คนอยู่เมืองนอก
โดย...ปาริชาต โชติกเสถียร
ปีที่ 12 ของศตวรรษที่ 21


 

          น้าจ๊ะ

          ก่อนอื่น ขออัญเชิญ...เอ่อ ไม่ไหวเนอะ เก่าไปหน่อย

          เอาแบบตรงไปตรงมาเลย คือขออวยพรให้น้าและคุณๆ นักอ่านทุกท่าน มีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรงในปีใหม่นี้ ขอให้ “กาย” แข็งแรงด้วยการรับประทานอาหารที่ดีและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ขอให้ “ใจ” แข็งแรงด้วยสติ เหตุผล ความยับยั้งชั่งใจและการปล่อยวาง

          คนไทยเราทั้งที่อเมริกาและที่เมืองไทย ผ่านประสบการณ์จากปีที่แล้วกันมาอย่างหนักหน่วง ในอเมริกาก็มีปัญหาเศรษฐกิจ ที่การเยียวยาจะต้องใช้ประธานาธิบดีอีกหลายคนและการฟื้นฟูอีกนาน ส่วนที่เมืองไทยก็อย่างที่รู้ๆ กันคือ...น้องน้ำเขามา

          คุยกันเรื่องเบาๆ ดีกว่า...

          ต้นๆ ปีใหม่อย่างนี้ เราก็ต้องเลียนแบบคนอเมริกันที่เขามักจะตั้ง “เข็มชีวิต” ประจำปี ไอ้ที่เรียกว่า New Year Resolution น่ะน้า ชนิดยอดนิยมเลยก็คือเรื่องของการลดน้ำหนัก อันเป็นสาเหตุให้โฆษณาที่เกี่ยวกับการลดสัดส่วน และศูนย์ออกกำลังกายต่างๆ จะฉายถี่ๆ ผ่านทางหน้าจอโทรทัศน์ขณะนี้

          หนูก็นึกๆ ไว้บ้างเหมือนกัน (ไม่ใช่เรื่องลดน้ำหนักย่ะ!) อย่างเช่น เนื่องในปีใหม่นี้ หนูจะพยายามเป็นคน “มีสติ”

          คือหนูมาคิดถึงพระราชดำรัสของในหลวง ที่ท่านพระราชทานแก่พวกเราในวันปีใหม่ ว่าต่อจากนี้คนไทยจะต้อง “เตรียม” ให้พร้อมไว้ทั้งตัว ทั้งใจ เตรียมรับมือกับความไม่แน่นอนต่างๆ

          และหนูคิดว่า เท่าที่มีชีวิตอยู่บนโลกนี้มาได้ 29 ปีกว่าบวกลบอีกประมาณสิบ หนูมักจะลืมตัวเมื่อมีความสุข และก็หมกมุ่นเมื่อมีความทุกข์ อย่างนี้เขาเรียกว่าขาดสติใช่ไหมน้า

          คนมีสติเขาต้องรู้ตัวอยู่ตลอดเวลา ว่าเมื่อความสุขมาได้ ความทุกข์ก็มาได้

          ต่อไปนี้ หนูจะมีสติ เป็น “บิ๊กแบ๊ค” ไว้ผ่อนหนักเป็นเบากับความผันผวนของชีวิต

          ข้อที่สอง ปีใหม่นี้หนูจะหัดเป็นคนมี “น้ำคำ”

          อยู่ในสังคมของคนอเมริกันโดยเฉพาะคนผิวขาว ต้องเป็นอีลูกช่างชม เพราะเขาชมและเชียร์กันทั้งวัน จนบางครั้งหนูรู้สึกว่ามันเหมือนขาดความจริงใจบ้างอะไรบ้าง

          ...นิดหน่อยๆ ก็ ‘กู้ดจ๊อบ’ อะไรๆ ก็ ‘ไอ เลิฟ อิท’

          คำคุณศัพท์ที่มีความหมายว่า “ดี” ในภาษาอังกฤษมีเกินกว่า 50 คำไว้สำหรับใช้ในสถานการณ์ต่างๆ กัน

          อยู่มาแรกๆ หนูรู้สึกอึดอัด เพราะหนูติดจากธรรมเนียมบ้านเราว่าชมบ่อยก็จะเหลิงมั่งล่ะ ความเก่งของใครก็จงเก็บไว้ “ฝัก” ถึงเวลาจึงค่อยชักออกมาฟันให้บรรลัย ว่าเข้านั่น เพราะฉะนั้น ถ้าหนูทำอะไรได้นิดๆ หน่อยๆ แล้วมีคนมาสรรเสริญ ก็จะอดไม่ได้ที่จะระแวง

          แต่อยู่ๆ ไป คำชม คำเชียร์พวกนี้กลายเป็นสารเสพติด

          ถ้าทำงานจนลุล่วงแล้ว เจ้านายไม่ชมสักคำ ไม่ให้กำลังใจสักกะนิด รู้สึกว่ากลายเป็นคนหลงทาง ไปต่อไม่ได้ จนบางทีอาการหนักถึงขั้นอยากหาเจ้านายใหม่ ก็มีนะ

