง และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ครอบครัวเล็กๆ นี้ต้องแตกแยกกัน เพราะปัญหาสารพัดที่เกิดขึ้นในกองถ่าย เช่นฉากถูกทำลายเพราะไฟป่าถึงสองหน และเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมอีกหนึ่งหน นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์สิงโตหลุดจากที่คุมขัง เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องออกตามล่า และ “ยิงทิ้ง” สิงโตถึงสามตัว...​ กลายเป็นข่าวที่สร้างความเสียหายให้กับกองถ่ายหนังเรื่องนี้อย่างมาก

แต่ปัญหาใหญ่ที่สุดของ Roar คือการบาดเจ็บร้ายแรงของนักแสดงและทีมงานหลายคน เป็นเหตุให้หนังปิดกล้องช้ากว่ากำหนดเป็นปี ต้นทุนจึงบานปลาย และที่สำคัญที่สุด ข่าวในเชิงลบที่หลุดออกมาต่อเนื่อง ทำให้ฮอลลีวูดเลิกให้ความสนใจ และทำให้ Roar ไม่เคยเปิดฉายในประเทศอเมริกามาก่อน

แต่วันนี้ 34 ปีให้หลัง บริษัท ดร๊าฟท์เฮาส์ฟิล์ม ได้นำ Roar มาฉายในอเมริกาเป็นครั้งแรก โดยเปิดตัวรอบพรีเมียร์พร้อมกันหกโรงไปเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2015 ก่อนจะทะยอยเปิดฉยไปเรื่อยๆ ใน 50 เมืองใหญ่ภายในเดือนพฤษภาคม จากนั้นก็จะปล่อย ดีวีดี ในช่วงซัมเมอร์

ถ้าว่ากันตามความจริง Roar ไม่ถือว่าเป็น “หนังดี” อะไรนัก เพราะผูกเรื่องขึ้นง่ายๆ ว่าเมียและลูก (ทิปปี้ เฮเดรน และเมลานี กริฟฟิธ) ของเจ้าหน้าที่ของหน่วยคุ้มครองสัตว์ป่า (โนเอล มาร์แชลล์) มาเยี่ยมที่ศูนย์ในช่วงที่สัตว์กำลังบ้าคลั่ง และบุกเข้ามาทำร้ายผู้คนในศูนย์อย่างบ้าคลั่ง เรื่องราวที่เกิดขึ้นเกือบทั้งหมดคือภาพเหตุการณ์วิ่งหนี หรือหลบซ่อนตัวให้พ้นจากฝูงสัตว์ป่าเหล่านี้

แต่สิ่งทำให้ Roar กลายเป็นที่สนใจขึ้นมาก็เพราะมีภาพเหตุการณ์อันตรายที่เกิดขึ้นจริงอยู่ตลอดทั้งเรื่อง ตั้งแต่ภาพสิงโตขนาดยักษ์ไล่ตะปบนักแสดง กัด หรือกระโจนใส่นักแสดงจนล้มลงกับพื้น ฯลฯ

ขนาดสื่อมวลชนในยุคโน้นเรียก Roar ว่า เป็นหนัง Swiss Family Robinson เวอร์ชั่น “สนัฟฟ์ฟิล์ม” เลยทีเดียว

ทิปปี้ เฮเดรน เคยเล่าเรื่อง “โชกเลือด” ที่เธอได้รับขณะอยู่ในกองถ่าย Roar เอาไว้ในหนังสือ The Cats of Shambala ว่าเธอบาดเจ็บถึงขั้นกระดูกขาแตก และเป็นแผลถลอกปอกเปิดทั้งตัวหลังจากถูกช้างจับโยน ส่วนลูกสาว เมลานี กริฟฟิธ ซึ่งขอถอนตัวเพราะความกลัวไปแล้ว แต่เพราะเห็นแก่แม่ จึงยอมกลับมาเล่น และถูกสิงโตกัดและตะปบที่ใบหน้าจนเสียโฉม ถึงขั้นต้องทำศัลยกรรมพลาสติกเลยทีเดียว

ส่วน โนเอล มาร์แชลล์ ซึ่งเป็นทั้งดารานำ คนเขียนบท และผู้กำกับนั้น ทิปปี้ เฮเดรน เล่าว่าบาดเจ็บจากคมเขี้ยวของสิงโตหลายแผล และบางแผลก็ปรากฎให้เห็นอยู่ในหนังด้วย

