เรื่องที่ร้านอาหารไทยควรรู้
โดย ดร. วัชระ เรียงจารุสมบูรณ์
หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจร้านอาหาร (4)


 

(10)

          7. อีดีดี (Employment Development Department) หน่วยงานนี้เป็นของรัฐแคลิฟอร์เนียที่คอยให้บริการกับนายจ้างและลูกจ้างเกี่ยวกับเรื่องแรงงานและการจ้างแรงงานทุกระดับ มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองสกาเมนต์โต้ และสาขาย่อยๆ อีก 10 แห่งทั่วแคลิฟอร์เนีย คือ เมืองแอนาแฮม เฟรสโน่ โอ๊คแลนด์ เรดดิ่ง สกาเมนต์โต้ ซานเบอนาดีโน่ ซานดิเอโก้ ซานโฮเซ่ ซานตาเฟ่สปริง และแวนนายส์ และจะทำงานร่วมกับกรมแรงงาน เพื่อให้แน่ใจว่านายจ้างทำถูกต้องตามกฎหมายแรงงานในการจ่ายเงินเดือนคนงาน และสวัสดิภาพของพนักงาน ก่อนที่จะเปิดธุรกิจร้านอาหารใหม่ ควรจะถามคำถามให้กับตนเองและให้มีความเข้าใจในเบื้องต้นก่อนว่า เมื่อไหร่ร้านอาหารนั้นๆ ถึงจะเข้าข่ายเป็นนายจ้าง การเป็นนายจ้างนั้นมีรูปแบบหลากหลาย แต่ที่สำคัญๆ ที่จะเกี่ยวข้องกับธุรกิจร้านอาหารมีรูปแบต่างๆ ดังนี้

          1) เป็นเจ้าของคนเดียว 2) ทำธุรกิจแบบห้างหุ้นส่วน 3) แบบซีคอโปเรชั่น 4) แบบเอสคอโปเรชั่น 5) แบบบริษัทที่จำกัดหนี้สินที่จะต้องชดใช้ ถ้าหากมีปัญหามีการฟ้องร้อง หรืออีกรูปแบบหนึ่งก็คือ 6) หุ้นส่วนแบบจำกัดหนี้สิน ที่คล้ายคลึงกับข้อ 5 ซึ่งรายละเอียดต่างๆ รวมทั้งข้อดีข้อเสีย ในการเลือกทำธุรกิจดังกล่าวนี้ ได้มีคำถามมามากมาย จะได้รวบรวมและอธิบายให้ทราบในโอกาสต่อไป

          สรุปในขั้นต้นนี้ไม่ว่าคุณจะเปิดร้านอาหารในลักษณะของการทำธุรกิจแบบใดใน 5 รูปแบบข้างต้น คุณจะเข้าข่ายมีชื่อว่าเป็นนายจ้างเมื่อคุณมีการจ้างพนักงานอย่างน้อย 1 คน และมีการจ่ายเงิน (ไม่ว่าจะจ่ายในรูปใด) ที่เกินกว่า 100 เหรียญ ในไตรมาสใดก็ตาม ก็เข้าข่ายเป็นนายจ้างทันที และจะต้องขอขึ้นทะเบียนการเป็นนายจ้างกับ “อีดีดี” ของรัฐแคลิฟอร์เนีย และกับ รัฐบาลกลาง หรือที่เรียกว่า “ไออาร์เอส” ถ้าหากเจ้าหน้าที่กรมแรงงาน ผ่านหน้าร้านที่ทำกิจการอยู่ ซึ่งมีคนงานทำงานให้เห็นมากกว่า 3-5 คน (รวมทั้งตัวเจ้าของ) และได้ตรวจสอบฐานข้อมูลของ อีดีดี และปรากฏว่าไม่ได้จดทะเบียนยื่นเรื่องลงทะเบียนการเป็นนายจ้างกับหน่วยงานนี้ ก็จะเป็นที่สงสัยนำมาสู่การตรวจสอบ แบบเยี่ยมเยียนร้านนั้นอย่างไม่รู้ตัว  

          ณ ที่นี้ จะขอยกตัวอย่างสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการจะเปิดธุรกิจร้านอาหารแบบเจ้าของคนเดียว มีการจ้างคนงาน ไม่มีการขายเบียร์ไวน์ และเป็นร้านที่เปิดใหม่ มีข้อแนะนำ ดังนี้

