อินเทรนด์ อินทาวน์
โดย Jabby Saitharn
เที่ยวงานวัดภูเขาทอง


 

 

                          “ครั้งหนึ่งเธอจำได้ไหม สองเราเคยเที่ยวงานวัดบ้านใต้ ทำบุญปิดทององค์พระมาลัย ก่อพระเจดีย์ทรายร่วมกัน สาบาน สาบานต่อหน้าหลวงพ่อ…..เพลิดเพลินเคยเดินด้วยกัน แทะไหมฝันดูรถไต่ถัง หยอกเย้าบนชิงช้าสวรรค์ ถ่ายรูปคู่กันกินขนมจีนข้างทาง” ส่วนหนึ่งของเนื้อเพลงงานวัดของวงเพื่อนดังขึ้นมาในห้วงคิดคำนึงพอรู้ว่าจะได้ไปงานวัดภูเขาทองช่วงวันลอยกระทง

                          อยากเอาบรรยากาศงานวัดมานำเสนอ เผื่อใครมีแผนเดินทางกลับมาเที่ยวเมืองไทยช่วงปลายปี จะได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมดีๆ แบบนี้ที่จัดขึ้นปีละหนึ่งครั้งเท่านั้น               

                         เมื่อหลุดออกจากฝูงชนที่มุ่งหน้ามาเที่ยวงานวัดภูเขาทอง จนมาถึงทางเข้า ก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจขึ้นมาทันที เพราะสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า คือเทศกาลงานวัดขนาดใหญ่ ที่รายรอบวัดภูเขาทองเป็นวงกลมตลอดพื้นที่ด้านนอก เราเลือกที่จะเดินไปทางขวาก่อน มีการออกร้านอาหารทั้งคาวและหวานสารพัดชนิด เรียกได้ว่าเลือกเอาเฉพาะร้านเด็ดร้านดังมาประชันกันอย่างสุดเหวี่ยง การันตีด้วยรางวัลที่แต่ละร้านได้รับ พร้อมคำโฆษณาเพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้าร้าน เช่นเดียวกับสินค้านานาชนิดที่มาวางขายให้ซื้อหากันตามใจชอบ ส่วนที่ตรงคอนเซ็ปต์งานวัดสุดๆ คือราคาที่ถูกแสนถูก ราวกับเดินดูของในตลาดนัดตามต่างจังหวัด แต่บอกไว้ก่อนว่าเฉพาะสินค้าบางอย่างนะคะ เพราะเท่าที่หาข้อมูล คนที่มาเที่ยวบางคนบ่นว่าอาหารที่มาออกร้านแพงไปหน่อย ก็นานาจิตตัง และสตางค์ในกระเป๋า

                          เดินไปสักพักก็จะผ่านบริเวณที่เปิดให้พุทธศาสนิกชนได้ไหว้พระทำบุญ เราไปหยุดที่ห้องสักการะหลวงพ่อโต เพราะมีจิตศรัทธาในท่านอย่างมาก และพยายามสวดมนต์บทชินบัญชรเท่าที่โอกาสจะอำนวย เดินต่อไปสักพักก็ถึงบันไดทางขึ้นเพื่อไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุที่ถูกจารึกไว้ว่า ได้มาจากประเทศอินเดียในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งโปรดเกล้าฯให้บรรจุประดิษฐานไว้บนองค์บรมบรรพต หรือภูเขาทอง เป็นที่มาของประเพณีนมัสการพระบรมสารีริกธาตุสืบต่อมาอย่างยาวนานจนถึงปัจจุบันที่เราเรียกกันว่า งานวัดภูเขาทองนั่นเอง ซึ่งในวันที่ 14 พ.ย.ได้มีพิธีแห่ผ้าแดงซึ่งมีริ้วขบวนยาวกว่า 3 กิโลเมตร ว่ากันว่าผ้าแดงที่ใช้ในสมัยก่อน เนื่องจากระบบการสื่อสารที่ยังไม่เจริญ การใช้ผ้าแดงห่มภูเขาทองจึงเป็นสัญลักษณ์ให้รู้ว่ามีงานเริ่มขึ้นแล้ว

                          บริเวณบันไดทางขึ้น มีเจ้าหน้าที่ช่วยกันจำหน่ายดอกไม้ ธูปเทียน เพื่อให้ทันกับความต้องการของคนที่จะขึ้นไปสักการะองค์พระธาตุ มีการออกแบบขั้นบันไดเป็นขั้นเตี้ยๆเพื่อให้ง่ายต่อการเดินขึ้นไป นอกจากนี้ ยังประดับประดาด้วยน้ำตกจำลองและสวนดอกไม้ จึงมีทิวทัศน์งดงามดูแล้วเหมือนได้เดินขึ้นสวรรค์ ที่พูดอย่างนี้ได้ เพราะจิตที่เป็นสุขนั่นเอง เมื่อจิตมีสุขอิ่มเอิบด้วยบุญ ก็เปรียบเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ ทางขึ้นและทางลงเป็นคนละทางกัน จึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครเดินสวนลงมา แถมมีที่พักให้นั่งช่วงหนึ่ง บางช่วงมีระฆังเรียงรายไว้ให้ตี มีบทสวดมนต์ให้ท่อง กว่าจะถึงบนยอดต้องขึ้นบันได 344 ขั้น ด้านบนมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก ต้องบอกว่า แม้จะเป็นช่วงเกือบสี่ทุ่มแต่ยังมีคนไปสักการะบูชาองค์พระบรมสารีริกธาตุกันอย่างเนืองแน่น เราได้เข้าไปปิดทอง ถือเป็นบุญอันใหญ่หลวง