นอกจากนี้ ช่างภาพชาวดัทช์ ชื่อ เจน เดอ บอนท์ ซึ่งเข้ามาทำงานในฮอลลีวูดเป็นเรื่องแรกกับกองถ่าย Roar ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องเย็บบาดแผลกว่า 120 เข็มเพราะถูกสิงโตฟัด

เคราะห์ดีที่รอดชีวิตมาได้ ไม่งั้น เราคงไม่ได้ดูหนังสนุกจากฝีมือกำกับของเขา อย่าง Speed, Twister หรือ Lara Croft Tomb Raider: the Cradle of Life แน่

ส่วนลูกชายของ โนเอล มาร์แชลล์ ชื่อ จอห์น มาร์แชลล์ ซึ่งรับหน้าที่หลายอย่างในกองถ่าย Roar ทั้งผู้จัดการกอง และนักแสดงสมทบ ให้สัมภาษณ์ว่าเขาถูกสิงโตตัวใหญ่กัดเอาตั้งแต่เปิดกล้องวันแรกๆ และแม้ว่าจะมีทีมงานถึงหกคนมาช่วย แต่ก็ต้องใช้เวลาถึง 25 นาทีจึงแยกเจ้าป่าออกไปได้ ผลก็คือเขาได้รับบาดแผลแหวอะหวะที่ใบหน้า คอ และศีรษะ ต้องเย็บถึง 56 เข็ม

“เป็นแผลใหญ่มาก แต่ผมก็กลับไปทำงายในวันรุ่งขึ้น” เขาบอก

โนเอล มาร์แชลล์ ซึ่งเพิ่งเสียชีวิตเมื่อปี 2010 ถูก “ประณาม” ว่าเป็นผู้กำกับที่ใจดำมาก เพราะระหว่างการถ่ายทำ Roar ที่ศูนย์พิทักษ์สัตว์ชามบาล่า ในเมืองแอ๊คตัน ทางเหนือของลอส แอนเจลิส นั้น เขาไม่ยอมสั่ง “คัท” แม้จะเห็นว่านักแสดง (โดยเฉพาะคนในครอบครัวของเขา) กำลังตกอยู่ในอันตราย หรือกำลังร้องให้ช่วยด้วยความหวาดกลัวแบบสุดขีด เพราะไม่อยากเสียเวลา เสียฟิล์ม รวมถึงอยากได้ภาพที่ “สมจริง” อย่างที่สุดด้วย

จอห์น มาร์แชลล์ เป็นหนังในทีมงานไม่กี่คนที่ยินดีมา “โปรโมท” หนัง Roar ที่กลับมาฉายใหม่หนนี้ เขาบอกว่าเขาเป็นเพียงคนเดียวในกองถ่ายที่กล้าเผชิญหน้ากับพ่อจอมเผด็จการของเขา และได้ทำหน้าที่ปกป้อง ทิปปี้ เฮเดรน และ เมลานี กริฟฟิธ แบบสุดความสามารถ โดยเขาบอกด้วยว่าจนถึงทุกวันนี้ เขายัง “ฝันร้าย” ถึงเหตุการณ์ถูกสิงโตขย้ำในกองถ่ายนั้นอยู่

ปัญหาสารพัดที่เกิดขึ้น ทำให้ทุนสร้างของ Roar บานปลายเป็น 17 ล้าน และทำเงินให้นายทุนเพียงแค่สองล้านจากการฉายในตลาดต่างประเทศ

สำหรับ ทิปปี้ เฮเดรน แล้ว Roar คือผลงานที่เธออยากจะลืม เพราะนอกจากจะเป็นหนังที่ “ไม่ได้เรื่อง”​ ตามที่เธอให้สัมภาษณ์หลังได้ชมรอบปฐมทัศน์ที่ประเทศอสเตรเลียเมื่อกว่าสามสิบปีก่อนแล้ว... หนัเรื่องนี้ ยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ชีวิตคู่ของเธอกับ โนเอล มาร์แชลล์ ต้องจบลงชนิดไร้เยื่อใยอีกด้วย...

หากสนใจอยากดู Roar ในโรง เช็ควันเวลาและเมืองที่ฉายได้จากเว็บไซต์ของดราฟเฮาส์ ที่ drafthousefilms.com/film/roar นะครับ....

 




นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส
ฉบับที่
375
siamtownus newspaper







Hots Clip VDO ดูทั้งหมด

ขออภัยสัญญาณ VDO มีปัญหากำลังดำเนินการแก้ไข