          1) ต้องมีใจรักงานบริการเกี่ยวกับห้องอาหาร ควรจะมีประสบการณ์และฝีมือในการปรุงอาหารมานานพอสมควร ถ้ามีการปรุงอาหารจานเด็ดด้วยตำราหรือสูตรในการปรุงของตนเองแล้ว จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด 2) มีเงินทุนอย่างต่ำ 50,000 – 150,000 เหรียญ ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับขนาดและจำนวนที่นั่งของร้านอาหาร และอุปกรณ์ในห้องครัวที่จะต้องลงทุนเพิ่ม 3) ทำเลที่ตั้งของร้านอาหาร เรื่องนี้จะมองในแง่ทฤษดีและวิเคราะห์ หรือดูฮวงจุ้ยของร้านที่จะเปิด คงจะไม่พอ ต้องอาศัยความเชื่อของดวงชะตาหรือโชคในด้านการทำมาหากินในด้านนี้ด้วย บางคนนึกว่าลงทุนเป็นเงินแสนเงินล้านแล้วจะทำขึ้น แต่ก็ต้องปิดกิจการไปเพราะมีการลงทุนผิดเวลา เปิดร้านในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ มีค่าเช่าที่แพงมากๆ เพราะไปเปิดใกล้ๆ กับเมืองเบเวอรี่ฮิลล์ ตรงกันข้าม บางคนโชคดีใช้เงินลงทุนไม่มากเพราะไปปรับปรุงร้านอาหารที่มีอยู่แล้ว พบกับเจ้าของที่ที่ใจดีคิดค่าเช่าถูก มีที่จอดรถสะดวกสบาย แม้ว่าลูกค้าแถวนั้นจะเป็นลูกค้าใหม่ แต่เจ้าของผู้บริหารมีฝีมือในการปรุงอาหาร ดัดแปลงอาหารในจานโดยมีชื่อเรียกที่เข้าใจง่าย ทำให้ลูกค้าติด ร้านแม้จะเล็กแต่ก็มีความสะอาดเต็มร้อย จนกระทั่งได้รับชมเชยจากหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นว่าเป็นร้านอาหารไทยที่ดีที่สุดของเมืองๆ นั้น (นับจากราคา การบริการ รดชาติอาหาร และตามขนานสแควฟุตของร้าน)  ช่วยกันแนะนำกันต่อจนกระทั่งขายดีมากๆ เป็นต้น 4) คุณภาพ รสชาติของอาหาร การจัดจาน ปริมาณของอาหารบนจาน และราคา จะทำให้เหมาะสมและดีที่สุดอย่างไรสำหรับลูกค้ากลุ่มนั้นๆ และตั้งอยู่ใกล้ลูกค้าที่อยู่มีมาตรฐานการครองชีพสูง หรือขนาดปานกลาง ก็ต้องมีการศึกษาให้ดีและจัดให้เหมาะสม 5) การบริการลูกค้า จะต้องคัดเลือกพนักงานเสิร์ฟให้เหมาะสมกับลูกค้าแถวนั้นๆ พนักงานเสิร์ฟควรจะมีความรู้ภาษาอังกฤษดีพอสมควร และพร้อมที่จะอธิบายอาหารไทยเป็นภาษาอังกฤษได้ว่าอาหารจานนั้นๆ มีความ อร่อยเพราะอะไร และมีส่วนประกอบและเครื่องปรุงอะไรบ้างที่พอจะบอกได้ อันเป็นการเรียกน้ำย่อยให้ลูกค้ามีความอยากที่จะลองสั่งมาทานดู

          6) มีทีมงานที่ดี หรือมีลูกน้องที่มีความตั้งใจทำงานด้วยความจริงใจ ทั้งนี้ผู้ที่เป้นเจ้าของร้านอาหารจะต้องมีใจหนักแน่น รู้จักวิธีควบคุมลูกน้อง สามารถทำให้ลูกน้องทำงานให้กับทางร้านได้นานๆ ร้านที่มีการเปลี่ยนแปลงพ่อครัวแม่ครัวหรือพนักงานเสิร์ฟบ่อยๆ จะทำให้หน้าตาและรสชาติของอาหารเปลี่ยนแปลงไปด้วย หากร้านนั้นไม่มีสูตรหรือมาตรฐานในการปรุงที่แน่นอน สาเหตุนี้อาจจะทำให้ลูกค้าประจำไม่แน่ใจที่จะแนะนำเพื่อนๆ หรือทำให้ไม่อยากมาบ่อยๆ 7) ควรจะทำทุกอย่างให้ถูกต้องตั้งแต่แรก เช่นการรับสมัครคนงานใหม่ที่มีใบทำงานที่ถูกต้อง มีการบันทึกยอดรายได้และรายจ่ายอย่างถูกวิธี มีการรักษาเก็บเอกสารที่สำคัญๆ และพร้อมที่จะให้ออร์ดิเตอร์ของรัฐตรวจสอบได้ เป็นต้น

          ฉบับหน้าผมจะได้เขียนเกี่ยวกับเรื่องอีดีดีให้จบ และจะต่อด้วยเรื่องขั้นตอนในการปฏิบัติดำเนิการเปิดร้านนอาหารใหม่ อย่าพลาดนะครับ

           

           

           

           




 




นำเสนอข่าวโดย : กนกอร เพ็ญรุ่งศศิธร,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส

แสดงความคิดเห็น

Name :
 
Detail :
 



ฉบับที่
375
siamtownus newspaper







Hots Clip VDO ดูทั้งหมด

ขออภัยสัญญาณ VDO มีปัญหากำลังดำเนินการแก้ไข