                          ผลพลอยได้ของการขึ้นมาที่ภูเขาทอง คือการได้ชมวิวแบบ 360 องศา เห็นกรุงเทพมหานครที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก ด้วยตึกระฟ้าที่จำแนกแยกแยะไม่ได้อีกต่อไปว่าเป็นอาคารอะไรกันบ้าง ด้วยแสงไฟที่ระยิยระยับในยามค่ำคืนถือเป็นฉากที่หลายคนอยากเก็บภาพเอาไว้ ยิ่งเทคโนโลยีที่เจริญรุดหน้า วัยรุ่นมักจะถ่ายรูปโหลดลงบนเฟสบุ้ค ให้เพื่อนๆ ชาวสังคมออนไลน์ได้เห็นกันเดี๋ยวนั้นเลย แปลกดีนะ ที่สิ่งเก่าๆกับสิ่งใหม่ๆได้มามาผสมผสานกลมกลืนกันได้ ถ้าเด็กสมัยใหม่ยังยึดถือปฏิบัติตามประเพณีและวัฒนธรรมของไทยอันดีงามของคนรุ่นเก่า เรียกว่าสามารถหยิบเอาส่วนดีของสิ่งเก่าและใหม่มาผสมผสานกันอย่างลงตัว การดำเนินชีวิตคงไปได้ด้วยดี เพราะรู้จักหยิบยกเอาแต่สิ่งที่ดีที่มีประโยชน์มาปรับใช้กับตัวเอง เรื่องนี้คนสองวัฒนธรรมอย่างคนไทยในต่างแดนรู้ดี

                          ทางลงยังมีบันไดรออยู่อีก 344 ขั้น แต่ก็ไม่ทำให้เหน็ดเหนื่อยเลย เราลงมาอีกด้านที่ยังไม่ได้เดินสำรวจ เป็นการออกร้านเครื่องเล่นตามแบบฉบับของงานวัดโดยทั่วไป ทั้งชิงช้าสวรรค์ และเครื่องเล่นอีกสารพันชนิด พ่วงด้วยการแสดงมหรสพอีกมากมาย แถมยังมีขนมนมเนยให้ซื้อกินเพลินๆ เราเลือกซื้อโรตีสายไหมของชาวมุสลิมจังหวัดอยุธยาที่โด่งดัง ทำขายกันสดๆ และยังได้เห็นขนมหน้าตาแปลกๆ อย่างขนมลา หลายร้านเลือกที่จะโชว์การทำอาหารทั้งคาวและหวาน เรียกว่าเป็นเทศกาลอาหารได้เลย เรายังได้เห็นวิธีการทำถั่วตัด ข้าวตอก ดูเพลิดเพลินดี

                          ที่เล่ามาทั้งหมด ก็อยากให้คุณๆจดบันทึกไว้ในไดอารี่ว่า หากวางแผนมาเที่ยวเมืองไทยในช่วงปลายปีนี้ ก็อย่าลืมแวะมาย้อนรำลึกบรรยากาศเก่าๆในงานวัดภูเขาทอง ทั้งยังอิ่มเอิบที่ได้ทำบุญ ส่วนข้อที่ควรพิจารณาคือ คุณต้องเบียดเสียดกับคนจำนวนมาก เดี๋ยวถ้าเป็นลมเป็นแล้งไป ความสุขจะกลายเป็นความทุกข์ไปเปล่าๆ แต่ถ้าคิดว่ายังไหวอยู่ ก็อย่ารีรอที่จะมาเที่ยวงานวัดแบบย้อนยุค ชนิดที่ไม่ต้องพึ่งไทม์แมชชีนเพื่อย้อนเวลาเลย

           


คนแห่มาเที่ยวงานวัดภูเขาทองปี 2553


สักการะหลวงพ่อโต


เดินขึ้นบันได 344 ขั้นสู่ยอดภูเขาทอง


ปิดทององค์พระบรมสารีริกธาตุ ถือเป็นมงคลสูงสุด


ชิงช้าสวรรค์ สัญลักษณ์ของงานวัด


ขนมลาจากนครศรีธรรมราช ทำกันสดๆ

 




นำเสนอข่าวโดย : กนกอร เพ็ญรุ่งศศิธร,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส

แสดงความคิดเห็น

Name :
 
Detail :
 



ฉบับที่
375
siamtownus newspaper







Hots Clip VDO ดูทั้งหมด

ขออภัยสัญญาณ VDO มีปัญหากำลังดำเนินการแก้ไข