            หนูลองเลียนแบบพยายามชมคนรอบตัวบ่อยๆ อย่างฝรั่งเขาบ้าง แต่รู้สึกว่ามันไม่รับกับใบหน้าไงไม่รู้ล่ะน้า แต่เอาเป็นว่า หนูก็จะพยายามต่อไปจ้ะ

            ...ชมแบบพอสมควร ใส่ลีลาลายกนก ลายรดน้ำแบบไทยๆ ให้คนฟังพอชุ่มฉ่ำหัวใจ โอมั้ย...น้าว่า

             และถ้าหาคำชมไม่ได้ หนูก็ว่าจะสงบปากสงบคำไปตามสุภาษิตฝรั่งที่ว่า “ถ้าไม่มีอะไรดีๆ จะพูด ก็เงียบๆ ไปเลยดีกว่า”

             ข้อที่สาม หนูจะหัดเป็นคนประหยัด

             หนูจะขอยุติการท่องเที่ยวหาความรู้ทางเศรษฐศาสตร์ไปตาม “เอ๊า-เลด” และห้างสรรพสินค้าต่างๆ นับจากวันสุดท้ายของการลดราคากระหน่ำซ้ำเติม (รายได้) นิวเยียร์ เซลส์ เป็นต้นไป

             และจะ “ดี-ลี๊ด” สินค้าออนไลน์ ที่ส่งมายั่วยวนทุกวั๊น...ทุกวัน เปรียบเสมือนมารผจญ

             ก็คนนั่งอยู่บ้านดีๆ ดั๊น...ส่งกระเป๋า รองเท้า มาหลอกมาหลอน เห็นคำว่า “เซลส์” คำเดียว จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนหัวใจมีรูโหว่ ชีวิตเหมือนรอคอยอะไรมาเติมเต็มอยู่สักอย่าง

             แต่ลองสั่งซื้อรองเท้ามาก็หลายคู่แล้ว หัวใจก็ยังโหว่ๆ อยู่ดี แถมกระเป๋าที่สั่งมา ก็ยังหาเงินมาพกให้เหมาะสมกับราคากระเป๋าไม่ได้...หนักเข้าไปอีก

             หนูนะถูกแม่บ่น (ด่า) ประจำเรื่องนิสัย “รายได้ต่ำ รสนิยมสูง”

             เพราะฉะนั้น เมื่อพบใครที่เขารู้จักการ “บริหารเงิน” คือรู้ว่าเมื่อไหร่ควรใช้ ใช้ได้เท่าไหร่ เท่าไหร่ที่จะต้องเก็บ วางผงวางแผนว่าเมื่อเกษียณอายุแล้ว จะมีรายได้มาจากไหน หนูก็ออกจะทึ่งแกมอิจฉาเขาบ้างอะไรบ้าง

          ... ใครบอกว่าเงินไม่สำคัญ หนูว่าเงินสำคัญม๊าก...มาก

          แต่ที่สำคัญกว่าก็คือคนที่ใช้เงิน คือว่าใช้ๆๆ จนกระทั่งเงินมันหันมา “ใช้” เราเข้าแล้วหรือเปล่า

          น้ารู้จัก ซูซี่ ออร์มัน ไหมล่ะ คุณป้าคนที่จัดรายการเกี่ยวกับการบริหารเงินที่ฮิตๆ อยู่ตอนนี้ก็อย่างเช่น Can I Afford It? หรือแปลแบบไทยๆ ว่ารายการ “(อย่าง)ฉันมีปัญญาซื้อมั้ยเนี่ย”

          หนูก็ชอบดูแกนะ เพราะว่าแกเก่ง คิดเลขเร็ว และตรงไปตรงมาดี แต่ดูแล้วบางทีปวดหัวใจ เพราะแกจะบอกว่าเราควรมีเงินรายได้เท่าไหร่ มีเงินเก็บเท่านี้ เงินเกษียณอายุเท่านั้น ก่อนที่คิดจะซื้อของแพงๆ

          สรุปรวมตามที่ป้าแกว่า หนังหน้าอย่างหนู ได้มีกินสามมื้อก็ถือว่าโชคดีแล้ว อย่าได้ริอ่านการณ์ใดให้มันเกินตัว

          เอาล่ะ ปีนี้หนูขอสามข้อก็พอ...แค่นี้จะเอาอยู่มั้ยเนี่ย...

           แต่เอาเป็นว่า ปี 2555 นี้ ก็ขอให้เป็นทีของพวกเรา ได้หัวเราะ ฮ่าๆๆ กันให้สมกับ พ.ศ.บ้างเหอะ เนอะน้าเนอะ

                                                                                                                                          หนูเองจ้ะ.

                         

           

           

           

           

           







 




นำเสนอข่าวโดย : กนกอร เพ็ญรุ่งศศิธร,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส

แสดงความคิดเห็น

Name :
 
Detail :
 



ฉบับที่
375
siamtownus newspaper







Hots Clip VDO ดูทั้งหมด

ขออภัยสัญญาณ VDO มีปัญหากำลังดำเนินการแก้ไข